talk2me
talk2me
Home | Profile | Register | Active Topics | Active Polls | Members | Private Messages | Search | FAQ
Username:
Password:
Save Password
Forgot your Password?




 All Forums
 ตัวจริง "ธนาคารไทยพาณิชย์" (SCB)
 ตัวจริง "ธนาคารไทยพาณิชย์" (SCB) update 24/06/2012
 7. กูอายว่ะ (3)
 New Topic  Reply to Topic
 Printer Friendly
Author Previous Topic Topic Next Topic  

madeinthailand
Forum Admin


Thailand
203 Posts

Posted - Dec 22 2011 :  10:07:39  Show Profile  Visit madeinthailand's Homepage Send madeinthailand a Private Message  Reply with Quote

วันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ.2554
เขียนโดย นบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์

ความเดิม : You must be logged in to see this link.

12.นอกจากนี้ ผมโดนบริษัทที่เป็นพันธมิตรกับธนาคารไทยพาณิชย์ เช่น บริษัท ไทยรัฐ พวกไทยรัฐเล่นสนุกกับ SCB เพื่อให้ผมเป็นบ้า

12.1 อย่างผมพูดว่า ประเทศไทยมีแต่คนโกงหรืออะไรสักอย่าง เวลาจะทำอะไรต้องมีคณะกรรมการ แล้วคณะกรรมการไว้ใจไม่ได้ ต้องมีอนุคณะกรรมการไว้ตรวจสอบคณะกรรมการ สงสัยคงต้องมีอนุของอนุคณะกรรมการ ไว้ตรวจสอบอนุคณะกรรมการ เวร กรรมไม่ต้องทำมาหากินกันพอดี

คุณเชื่อผมหรือไม่ ประโยคที่ผมพูดไปไม่กี่วัน ในวันต่อมามันกลับปรากฏอยู่ในคอลัมของแม่ลูกจันทร์ของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ หรือแม้แต่ผมพูดเล่นกับเพื่อนว่า แม่ลูกจันทร์เนี้ยผมอ่านมาตั้งแต่เด็ก อ่านมานานแล้วตายหรือยังว่ะ ที่ผมพูดแบบนี้เพราะผมโดนเขย่าด้านนี้มาเยอะและผมสู้ด้วยการทำเป็นไม่สนใจ ในวันต่อมา ผมเห็นแม่ลูกจันทร์เขียนประมาณเหมือนด่าผม เหมือนเขียนตอบโต้ผม ว่าแกยังไม่ตาย

คุณเคยดูหนังไหมครับ ที่คนโรคจิตเภทเขาคิดว่านิตยสารหรือหนังสือมีรหัสลับซึ่งเขาต้องแก้ไขรหัส ผมโดนแบบนี้เหมือนกัน ผมต้องทำเฉยเดี่ยวหาว่าเป็นโรคจิต ผมจำได้ที่แม่ลูกจันทร์เคยเขียนไว้ว่า สารส้มละลายช้า ศรัทธาละลายเร็ว ผมขอเอาประโยคนี้มอบให้คนแก่ไร้จรรยาบรรณ (พวกหน้าซื่อใจคด)

12.2 ในไทยรัฐ เพื่อนผมพูดถึงนิติภูมิ นวรัตน์ เพื่อนผมบอกว่าผมเคยบอกคุณนิติภูมิเป็นเกย์ ผมก็งง ผมเคยบอกตอนไหน ถึงจะเป็นเกย์หรือไม่เป็นเกย์ แล้วมันหนักกะบาลผมตรงไหน(อันนี้ผมพูดเติมเอง) ปรากฏว่าผมอ่านบทความของคุณนิติภูมิ เขียนเหมือนด่าผมประมาณว่าไปว่าเขาเป็นเกย์อะไรประมาณเนี้ย

บางครั้งผมอ่านเหมือนเขาด่าผม ซึ่งผมต้องทำเป็นเฉย ผมเคยอ่านบทความที่แม่คุณนิติภูมิถูกฆ่าตาย ตอนนั้นรู้สึกเห็นใจและสงสารครอบครัวของเขา มาตอนนี้บอกได้คำเดียว “สมควร” (ขออภัยถ้าคุณนิติภูมิและแม่ลูกจันทร์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่คุณต้องบอกมาข้อความของพวกคุณ ใครเขียนให้ )

