talk2me
talk2me
Home | Profile | Register | Active Topics | Active Polls | Members | Private Messages | Search | FAQ
Username:
Password:
Save Password
Forgot your Password?




 All Forums
 ตัวจริง "ธนาคารไทยพาณิชย์" (SCB)
 ตัวจริง "ธนาคารไทยพาณิชย์" (SCB) update 24/06/2012
 5.กูอายว่ะ
 New Topic  Reply to Topic
 Printer Friendly
Author Previous Topic Topic Next Topic  

madeinthailand
Forum Admin


Thailand
203 Posts

Posted - Dec 18 2011 :  09:43:19  Show Profile  Visit madeinthailand's Homepage Send madeinthailand a Private Message  Reply with Quote


วันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ.2554
เขียนโดย นบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์

ผมไม่เข้าใจประเทศไทย คุณทักษิณและคุณสนธิชอบอ้างธรรมะ ชอบอวดอ้างความดี คนหนึ่งหนีคดีและพร่ำบ่นตนเองไม่ได้รับความยุติธรรม คุณทักษิณหนีความผิดแต่สังคมยังออกข่าวเหมือนเป็นบุคคลที่น่ายกย่อง ครอบครัวและธุรกิจอยู่ได้อย่างปกติสุขดี ส่วนอีกคนคือคุณสนธิที่มีหลักฐานชัดเจนเรื่องบุกรุกสนามบิน แต่ความยุติธรรมกลับยอมปิดตาทั้งสองข้างเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตลกว่ะ...

ส่วนนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์เป็นคนที่เข้าเวบโป๊ ดูโชว์โป๊ คนไม่ดีเช่นนี้กลับพยายามเดินบนเส้นทางที่ถูกต้องด้วยการพึ่งกระบวนการยุติธรรม ผมเสียรู้ด้วยการเปิดเผยกับตำรวจ หากเรื่องของผมถึงศาล ผมอยากให้ศาลขอดูหลักฐานจากกล้องวงจรปิดของธนาคารไทยพาณิชย์ ตอนนี้คงสายไปแล้ว ผมเสียค่าโง่ให้ราชวงศ์ไทยตั้งแต่เด็กจนกระทั่งโต ผมเป็นคนที่ค่อนข้างจะมีหัวคิด เป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ และสิ่งสำคัญที่สุด ผมมักให้ความคิดเห็นที่มาจากความรู้สึกของตัวเองจริง ด้วยเหตุนี้มั้ง ราชวงศ์ไทยจึงทำตัวเป็นอีแอบ หลอกใช้ให้คนอื่นมาถามความคิดเห็นผม

ผมโตแล้วจึงอยากหลอกให้ถนัดและรังแกให้เต็มที่ด้วยการหลอกให้มาทำงานที่ธนาคารไทยพาณิชย์ บางคนอ่านแล้วอาจจะบอกผมโง่เอง ซึ่งกระผมไม่ได้ว่าอะไร แค่อยากบอกว่า ผมเคยโดนหลอกถามความคิดเห็นเกี่ยวกับอีเมลเรื่องหนึ่ง อีเมลที่ส่งมาให้เกี่ยวกับคุณทักษิณด่าใครสักคน "กลับไปเลี้ยงหมามาให้ดีก่อน" อีเมลเป็นรูปถ่ายคุณทักษิณกับกรงสุนัข (ถ้าจำไม่ผิด) เพื่อนถาม "คิดอย่างไรเกี่ยวกับคุณทักษิณและคนนั้น ทั้งสองคนเคยรักกันและคุณคนนั้นเป็นคนให้ทักษิณเข้าการเมือง

ผมตอบ "ไม่แปลก เพราะเคยมีคนหนึ่งที่สนับสนุนคุณคนนั้น มาภายหลังแกด่าคุณคนนั้นเช่นกัน" คนที่ด่ารู้สึกเคยลงสมัครผู้ว่ากทม.และมีนโยบายทำกรุงเทพให้เล็กลง ผมจำชื่อไม่ได้

คนอ่านอาจจะหัวเราะ คนเขารู้กันทั่วเรื่องคุณทักษิณด่าคุณคนนั้นเรื่องหมา แต่อยากให้คิด ผมลาออกจากธนาคารไทยพาณิชย์ปลายปี 2546 (ข่าวออกหลังปี 2546แน่นอน ผมหาข่าวที่คุณทักษิณด่าในปี 2546 ไม่เจอ) คนอ่านอาจจะหัวเราะอีก ไอ้นี้จินตนาการกว้างไกล น่าจับมาแต่งนิยายกำลังภายใน งั้นผมบอกต่อ ผมอยากให้คนไทยรู้จักค้นคว้าและคิดเองมั้ง ผมขอยกตัวอย่าง ผมโดนหลอกถามเรื่องพฤษภาทมิฬ พวกเขาหาจุดอ่อนจากเวอร์ชั่นเก่าประมาณเวอร์ชั่นเก่ามีประชาชนไม่พอใจอะไรบ้าง ตอนนี้เวอร์ชั่นใหม่ตรงข้ามจากเวอร์ชั่นเก่า ฉะนั้นพวกคุณต้องเอาข่าวหนังสือพิมพ์และทีวีจากเวอร์ชั่นเก่ามาเทียบกับเวอร์ชั่นใหม่ พวกคุณจะเห็นมีอะไรที่เปลี่ยนแปลงบ้าง และที่อยากบอกมาก สื่อออกข่าวในทำนองเดียวกันเหมือนนัดกันทำข่าว ผมจึงเชื่อ สื่อในประเทศไทยถูกใช้เป็นเครื่องมือหลอกให้ประชาชนหรือผู้อ่านคิดและเดินตามที่สื่อนำเสนอ

ฉะนั้นใครด่าผมโง่ ผมไม่โกรธเพราะพวกมึงโง่กว่ากูเยอะ

สิ่งที่ผมเสียใจคือผมเปิดวิธีที่อยากเอาผิดธนาคารไทยพาณิชย์ และเสียใจครั้งที่สองคือผมพยายามเอาสิ่งที่ผมโดนกระทำให้ตำรวจ แต่ตำรวจไม่สนใจ สนใจแต่เรื่องธนาคารไทยพาณิชย์ฟ้องผม ไม่เป็นไร ตอนนี้ผมเขียนเรื่องราวบางส่วนช่วงที่ผมทำงานในธนาคารไทยพาณิชย์ ผมดีใจที่ตัวเองผ่านจุดนั้นมาได้ ส่วนจุดต่อไปไม่ว่าเจออะไร ผมผ่านไปได้แน่นอน ส่วนเรื่องที่ผมเขียนจะเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ผู้อ่านต้องพิจารณาเอง