12.3 นอกจากนี้ ผมพูดประโยคเรื่องผู้หญิงควรรู้จักกาลเทศะและรู้จักปกป้องตนเอง อย่างเวลาเราแต่งชุดราตรีออกงาน หลังจากเสร็จงานควรหาเสื้อคลุมให้มิดชิด เวลาไปที่จอดรถหรือที่เปลี่ยวจะได้ไม่เป็นที่ล่อตาล่อใจ ปรากฏว่า ผมอ่านข่าวบันเทิงของไทยรัฐ เจอคุณอั้ม พัชราภา พูดประโยคเดียวเหมือนผมเลย (ตรงนี้นานมาแล้วอาจจะคล้ายกันแต่ตอนนั้นเหมือนกันเลย) ซึ่งผมต้องทำเฉยอีก

12.4 แม้แต่ตอนที่เราพูดถึงดารา ตามทฤษฎีดารากลัวตกเป็นข่าวฉาวมากที่สุด แต่สำหรับทฤษฎีผม ผมคิดว่าดาราควรกลัวการไม่เป็นข่าวมากกว่า การเป็นข่าวเหมือนยังมีคนพูดถึงเรา หากไม่มีใครพูดถึงเรา นั้นหมายถึงหมดยุคของเราแล้ว ปรากฏว่า ผมเจอประโยคเดียวกันนี้ โดยคุณเจนนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ เป็นผู้พูด ซึ่งผมต้องทำเฉยอีกหลายครั้ง

ผมโดนมากกว่านี้อีก ที่คุณอ่านมาเป็นเพียงบางส่วนเท่านั้น

Google AdSense

USA
Mountain View


madeinthailand
Forum Admin



Thailand
203 Posts

Posted - Dec 22 2011 :  10:10:05  Show Profile  Visit madeinthailand's Homepage Send madeinthailand a Private Message  Reply with Quote

13.ธนาคารไทยพาณิชย์ SCBเอาพนักงานเป็นหนูทดลองให้กับบริษัทพันธมิตร เช่น บริษัท ซีพี ผมโดนเพื่อนพาเข้าร้าน 7-11 แล้วโดนหลอกถามสินค้าที่ยังไม่ได้วางขายอย่างเป็นทางการ เช่นข้าวเปล่าและแผ่นใสดับกลิ่นปาก เพื่อนถามความคิดเห็นด้านรสชาติและถามว่าการตั้งราคาเป็นอย่างไร ที่สำคัญผมเห็นเพียงสาขา SCB Park และอีกครั้งที่สาขาจักรวรรดิ ผมเห็นวางไม่กี่วันเอง

นิสัยของผมเวลาซื้อของใน 7-11 หรือห้างใหญ่ หากเป็นสินค้าที่ชื้อเพียงชิ้นเดียว ผมไม่ชอบใส่ถุงพลาสติก และเป็นเรื่องบังเอิญที่ผมเห็นป้ายลดโลกร้อนที่ 7-11 ด้วยการสนับสนุนลูกค้าที่ซื้อสินค้าเพียงชิ้นเดียวไม่ต้องใส่ถุงพลาสติก ซึ่งผมคิดว่าพวกเขาอยากแกล้งผมด้วยการเอานิสัยของผมมาทำการตลาด (เหมือนอยากแหย่ผม) ผมเห็นแค่วันเดียวก็เลิกทำ
Go to Top of Page

madeinthailand
Forum Admin



Thailand
203 Posts

Posted - Dec 22 2011 :  10:18:55  Show Profile  Visit madeinthailand's Homepage Send madeinthailand a Private Message  Reply with Quote

14. ช่วงทำงานใน SCB Park เพื่อนผมถามเรื่องชุดชั้นในยี่ห้อ victoria’s secret ผมเห็นในเคเบิ้ลทีวีที่เขาทำธีมเวทีออกมาสวยดี และผมขอดึงบางประโยคที่เคยเขียนใน You must be logged in to see this link.