1.ตอนแรกที่ผมได้มาที่ SCB Park มีคนมาสมัครงาน สอบ และสัมภาษณ์เยอะมาก ผมดีใจที่ตนเองไม่ใช่คนสมองดีแต่สามารถสอบผ่านและได้เข้าทำงานที่แห่งนี้ ผมจำได้มีคนหนึ่งจบจากม.รังสิตเข้ามาพร้อมผมและได้ปฏิเสธเข้าทำงานธนาคารไทยพาณิชย์เพราะเหตุผลเดียวคือ บริษัทแห่งนี้บอกอย่างชัดเจนว่าเงินเดือนพนักงานจะได้ตามมหาวิทยาลัยที่จบ ในตอนนั้นผมยังจำได้ เขาแสดงอารมณ์ไม่พอใจกับผม และบอกผมว่าการทำแบบนี้ผิดกฎหมาย แต่ผมไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะผมยอมรับ มหาวิทยาลัยที่ผมจบไม่ได้เก่งกาจเท่ามหาวิทยาลัยรัฐเช่น จุฬ่าลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผมยังบอกให้ทำก่อนแล้วค่อยดูอีกทีว่าเป็นอย่างไร อาจเป็นเพราะเขามีฐานะดีมีทางเลือกมากกว่าผม ผู้สมัครคนนั้นจึงตอบปฏิเสธไป

ข้อสังเกต ผมเข้ามาพร้อมพนักงานเอเสิร์ทส์ (ในเครือ SCB) เกือบสิบคนหรือมากกว่านิดหน่อย ช่วงทำงานพนักงานใหม่ลาออกเกือบหมด มีพนักงานเอเสิร์ทส์หลายคนบ่นให้ผมฟังเรื่องการทำงานกับพนักงานธนาคาร เท่าที่จำได้มีสี่คนขอลาออก ผมยกตัวอย่างคนที่ชอบบ่นให้ผมฟังเช่น

1.1 น้องต่อเป็นน้องที่เข้ามาทำงานหลังผม ทำงานด้านธุรการไม่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ช่วงทำงานผู้ใหญ่ชอบดุด่าว่าน้องต่อประจำ ผมมักเจอน้องที่ห้องถ่ายเอกสาร น้องคงรู้สึกอึดอัดจึงบ่นให้ผมฟังประจำ ผมฟังด้วยความเป็นกลางและคิดว่าน้องคงทำงานพลาดเองมากกว่า จึงพูดเสมอให้อดทนและทำงานให้มีความรอบคอบกว่าเดิม สุดท้ายน้องเขาทนไม่ไหว ถามผม "พี่ครับ มีคนแอบแก้ไขข้อมูลในคอมพิวเตอร์ของเรา โดยที่เราไม่รู้ตัวได้หรือเปล่า"

ผมตอบ "ในทางคอมพิวเตอร์ทำได้" ผมย้อนกลับ "แล้วเขาจะทำไปเพื่ออะไร" ผมเห็นน้องบ่นเรื่องการทำงานด้านเอกสาร เช่นพิมพ์ผิดประจำ น้องยืนยันกับผม เขาตรวจสอบแล้วตรวจสอบอีก อ่านแล้วอ่านอีก มันไม่มีที่ผิด แต่เวลาขึ้นงานให้ผู้ใหญ่กลับเจอข้อความที่ผิดประจำ ผมเห็นน้องมั่นใจ จึงแนะนำให้น้องสำเนางานทุกฉบับก่อนที่จะส่งให้ผู้ใหญ่

ปรากฎว่า น้องโดนด่าเรื่องการใช้กระดาษเปลือง

น้องมาปรึกษาผมอีก ผมเอากระดาษใช้แล้วของผมให้น้องต่อถ่ายสำเนาด้านหลัง ปรากฏว่า น้องโดนด่าอีก ผมจำไม่ได้เรื่องอะไร คิดว่าเรื่องเปลืองน้ำหมึกมั้ง น้องมาปรึกษาผมอีก ผมแนะนำให้แอบเซนด้านหลังกระดาษโดยไม่ให้เห็นน้ำหมึก คือใช้ปากกาที่หมึกหมดเซนด้านหลังไว้ ถ้ามองผ่านจะไม่เห็นรอย แต่ถ้ามองให้ดีจะเห็นร่องของลายเซนหรือใช้ดินสอระบายจะเห็นได้ เพื่อมั่นใจไม่ให้ใครสับเปลี่ยนเอกสารของเขา

ผมไม่รู้ น้องเขาโดนแกล้งหรือเปล่า สุดท้ายน้องเอาเอกสารที่พิมพ์ไว้มาให้ผมอ่าน ปรากฎว่าผมเจอที่พิมพ์ผิดจริง ผมไม่ได้แกล้ง ผมเป็นกลาง ตอนนั้นผมมองว่าน้องทำงานผิดพลาดเองจะไปโทษคนอื่นได้อย่างไร

ตอนนั้นผมไม่รู้น้องต่อเป็นอย่างไร คิดไว้ว่าน้องทำงานพลาดเอง ผมเคยเห็นน้องร้องไห้ด้วย และช่วงที่ผมโดนรุมแกล้ง น้องต่อคงโดนบีบให้มาแกล้งผมด้วย ต่อเรียกผมเขาไปคุยและให้ผมดูคอมพิวเตอร์ที่ SCB ซื้อมา น้องไม่เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์จึงอยากให้ผมตรวจว่าของที่รับมาครบตามใบเสร็จหรือไม่ คนอื่นที่เคยช่วยดูในชั้นนั้นไม่อยู่ ผมดูแล้วมันครบ น้องต่อให้จะให้ผมเซนรับของ

"มันไม่ใช่หน้าที่ผม" ผมตอบ น้องเขาพูดหว่านล้อมให้ผมเซนรับให้ได้ ช่วงนั้นผมโดนแกล้ง ผมรู้ครับ น้องคงแกล้งผมและรู้สึกเสียใจที่ผมเป็นที่ปรึกษาให้น้องเวลาทำงาน ผมจึงแกล้งรับปากว่า ผมเซนให้ก็ได้ ช่วงที่ผมกำลังจะเซน น้องต่อบอกว่า "พี่ไม่ต้องเซนครับ ผมเซนเอง" สุดท้ายน้องเป็นคนเซนรับ

ผมเล่าเพื่อจะบอกว่า น้องต่อเป็นคนดีครับ เสียอย่างเดียวที่น้องอยู่ผิดที่ เพราะถึงอย่างไรในวินาทีสุดท้าย ผมจะบอกน้อง "ผมเซนไม่ได้เพราะไม่ใช่หน้าที่ผม" ตอนนี้ผ่านมาหลายปีแล้ว ผมไม่รู้น้องต่อจะโดนแกล้งจนเป็นบ้าแบบผมหรือจะกลายเป็นคนเลวอย่างพวกเขา หากผมรู้พวกเขาเป็นแบบนี้ ผมคงให้น้องลาออกไปดีกว่า ผมแค่อยากบอก "ผมขอโทษและคุณไม่ได้ทำงานผิดพลาด" พวกเขาต้องการแกล้งคุณ ที่สำคัญคนพวกนั้นมีอาวุธศาสนาอยู่ในมือ คุณแค่โดนเล่นงานโดยไม่รู้ตัว

1.2 คุณเติ้ลทำงานด้านคอมพิวเตอร์ เธออยู่แผนกเดียวกับผม แต่อยู่คนล่ะทีม เติ้ลชอบทำงานพลาดประจำ เช่นสร้างโครงสร้างฐานข้อมูลผิดชื่อประจำ จนสุดท้าย เธอมาปรึกษาผม ผมให้เธอใช้วิธี copy และ paste ไม่ต้องพิมพ์ใหม่ (ไม่เข้าใจทำไมไม่มีใครทำแบบนี้ตั้งแต่แรก ) สุดท้ายเธอทำงานพลาด ผมเห็นเธอมั่นใจเหมือนน้องต่อ ผมแนะนำให้เธอจับภาพหน้าจอเวลาสร้างฐานข้อมูลเสร็จ

สุดท้าย คุณเติ้ลโดนหลอกว่า copy และ paste ทำให้กินเมมโมรี่บนเซอร์เวอร์ เซอร์เวอร์เลยเดี้ยง คุณเติ้ลก็เชื่อพวกมัน มาหลอกด่าแดกดันผมว่าผมเป็นคนแนะนำ (กูตลกอ่ะ)

คุณเติ้ลไม่เหมือนน้องต่อ เติ้ลเป็นหนึ่งในขบวนการที่รุมแกล้งผม ทั้งที่เธอเป็นคนที่ชอบชวนผมเที่ยวเสียด้วยซ้ำ ตอนแรกผมเข้าใจว่าเธอจะเป็นเพื่อนที่ดี สุดท้ายเธอแสดงตัวตนออกมาอย่างชัดเจน และอยากจะบอกให้คุณผู้อ่านรู้ คนที่แกล้งทำเป็นเพื่อนเราและเพื่อนคนนั้นคอยช่วยเหลือเขา แล้วคุณยังไปทำร้ายเขาได้อีก แสดงว่าคุณเติ้ลเป็นคนที่ร้ายกาจมาก

ข้อสังเกตของผม ผมมักได้รับข้อมูลเสมอ คนนั้นทำระบบเสียหายทำให้ธนาคารสูญเสียเงินเป็นจำนวนมากตลอดและหลายคน ผมเข้าใจว่า SCB คงอยากให้พนักงานรู้สึกผิดที่ทำให้งานของเขาผิดพลาด ซึ่งผมขอตอบว่า SCB มันมั่ว และอยากให้อ่านต่อไป ผมจะโดนทำอะไรเสียหายบ้าง ผมเคยบอกไว้มีสี่คนที่มาปรึกษาผมแล้วลาออกไป ส่วนสองคนที่ผมยกตัวอย่าง ยังไม่ใช่หนึ่งในสี่ครับ






Google AdSense

USA
Mountain View


madeinthailand
Forum Admin



Thailand
203 Posts

Posted - Dec 19 2011 :  09:48:33  Show Profile  Visit madeinthailand's Homepage Send madeinthailand a Private Message  Reply with Quote
2.ผมไม่ทราบว่าถึงเหตุผล เพราะเหตุใด SCB จึงต้องมีบริษัทในเครือที่ SCB เป็นคนดูแลเองทั้งหมด แต่ที่แน่ใจบริษัท เอเซิร์ทส์ ไม่เคยอบรมพนักงาน ไม่เคยตรวจร่างกายเหมือนบริษัทอื่น ไม่เคยบอกสิทธิแก่พนักงาน ไม่เคยบอกกฎเกณฑ์ใดๆ อย่างเป็นทางการ เช่นนัดพนักงานเข้าอบรม โดยปกติผมจะรู้เรื่องวันหยุด วันลากิจจากปากต่อปากของพนักงานเอง ซึ่งผมเข้าใจว่าคงอยู่ในข้อบังคับของกฎหมาย ผมทำงานมาเป็นปีของใช้ในสำนักงานส่วนใหญ่ผมเป็นคนซื้อเอง หรือการรักษาพยาบาลสวัสดิการต่างๆ ผมไม่เคยเบิกหรือทางบริษัทจะมีการแนะนำอะไรให้พนักงานบ้าง แม้แต่โบนัส ที่นี่บอกผมว่าเป็นพนักงานในเครือไม่มีโบนัส

ผมไม่เคยเรียกร้องอะไรเลยและไม่ได้คิดมากด้วย เพราะผมคิดว่าถ้าเราไม่ชอบก็ลาออกได้ อีกอย่างการทำงานของผมไม่รู้สึกว่าเป็นงานหนัก งานที่ผมทำไม่ได้สร้างกำไรมหาศาลให้กับบริษัทถึงขนาดต้องตอบแทนด้วยการให้โบนัส และผมไม่ได้ตั้งใจเข้ามากอบโกย ต่อมาในช่วงหลัง มีเพื่อนที่เป็นพนักงานเอเซิร์ทส์เหมือนกันมาให้ผมไปขูดหินปูนที่ทางบริษัทออกให้ ผมยังงง มันรู้ได้ไง บริษัทมีสวัสดิการแบบนี้ และของใช้ในสำนักงาน ในช่วงหลังผมพึ่งเห็นพนักงานฝ่ายบุคคลพยายามแนะนำให้เบิกของ พนักงานพยายามขี้โม้และพยายามประชาสัมพันธ์ธนาคารไทยพาณิชย์ว่างบมีเยอะ โดยเฉพาะฝ่ายผมมีให้เป็นหมื่น ไอ้ผมก็พูดเล่นติดตลก งบเยอะแบบนี้น่าจะชอปปิ้งซะให้เข็ด แต่แท้จริงผมไม่ได้เบิกอะไรมากมาย ผมเบิกตามที่รุ่นพี่พนักงาน SCB เบิกเช่นสมุด แฟ้ม