ช่วงผมทำงาน SCB จู่ๆที่บ้านผมก็คิดเคเบิ้ลเถื่อน แน่นอน...ผมได้ดูช่องแฟชั่นด้วย ผมชอบแฟชั่นโชว์ของ Victoria's Secret ผมว่ามันสวยดีครับ และแน่นอน........มันมาแล้ว............................................พวกหน้าด้าน พวกเขาให้ผมแปลงร่างเป็นพนักงานจัดเวที (เวรกรรม...กูทำงานสารพัดตำแหน่ง) พวกเขาถามผม หากจัดแฟชั่นจัดอย่างไรดี
ผมเอง : "มีหิมะดีปะ เพราะ Victoria's Secret อยู่ช่วงหน้าหนาว"
พวกหน้าด้าน : "ทำไปแล้ว"

(ผมจึงคุยไปคุยมาได้ความคิดว่า ทำกล่องของขวัญสิ เปิดออกมาแล้วมีนางแบบอยู่ข้างใน)

ปรากฏว่าพวกเขาก็โอเค แน่นอน.....คนมีคุณธรรมไม่ฉกฉวยแนวคิดจากคนอื่น พวกเขาส่งอีเมลมาให้ผม เป็นภาพนางแบบออกมาจากกล่องของขวัญ ซึ่งทำได้ห่วยแตกมาก (เสียดาย ตอนนั้นผมไม่ได้เก็บรูป มันห่วยไม่รู้จะเก็บเป็นความทรงจำทำไม)
พวกเขาพูดประมาณว่าความคิดผมแย่ ทำให้ออกมาดูไม่ดี แต่ผมก็เถียงว่าน่าจะลองทำใหม่ดู แต่ช่วงนั้นผมจำไม่ได้ ผมพูดไม่เอาเพราะคิดว่าแนวคิดนี้มีคนทำไปแล้ว หรือดูในรูปเห็นว่าห่วยเลยไม่เอา สรุปคือแนวคิดผมไม่ดี ผมไม่เอา

ดูมันทำ


อีกอันที่ผมกับเพื่อนคุยไปคุยมาคือสมัยเรียนหนังสือ ผมเคยคิดงานโชว์ว่าอยากให้เพื่อนตัวใหญ่อ้วนทำเป็นเงาผู้หญิงสวย แต่เมื่อถึงช่วงหนึ่ง เงาสวยทะลุจากกระดาษออกมาเป็นผู้ชายตัวใหญ่ใส่บิกีนี (นึกภาพแล้วสยองมาก)
เราก็คุยกันอีก หากจัดแฟชั่นน่าจะทำเป็นเงาผู้หญิงสวย แน่นอน....ผมจำได้ มีอีเมลส่งมาเป็นงานแฟชั่นที่มีเงาผู้หญิงแล้วถอดยกทรง กางเกงในออกมา ขอตอบว่าอุบาทว์ ทำออกมาได้น่าเกลียด สรุปคือแนวคิดผมไม่ดี ผมไม่เอา

ผมอยากให้ดูแล้วคิดว่า หากคุณเป็นผม จะคิดว่าเป็นเรื่องบังเอิญหรือไม่


และอีกสองอันที่บังเอิญมาตรง คือผมแนะนำให้ทำพวกกระดาษหรือพวกคล้ายกากเพชรมาวางลงบนพื้นเวที แล้วให้นางแบบเดินเตะให้กระจาย คุยไปคุยมา มันไม่ดีเดี๋ยวนางแบบเดินสะดุด ดูมันทำ


อีกอันทำเวทีให้มีลมเป่าหน้าเวทีให้ผมสยาย อันนี้ไม่แปลก ทั่วไปทำกันแต่บังเอิญมันมาตรงกันหมดเลย ดูมัน


อันนี้เป็นคุณธรรมของฝรั่งที่ทำงานแบบมีคุณธรรมสูง อีกอันที่จำได้แต่ผมสืบไม่ได้ว่าพวกเขาทำไปยังคือ พวกเขาให้ผมออกแบบบัตรเชิญแขกมางานแฟชั่น Victoria's Secret

ผมเสนอให้ทำเป็นแท่งคริสตัลเป็นรูปนางฟ้าติดปีก (หรือคิวปิด) แล้วข้างในใต้แท่งดึงออกมาเป็นชื่อแขกที่จะมาร่วมงาน พวกเขาบอกว่าทำเป็นเลเซอร์ยิงเป็นชื่อแขกที่มางานดีกว่า ผมไม่ได้ว่าอะไร (ช่วงนั้นผมคิดว่าใช้หลักการหักเหของแสงทำให้มองด้านในไม่เห็นชื่อ นอกจากดึงออกมาดู)

ที่จริงหาก Victoria's Secret เอาแนวผมไปใช้คนล่ะปี ผมอาจคิดว่าเป็นเรื่องบังเอิญด้วยซ้ำ (ผมยอมรับ ผมทำเองคิดว่าไม่ดีเท่าพวกเขาทำ)

ใครบางคนอุตสาห์พยายามทำงานโดยไม่เบียดเบียนใคร บางคนตากแดด ตากฝน เพื่อทำงานอย่างสุจริต ผมไม่เข้าใจว่า จัดงานอย่างอลังการ หรูหรา ลงทุนเป็นล้านดอลล่าร์ เหตุฉะไหนจึงงกกับเรื่องเล็กน้อยแค่นี้ หากให้ค่าขนมผมนิดหน่อยจะเป็นอะไรไป ผมอยากรู้จริงๆ หรือที่ผมกล่าวมาเป็นมาตรฐานคุณธรรมของบริษัทฝรั่ง หรือเป็นวิถีคุณธรรมการทำงานของราชวงศ์ไทย (หวังว่าเจ้าของหรือผู้บริหาร Victoria's Secret คงไม่ใช่ยิวนะครับ)

ที่มารูปภาพ : You must be logged in to see this link.
ที่มาข้อความบางส่วน : You must be logged in to see this link.

Go to Top of Page

madeinthailand
Forum Admin



Thailand
203 Posts

Posted - Dec 24 2011 :  11:54:59  Show Profile  Visit madeinthailand's Homepage Send madeinthailand a Private Message  Reply with Quote

15.ข้อสังเกตหนึ่งหลังจากผมลาออกจาก SCBคือ ไอเดียของผมถูกกระจายไปหลายบริษัทหลายแห่ง ความจริงผมอยากเล่นงานเฉพาะอาร์เอสมาก เหตุผลที่ผมอยากเล่นพวกเขาขอเล่าทีหลัง ที่ผมยกตัวอย่างเพลงที่มาจากแกรมมี่ด้วยเพราะมันชัดเจนที่สุด ผมต้องมั่นใจไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรือใส่ร้ายใคร ส่วนบริษัทหนังผมก็อยากชี้ชัดไปบริษัทใดบริษัทหนึ่งซึ่งมันถูกกระจายไปหลายบริษัทเช่นกัน ผมอ่านเกมพวกเขาคิดว่าพวกเขาใช้กลยุทธ์เดียวกับปลาว่ายเป็นหมู่ในทะเล เวลาเราเห็นปลาว่ายเป็นหมู่ นักล่าจะสับสนและงง เราจะกินตัวไหนดี ฉะนั้นนักล่าปลาที่ดีควรมุ่งล่าปลาเพียงตัวที่เราจะกิน อย่าไปสับสนหรือสนใจปลาตัวอื่น

แต่ผมไม่สนใจ ผมจะเขียนสิ่งที่มั่นใจเพื่อไม่ให้ร้ายหรือใส่ร้ายใคร ตัวอย่างหนังที่ผมดูแล้วรู้สึกไม่ชอบเพราะรู้สึกผมโดนละเมิดสิทธิมนุษยชน
15.1 หนังเรื่องจูแมนจี่ ผมเคยวิจารณ์หนังเรื่องนี้แล้วสงสัยทำไมหนังมันไม่ทำภาคต่อ อยากให้ทำภาคอวกาศ เทพนิยายหรืออื่นๆ ซึ่งมันก็มีแต่สำหรับผมแค่นี้มันไม่เรียกว่าก็อปปี้หรือขโมยความคิดหรอก สิ่งที่ผมไม่ชอบคือเหมือนพวกเขาเคยเอาสิ่งที่ผมเล่าให้เพื่อนฟังเอามาเป็นส่วนหนึ่งในหนัง