ที่ผมบอกเพื่อที่จะบอกต่อไปว่า ธนาคารแห่งนี้เขี้ยวและเอาเปรียบอะไรบ้าง ที่นี่ดีแต่ประจบในหลวงและประชาสัมพันธ์ให้ในหลวงเช่นพนักงานฝ่ายบุคคลที่ชื่อพี่อ้อย เคยโม้กับผมว่า ช่วงที่ค่าเงินบาทตก ธนาคารไทยพาณิชย์จะไล่พนักงานออก โชคดีที่มีในหลวงสั่งระงับช่วยพนักงานไว้ ตอนนั้นผมฟังรู้สึกปลาบปลื้มและรู้สึกคนไทยโชคดีที่มีในหลวง ตอนนี้ผมบอกได้คำเดียว กูจะอ้วกว่ะ กับพี่อ้อย(พนักงานฝ่ายบุคคล) ในช่วงแรกผมรู้สึกดีที่เธอดูแลพนักงานเอเซิร์ทส์ ทั้งที่เธอเป็นพนักงานธนาคารไทยพาณิชย์ แต่ต้องดูแลพนักงาน SCB และ เอเซิร์ทส์ จนพี่อ้อยบ่นบางเรื่องให้ผมได้ยิน เช่นเรื่องการเสียภาษี ที่มีพนักงานเอเซิร์ทส์ชอบมาถาม ซึ่งพี่ต้องตอบคำถามซ้ำไปซ้ำมา ผมแนะนำให้ว่า น่าจะทำตัวอย่างหรือทำคู่มือใน word หรือขึ้น website แจกผ่านอีเมลหรือให้พนักงานเข้ามาดูใน website ก็ได้ ให้พนักงานอ่านก่อน ถ้าไม่เข้าใจแล้วค่อยถาม จะได้รู้สึกไม่รับภาระมากเกินไป ตอนนี้ผมรู้แล้วเธอเป็นคนของในหลวงที่พยายามกลั่นแกล้งประชาชน และพยายามทำลายผม ตามที่ผมจะเล่าต่อไป
Go to Top of Page

madeinthailand
Forum Admin



Thailand
203 Posts

Posted - Dec 19 2011 :  10:02:08  Show Profile  Visit madeinthailand's Homepage Send madeinthailand a Private Message  Reply with Quote

3. ผมมั่นใจ ธนาคารไทยพาณิชย์ไม่ได้ตั้งใจรับผมเข้ามาทำงานจริง ส่วนพนักงานเอเซิร์ทส์คนอื่นตั้งใจรับเข้ามาทำงานหรือไม่ ผมไม่ทราบ ผมรู้ว่าพวกเขารับผมเข้ามาทำงานพร้อมพนักงานอีกคนที่เป็นพนักงานเอเซิร์ทส์แต่ทำงานฝ่ายอื่นมาก่อน พวกเขาจะทำให้ผมดูแย่ในสายตาคนอื่นและเอาผมเปรียบเทียบพนักงานที่เข้ามาใหม่พร้อมผม เช่น

3.1 ครั้งหนึ่งทางธนาคารประกาศให้พนักงานฝ่ายระบบฐานข้อมูลกลับบ้านให้หมด เพราะจะมีบุคคลอื่นเข้ามาทำอะไรไม่ทราบ ถ้าจำไม่ผิดเกี่ยวข้องระบบการซื้อขายหุ้นปตท. ตอนนั้นผมกำลังเตรียมตัวกลับบ้าน พอดีหัวหน้าทีม(คุณสมปอง ) เรียกผมให้ทำงานหนึ่ง ซึ่งผมตอบไปว่า ระบบนี้ผมทำเสร็จแล้ว ปรากฏว่างานที่ผมทำหายหมด ผมไม่ทราบหัวหน้าเชื่อผมหรือไม่ แต่ผมถูกสั่งให้ทำใหม่ ผมไม่อยากเถียงมาก ให้ทำก็ทำ ซึ่งภาพที่ปรากฏคือ ผมอยู่คนเดียวในแผนกับบุคคลอื่นที่เข้ามาทำงาน ผมรู้สึกไม่ดีที่ไม่ได้กลับบ้านตามคำสั่งของธนาคาร (ช่วงนั้นผมไม่ได้คิดว่าโดนแกล้ง แค่แปลกใจเหตุใดระบบฐานข้อมูลที่ทำไว้หายไป)

3.2 การทำงานของ SCB มีหลายฝ่าย บางระบบถูกฝ่ายอื่นทำมาก่อน เมื่อใช้งานได้สักระยะหนึ่ง ระบบจะถูกส่งมาให้ฝ่ายผมดูแล โดยทีมผมจะดูแลเรื่องระบบฐานข้อมูล (Database Server) และระบบที่ถูกส่งมาที่มีปัญหาคือ mBanking

ครั้งหนึ่งมีคนโอนเงินร้อยล้านบาทผ่านระบบ mBanking แล้วมีปัญหาไม่สามารถโอนเงินได้ ซึ่งทาง SCB โวยวายกันใหญ่ แล้วมีผู้ใหญ่คนหนึ่งเป็นผู้บริหาร (ผมจำชื่อไม่ได้แต่พนักงานที่นี่เรียกโนบิตะ) เดินเข้ามาใกล้ผมแล้วพูด “เงินร้อยล้านหายไปไหน” ตอนนั้นผมเฉยมาก เพราะคิดว่าถ้ามันมีปัญหาจริง ระบบฐานข้อมูลจะมีย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นของข้อมูลของมันเอง (คือกลับไปจุดเริ่มต้นก่อนที่จะมีลบหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูล) และถ้ามีปัญหาจริง SCB น่าจะเรียกประชุมพูดคุยโดยตรงกับทีมงานมากกว่าจะมาพูดแดกดันให้คนอื่นร้อนตัว

แท้จริงแล้ว ผมอ่านเรื่อง mBanking ในปัจจุบัน (2554) ไม่มีธนาคารไหนสามารถโอนเงินครั้งเดียวเป็นร้อยล้านบาทได้ ฉะนั้นระบบ mBanking ของผมเป็นการสร้างเรื่องตอแหลขึ้นมา (ระบบมีจริงแต่เขียนเรื่องขึ้นมาเอง)
* ผมแนบเอกสารอ้างอิงมาด้วย ซึ่งพนักงานที่ทำ mBanking เคยบ่นให้ผมฟังว่า ทำไมตอนที่เขาดูแล mBanking ถึงไม่มีปัญหา แต่พอมาให้ทีมผมดูแลถึงมีปัญหามาก ผมฟังแล้วยิ่งงง เพราะระบบถูกโอนมาหลายเดือน แต่ระบบมีปัญหาเพียง 2-3 ครั้งเท่านั้น สำหรับผมถือว่าน้อยมาก ซึ่งระบบที่โอนมา ฝ่ายผมไม่เคยเปลี่ยนแปลงอะไรเลย แม้แต่ชื่อผู้ใช้และรหัสในการเข้าเครื่องก็ไม่เคยถูกแก้ไข ซึ่งคำว่าปัญหามากของพวกเขาอาจจะหมายถึง ต่อหน้าไม่ด่าหรือว่าผม แต่ลับหลังปล่อยข่าวว่าผมทำงานให้ระบบมีปัญหาหลายครั้งก็ได้

เท่าที่ทราบ ผมเคยเปิดโค้ดโปรแกรม mBanking อ่านผ่านๆ และได้เห็นการเขียนโปรแกรมแบบไม่ค่อยถูกต้องนัก แต่ไม่คิดว่าการเขียนโปรแกรมแบบนั้นจะทำให้ระบบมีปัญหา

*


link : You must be logged in to see this link.


Go to Top of Page

madeinthailand
Forum Admin



Thailand
203 Posts

Posted - Dec 20 2011 :  10:03:04  Show Profile  Visit madeinthailand's Homepage Send madeinthailand a Private Message  Reply with Quote

4. การทำงานของพนักงานไทยพาณิชย์ในระยะหลังพยายามโยนความผิดมาให้ผม

4.1 พนักงานรุ่นพี่ที่ชื่ออ้อ สุชาดา ระบบงานที่คุณสุชาดาดูแลมีปัญหา ในขณะนั้นพนักงานที่เฝ้าเวรโทรหาผม เนื่องจากระบบของคุณสุชาดามีปัญหาและวันที่มีปัญหาเป็นวันหยุด พอดีผมมาทำงานในวันนั้น ผมจึงดูระบบของคุณสุชาดาและรู้ว่าเกิดปัญหาเพราะที่เก็บข้อมูลเต็ม ในวันต่อมา คุณสุชาดาพยายามถามผม ผมทำอะไรกับระบบหรือเปล่า? พยายามคะยั้นคะยอผมมากกว่าสามครั้ง ให้ผมยอมรับว่าผมไปแก้ไขแตะต้องระบบของพวกเขาจนเสียหาย ซึ่งผมตอบปฏิเสธ ผมแค่ดูว่าเกิดอะไร ผมไม่เคยไปแก้ไขอะไร (อันนี้ลับหลัง ผมไม่ทราบเธอเอาผมไปนินทาว่าผมทำเสียหายหรือเปล่า)

4.2 อีกครั้งหนึ่งรุ่นพี่ที่อยู่ทีมเดียวผมชื่อเปิ้ล เรวดี คุณเรวดีสร้างระบบฐานข้อมูลผิดพลาด คุณเรวดีพยายามถามผม ผมไปแทรกหรือสร้างอะไรกับระบบที่เธอทำอยู่หรือไม่ ผมตอบปฏิเสธ คุณเรวดียังถามผมมากกว่าสองครั้ง เธอยืนยันว่าเธอไม่ได้ทำพลาด และพยายามถามผมเพื่อให้ผมยอมรับให้ได้ (ทุเรศที่สุด) ผมยังจำได้ ช่วงเข้ามาใหม่ คุณเรวดีเคยบอกผม "พี่ไม่เคยทำงานพลาด" ตอนนั้นผมมองเธอเป็นคนท่าทางเก่ง พูดตามตรงนะครับ ผมเห็นเธอทำพลาดหลายครั้ง แต่ผมไม่ได้คิดอะไร เพราะมันไม่ได้ร้ายแรงอะไรถึงขนาดที่จะต้องมาโยนหรือบีบให้ใครรับแทน ตอนนี้รู้แล้วคนเก่งที่ไม่เคยพลาดใช้วิธีไหนทำงาน

4.3 อันนี้เป็นการวิเคราะห์ผมเอง ในข้อ 5.1 ผมเคยทำระบบที่มีชื่อเดียวกันกับระบบที่คุณสุชาดาดูแล มันมีปัญหาเหมือนกันคือ เราไม่รู้ขนาดของข้อมูลจะใช้จำนวนเท่าไร ฉะนั้นเวลาที่เราสร้างฐานข้อมูลเราจึงกำหนดให้ไม่มาก และจะใช้วิธีค่อยๆขยายข้อมูล แต่ปัญหาคือเวลาข้อมูลเต็ม ผู้ใช้งานจะเข้ามาใช้งานไม่ได้ ฉะนั้นถ้าข้อมูลเต็มนอกเวลาทำงาน ผู้ใช้งานจะใช้งานไม่ได้เลยเช่นเวลากลางคืนหรือเสาร์อาทิตย์ ผมจึงแก้ไขด้วยการเขียนโปรแกรมเล็กๆ ให้คอยตรวจขนาดของข้อมูลทุกชั่วโมง หากข้อมูลที่ถูกบรรจุในฐานข้อมูลมีถึง 80 เปอร์เซนต์ ให้ส่งอีเมลมาถึงทีมผม และทีมผมจะทำการขยายให้ ที่ผมเขียนถึงเพราะเวลามีอีเมลถึงผมและคุณเรวดี คุณเรวดีชอบบ่นว่ารำคาณที่มีอีเมลส่งมา เพราะผมเขียนโปรแกรมว่าถ้าถึง 90 เปอร์เซนต์ให้เพิ่มความถี่ในการส่งอีเมลเตือน เวลาผมทำอะไรมันเหมือนผมทำแล้วไม่ดีครับ แต่ผมว่ามันดีเพราะระบบมันนิ่ง ผมไม่เคยรับโทรศัพท์จากผู้ใช้หรือโปรแกรมเมอร์เลยจริงๆ

ผมแปลกใจกับคุณเรวดี ผมเคยเสนออยากให้ทำกล่องใส่กระดาษที่สามารถใช้ซ้ำได้(ด้านหลัง)กับกระดาษที่ต้องทิ้ง คุณเรวดีบอกไม่ดี ทิ้งขยะรวมกันเดี๋ยวแม่บ้านจะแยกเอง (แต่กระดาษใช้ซ้ำไม่ได้) แถมกระดาษเลอะปนกับขยะเปียกด้วย ซึ่งผมคิดว่ามันดีนะครับ

ผมแปลกใจกับคุณเรวดี ที่ทีมเคยมีการเขียนประวัติในอดีตว่าเคยมีการอบรมหรือทำอะไร ผมเขียนเพิ่มลงไป ในอนาคตผมจะทำอะไร เช่นมีเป้าหมายเรียนภาษาอังกฤษให้ได้ถึงขั้นไหน สอบใบรับรองด้านคอมพิวเตอร์ถึงระดับไหน คุณเรวดีบอกไม่ดีให้เอาออก ผมไม่อยากขัดจึงเอาออก แต่ผมคิดว่ามันดีนะครับ

ผมเขียนถึงเพราะถ้า SCB ใช้วิธีสกปรกหลอกให้ผมทำระบบเดียวกับคุณสุชาดาแล้วดูวิธีแก้ของผม เสร็จแล้วตัวเองเอาไปคุยว่าทีมเขาเป็นคนพัฒนา ผมต้องบอกได้อย่างเดียวทุเรศที่สุด ถ้าไม่ใช่ผมขออภัยด้วย

ผมเขียนมาทั้งหมดเพราะถ้าสิ่งที่ผมทำมันไม่ดีมีปัญหา ปัจจุบันพวกคุณต้องไม่ใช้วิธีของผม และถ้าพวกคุณใช้วิธีสกปรกด้วยการเอาแนววิธีการทำงานของผมมาเป็นของตัวเอง เวลารุ่นน้องของพวกคุณเข้ามาอ่านแล้ว ผมอยากให้พวกคุณรู้จักอายบ้างนะครับ

Go to Top of Page

madeinthailand
Forum Admin



Thailand
203 Posts

Posted - Dec 21 2011 :  09:58:51  Show Profile  Visit madeinthailand's Homepage Send madeinthailand a Private Message  Reply with Quote

5.ผมมีความเชื่อ ผมโดนวางยาให้ทำงานพลาดเช่น พี่อ้อย(พนักงานฝ่ายบุคคลที่เคยกล่าวไว้) พี่อ้อยเคยบอกให้ผมเปิดบัญชีใหม่ เธอบอกบัญชีเก่าของผมมีปัญหาหรืออะไรสักอย่าง ผมไม่เคยสงสัยหรือติดใจอะไร เพราะบัญชีเก่าของผมไม่สามารถ update ผ่านเครื่องอัตโนมัติ ผมจึงอยากทำใหม่ซึ่งสามารถปรับสมุดเงินฝากผ่านเครื่องอัตโนมัติได้ ที่สำคัญคุณอ้อยบอกด้วยว่า ให้เปิดบัญชีใหม่ที่สาขาหัวเม็ด ซึ่งเป็นสาขาแถวบ้านผม เธอพูดเรื่องเปิดบัญชีใหม่โดยเน้นให้เปิดที่สาขาหัวเม็ด

ตอนแรกผมแค่สงสัยเพราะจะทำที่สาขาไหนก็ได้ ผมคิดจะเปิดสมุดเงินฝากใหม่ที่สาขาสำนักรัชโยธิน ซึ่งเป็นสาขาที่ผมทำงาน ในที่สุดคุณอ้อยพยายามพูดให้ผมเปิดบัญชีที่หัวเม็ดให้ได้ จนผมตัดความรำคาญบอกไปว่าจะทำที่สาขาหัวเม็ดก็ได้ แต่ในใจผมยังคิดว่าถ้าว่างจะทำที่สำนักงานใหญ่เพราะสะดวกสุด เนื่องจากสาขาหัวเม็ดไม่เปิดทำการในวันเสาร์และวันอาทิตย์

เวลาผ่านไปไม่กี่วัน เพื่อนที่ทำงานฝ่ายเดียวกับผม ชื่อกล้า เขามาพูดให้ผมเปิดบัญชีใหม่ที่สาขาหัวเม็ดให้ได้ ผมติดใจมาก ทำไมต้องเป็นสาขาหัวเม็ดด้วยว่ะ เรื่องมาก และตัดความรำคาญด้วยการรับปากไว้ ถ้าผมจำไม่ผิดคุณอ้อยเธอทวงถามผมอีกครั้ง ผมเคยตอบไปว่า จะให้ทำวันไหนเพราะผมต้องทำงานทุกวัน จันทร์ถึงศุกร์ และในที่สุด มันมีความบังเอิญที่แม่ของผมขอร้องให้ผมหยุดงานหนึ่งวันเพื่อช่วยขายของให้หน่อย ผมเกรงใจที่ทำงานจึงขอลาหยุดกับคุณสมปอง (หัวหน้าทีม) ซึ่งหัวหน้าอนุญาต ผมจึงหยุดและช่วยขายของที่บ้าน

ในวันที่ผมช่วยขายของที่บ้าน เนื่องจากขาดคนทำให้ไม่สามารถมีเวลาปลีกตัวได้ แต่ผมไม่ได้ใส่ใจเพราะคิดไว้ตลอดจะเปิดบัญชีที่ไหนก็เหมือนกัน และบังเอิญแม่ให้ผมเลิกขายของเพื่อให้ผมไปธนาคารไทยพาณิชย์เพื่อเปิดบัญชี ผมงงแม่รู้ได้ไง ผมเข้าใจว่า ผมคงบอกแม่จะขอเวลาว่างสักช่วงหนึ่งเปิดบัญชีใหม่ โดยผมคงลืมเองว่าเคยบอกไว้

เมื่อผมเปิดบัญชีไทยพาณิชย์กรอกเอกสารตามปกติเสร็จ พนักงานถามผมว่ามีอีเมลที่ทำงานไหม ผมตอบว่ามี และเขียนเพิ่มเติมลงไป มันเหมือนบทละครที่สร้างขึ้น พนักงานบอกผม “คุณทำงานที่ธนาคารไทยพาณิชย์หรือ” ผมตอบว่า “ใช่ครับ” พนักงานบอก “พอดีระบบมีปัญหา ช่วยดูให้หน่อยครับ”


ช่วงที่ผมดูระบบ ผมโทรศัพท์คุยกับพนักงานช่วยเหลือพนักงานไทยพาณิชย์ (เฮลเด็ค) เขาบอกผมให้ปิดและเปิดราวเตอร์ใหม่ ตอนนั้นมีพนักงานสาขาหัวเม็ดอยู่ใกล้ผมด้วย เฮลเด็คบอกให้ผมกดปุ่มรีเซทใหม่ โดยบอกตำแหน่งของปุ่มรีเซท แต่ผมไม่กด ผมบอกพนักงานในนั้น “จากที่ผมคุยกับเฮลเด็คและตามที่ผมเข้าใจ ปุ่มรีเซทน่าจะเป็นปุ่มนี้ ถ้าพี่อยากกดพี่ต้องกดเอง เพราะผมไม่รับผิดชอบ” เนื่องจากผมถือว่างานที่ทำไม่ใช่ส่วนที่ผมดูแลและไม่ใช่วันทำงานผม (อันนี้สามารถพิสูจน์ได้จากกล้องวงจรปิดของธนาคารไทยพาณิชย์ และดูปากผมได้ ผมพูดอย่างชัดเจน "ไม่รับผิดชอบ" ก่อนที่จะกดปุ่มแน่นอน)

และหลังจากนั้น มันก็ไม่มีอะไร จนกระทั่งในช่วงหลัง ผมโดนเพื่อนที่ชื่อแอนที่ทำงานด้านโปรแกรมเมอร์ เธอหลอกด่าผมว่ามีพนักงานคนหนึ่งไปกดปิดเปิดเครื่องของสาขาทำให้สาขาเสียหาย ตอนเล่าผมไม่คิดอะไร และเธอเล่าต่ออีกมากกว่าหนึ่งครั้ง จนเธอบอกว่าสาขานั้นคือหัวเม็ด ผมก็บอกเธอ เอ๋...เรื่องที่เล่าเป็นเรื่องของผมหรือเปล่า แต่ถ้าเป็นเรื่องของผม ทางธนาคารหรือพนักงานที่เกี่ยวข้องควรทำงานอย่างมืออาชีพ และควรพูดคุยกับผมมากกว่า (ประเด็นคือพวกเขาพยายามหลอกด่าผมว่าทำงานผิดพลาดแต่ไม่พูดโดยตรง แต่พยายามกดดันผม ถ้าหากผมตื่นตัวก็เท่ากับผมร้อนตัวเอง)

Go to Top of Page

madeinthailand
Forum Admin



Thailand
203 Posts

Posted - Dec 21 2011 :  10:37:21  Show Profile  Visit madeinthailand's Homepage Send madeinthailand a Private Message  Reply with Quote

6. ธนาคารไทยพาณิชย์นอกจากไม่ได้รับพนักงานเข้ามาทำจริงดังที่กล่าวไป ธนาคารแห่งนี้ยังเอาพนักงานมาเล่นสนุกและเป็นตัวตลกเช่น คุณสมปอง (หัวหน้าทีมของผม) เธอบอกผมให้เข้ามาทำงานในวันหยุด ซึ่งผมมาทำงานตามคำสั่ง เมื่อมาถึง คุณสมปองบอกคุณพงศกร(เพื่อนร่วมทีมที่เข้ามาใหม่เหมือนกัน) ทำเสร็จแล้ว ผมไม่ได้ว่าอะไรจึงจะกลับบ้าน ในช่วงนั้นพอดีมีงานนิทรรศการรูปวาดของอาจารย์เฉลิมชัย โกสิพิพัฒน์

ผมจึงแวะเข้าไปดูรูปภาพของคุณเฉลิมชัย เมื่อเห็นภาพวาดของเขา ปรากฏว่าเป็นภาพวาดที่วาดได้เห่ยมาก บางภาพเด็กประถมก็วาดได้ เท่าที่จำได้เป็นภาพรูปตุ๊กตาหิมะวงกลมสองวง แล้วมีเส้นลากเป็นเส้นวนไปมา ดูแล้วไม่อยากเชื่อนี้คือผลงานของแก

ผมดูภาพนี้สักพักมีบุคคลหนึ่งถามผม เขาถามคิดอย่างไรกับภาพของอาจารย์เฉลิมชัยนี้ สวยไหม? ผมตอบอย่างตรงไปตรงมา “ไม่สวย” พวกธนาคารไทยพาณิชย์คงเล่นสนุกกับผม คงเหมือนรายการล้อกันเล่นที่ผมเคยดูคือ ประกาศว่ามีนิทรรศการศิลปินใหญ่แล้วเอาภาพที่วาดลวกๆมาแสดง แล้วหลอกถามคนดู คนดูไม่กล้าวิจารณ์ในทางลบเพราะคิดว่าเป็นผลงานของศิลปินใหญ่

ผมเข้าใจว่าทางธนาคารไทยพาณิชย์คงรู้นิสัยผม ผมชอบชมผลงานศิลปะ จึงให้คุณสมปองหลอกผมให้มาที่ทำงาน ที่ผมคิดแบบนี้เพราะคุณสมปองชอบทำอะไรที่แปลก เช่น ครั้งหนึ่งในแผนกผมไม่มีคนอยู่ มีเพียงคุณสมปองกับผมสองคน ส่วนคนอื่นไม่ทราบเหมือนกัน หายไปไหน สักพักคุณสมปองเรียกให้ดูใครคนหนึ่ง
“เปี๊ยกดูนั้นสิ”
ผมหันมองไปตามทางที่คุณสมปองบอก ผมเห็นคนหนึ่งนั่งอยู่คนเดียวในฝ่ายติดตั้ง(ทำงานด้านติดตั้งอุปกรณ์-ซ่อมคอมพิวเตอร์)
“นั้นพี่ไก่”
ผมมองอย่างตั้งใจแล้วตอบกลับไป “นั้นไม่ใช่พี่ไก่ครับ”
คุณสมปองยังพูดอีก “พี่ไก่ พี่ไก่”
ผมมองอย่างตั้งใจมาก บอกกับคุณสมปอง “ไม่ใช่พี่ไก่ครับ”
สักพัก คุณสมปองหัวเราะแล้วพูดว่า “ไอ้หัวล้าน”


ผมตกใจเล็กน้อยที่คุณสมปองพูดแบบนั้น ปกติแกเป็นคนพูดจาขวานผ่าซาก แต่ไม่คิดจะหยาบคายและเสียมารยาทอย่างร้ายกาจ ถึงอย่างไร คุณสมปองเป็นหัวหน้าผม ผมจะไปว่าอะไรได้ ผมทำได้เพียงขอตัวทำงานแล้วแกล้งทำงาน

ผมมั่นใจ บุคคลที่นั่งอยู่คนนั้นไม่ใช่พี่ไก่ที่ผมรู้จักแน่นอน ตอนนั้นผมไม่รู้ว่าใคร รู้แต่คุณสมปองไร้มารยาทมาก วันหนึ่งผมดูข่าวในทีวีได้เจอบุคคลนี้ ผมจำคนนี้ได้ติดตาและมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ คนนั้นคือคุณไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม


ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม


ผมไม่ทราบ เหตุใดคุณไพบูลย์ไปทำอะไรที่ชั้นนั้น แล้วมานั่งคนเดียวเพื่ออะไร อีกคนที่ผมยังไม่มั่นใจร้อยเปอร์เซนต์คือคุณสุเมธ ตันติเวชกุล สิ่งที่อยากขอมากเมื่อเรื่องของผมถึงศาล ผมอยากให้ศาลนำตำรวจขอดูกล้องวงจรปิดของธนาคารไทยพาณิชย์ในช่วงที่ผมทำงาน และผมอยากรู้ดาราที่ชื่อแดน วรเวช เป็นตัวจริงหรือตัวปลอม ถ้าเป็นตัวปลอมผมอยากให้กระชากผู้อยู่เบื้องหลังทั้งหมด ต้องการอะไรจากผม

มีครั้งหนึ่งที่ผมได้พบคุณสุเมธ ตันติเวชกุล You must be logged in to see this link. ที่มาบรรยายเรื่องคนรวยทำตัวพอเพียง ตอนที่คุณสุเมธบรรยายผมได้ถามเรื่องบางอย่างกับคุณสุเมธ และมีช่วงนั้นคุณสุเมธพูดตอบ "คุณพูดอะไรนะ" ผมมันพวกคิดมากเนื่องจากห้องประชุมมันเล็กและผมพูดชัดเจน ผมไม่แน่ใจท่านเอาเรื่องที่ผมเคยเล่าตอนที่อยู่ SCB มาใช้กับผมหรือเปล่า อยากให้อ่านครับ

ช่วงพักกลางวัน ตอนที่อยู่ SCB เพื่อนถาม "เปี๊ยกชอบฑูตประเทศอะไร" ผมตอบ "ผมชอบฑูตประเทศซาอุดิอาระเบีย"

ผมอธิบายให้เพื่อนฟัง ในสมัยยังเด็ก(ม.ต้น) ตอนนั้นเครื่องเพชรของกษัตริย์แห่งประเทศซาอุดิอาระเบียโดนคนงานไทยขโมยและเดินทางกลับประเทศไทย ตอนนั้นมีงานหนึ่งที่ท่านฑูตซาอุดิอาระเบียโดนคนไทยรุม มีผู้หญิงไทยถามประมาณนี้ เครื่องเพชรซาอุที่ถูกคนไทยขโมย ทำให้มีปัญหาบานปลายหรือเรื่องมากอะไรสักอย่าง เธอผู้หญิงที่ถามคนนั้นบอกว่า "จะให้คนไทยช่วยกันบริจาคเงิน เพื่อคืนเงินให้กับราชวงศ์ซาอุดิอาระเบีย" (ราคาเท่าเพชรที่หายไป)

ท่านฑูตแกล้งบอก "คุณพูดอะไร" และทำท่าไม่เข้าใจอยู่นานว่าผู้หญิงไทยคนนี้พูดอะไร ในตอนนี้นักวิจารณ์กล่าว ท่านฑูตคงตอบโต้ไม่ได้จึงแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน สำหรับผมโตมา ผมคิดว่า ท่านฑูตไม่ใช่ตอบไม่ได้แต่กำลังคิดจะโต้ตอบอะไรมากกว่า และท่านแก้เกมด้วยการตอบกลับไป "คุณเป็นคนไทย" (หมายถึงคนไทยย่อมช่วยเหลือคนไทย หรือที่ผมคิดเอง โจรย่อมเข้าข้างโจร)

นั้นเป็นความประทับใจ และผมประทับใจอีกครั้งที่ท่านฑูตสามารถโต้ตอบเมียชลอ (ผู้เกี่ยวข้องคดีขโมยเพชรซาอุ) เมียชลอถามท่านฑูต ทำไมประเทศซาอุถึงวางเพชรอย่างเปิดเผย การที่วางของมีค่าเหมือนกับวางทอฟฟี่ล่อเด็กให้อยากกิน

ท่านฑูตตอบได้อย่างประทับใจ "ประเทศซาอุดิอาระเบียมีวัฒนธรรมหนึ่งคือ ผู้ใดมาเยือนหรืออยู่บ้านเดียวกับเรา เปรียบได้กับเป็นครอบครัวเดียวกัน" (เรามีความไว้ใจซึ่งกันและกัน)

ผมพูดกับเพื่อน คนไทยแพ้หมดทุกรูปแบบ แพ้ซาอุดิอาระเบียแบบแก้ตัวไม่ได้ นอกจากนี้คนไทยยังมีนิสัยขี้ขโมยไม่ว่าคนรวยหรือคนจน หรือคนมียศฐาบรรดาศักดิ์ ขนาดราชวงศ์ไทยมีอำนาจมากมาย ยังสามารถรังแกผมซึ่งเป็นคนตัวเล็กที่ไม่มีพิษภัยอะไรเลย คนอย่างพวกคุณเป็นได้แค่ขี้ขโมยแห่งเอเชีย ไม่มีศักดิ์ศรีของกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ มิน่า ประเทศไทยถึงมีแต่พวกขี้โกง คนขายบริการ และผมไม่แปลกใจที่คนประเทศนี้มีแต่พวกเห็นแก่ตัวเอาตัวรอด

ส่วนคุณสุเมธ ตันติเวชสกุล หากไม่ได้ยินหรือได้ยินไม่ชัดเจนจริง ผมต้องขอโทษท่านด้วยจริงๆ และถ้าไม่ใช่ กรุณาเลิกเอามุขที่ผมเป็นคนเล่า แล้วเอามาใช้กับผมซะที กูรำคาญ

Go to Top of Page
  Previous Topic Topic Next Topic  
 New Topic  Reply to Topic
 Printer Friendly
Jump To:
talk2me © 2000-05 ForumCo.com Go To Top Of Page
This page was generated in 0.27 seconds. Snitz Forums 2000
RSS Feed 1 RSS Feed 2
Powered by ForumCo 2000-2008
TOS - AUP - URA - Privacy Policy
ForumCo Free Blogs and Galleries
Signup for a free forum or Go Banner Free