ผมเคยเล่าให้เพื่อนฟังตอนกินข้าว สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ผมเคยเล่นแชตแล้วเจอคนที่แอบอ้างว่าเป็นเจ้าชายแฮร์รี่ ซึ่งไอ้เด็กคนนี้มันตามผมตลอด เวลาผมเล่นเกมสตาร์คราฟก็เจอคนที่ชื่อแฮร์รี่ ไอ้ผมนึกว่าบังเอิญชื่อเหมือนกัน แต่มาจับโกหกได้ตรงที่เขาบอกเล่นที่เกาหลีและอยากเล่นเกมกับผมจนหนีสอบมาเล่นเกม ผมจึงถามตอนนี้เวลากี่โมง แฮร์รี่ตอบเวลาที่ห่างกับเวลาของผมเจ็ดชั่วโมง ผมจึงบอกคุณอยู่อังกฤษ ที่ผมรู้เขาโกหกเพราะเวลาที่ผมเล่นเกมมันจะดึกแล้วไม่มีโรงเรียนไหนเขาสอบกันดึกหรอกอีกอย่างเวลาประเทศไทยกับเกาหลีห่างกันไม่เท่าไร ผมเลยไล่ให้ไปสอบและเลิกเล่นเกม

ผมเกริ่นยาวไปหน่อยขอเขาเรื่องนะครับ ไอ้หนังจูแมนจี่ที่เอาบางส่วนที่ผมเล่าคือ แฮร์รี่เขาคงไม่พอใจที่องครักษ์ชอบห้ามเขาทำนู่นนี้มั้ง เขาจึงถามผม เขาชอบแอบซ่อนในลิฟท์อาหารได้ไหม ผมตอบว่าอันตรายและตอบว่าคุณรวยนะ และแนะนำน่าจะหาที่อื่นแทนเช่นหลังผ้าม่าน ใต้โซฟา มันมีช่วงหนึ่งที่มีคนอ้างเป็นวิลเลี่ยมและแฮร์รี่ สองคนนี้ทะเลาะกันและวิลเลี่ยมก็ว่าแฮร์รี่ ทำอะไรก็ชอบพูดขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ แต่ยังทำทุกที สองคนนี้ทะเลาะกันแล้วให้ผมตัดสิน (ตรงนี้ดูได้จากหนังเรื่องจูแมนจี่ภาคอวกาศ) ผมไม่เก่งภาษาอังกฤษกำลังนึกว่า เป็นพี่น้องควรรักกันจะพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษว่าอะไร มันเหมือนพวกเขารู้ว่าผมคิดอะไร พวกเขาก็พิมพ์ตอบผมทันทีแต่ผมไม่ตกใจ

ตอนหนึ่งแฮร์รี่อยากอวดความมหัศจรรย์ของเขา เขาให้ผมคิดเลขอะไรก็ได้ในใจแล้วเขาจะทาย ผมกลัวเขาจะรู้ประวัติผมและดูจากวัฒนธรรมความเชื่อ ผมจึงกะกดคีบอร์ดมั่วๆแล้วเอาตัวที่ห้ามาตอบ

"ห้า" แฮร์รี่ตอบผมทันที "คุณนึกว่าห้าใช่ไหม"
ผมตอบ "ใช่" น่ามหัศจรรย์มาก ผมใช้คำว่า it's amazing
แฮร์รี่ถามกลับ "คุณไม่กลัวผมเหรอ"
"ไม่"
แฮร์รี่ถามต่อ "คุณอยากได้ความมหัศจรรย์(magic)นี้หรือไม่"
"ไม่"
แฮร์รี่พิมพ์ตอบ "คุณเป็นคนแรกที่ไม่กลัวและไม่อยากได้ ทำไมคุณไม่กลัว"
ผมตอบไป "คุณจะฆ่าผมหรือเปล่า"
แฮร์รี่ตอบ "ไม่"
"คุณไม่ฆ่าผม ผมไม่กลัว"
"ผมจะฆ่าคุณ" แฮร์รี่ตอบกลับมา แต่ผมไม่สนใจและเฉยๆ เพราะคิดว่าพูดเล่นมากกว่า แฮร์รี่ยังบ่นให้ผมฟังอีก เขารู้สึกเสียใจที่คนอื่นคิดไม่ดีกับเขาและคิดถึงแม่ ตอนนั้นผมไม่รู้จะพูดเป็นภาษาอังกฤษว่าอะไรดี ผมอยากบอกว่า เราต้องรู้จักปล่อยวางและใบไม้หล่นจากต้นไม้ นำใบไม้ที่หล่น มาต่อให้เป็นใบไม้ดังเดิมไม่ได้ฉันใด ชีวิตย่อมเป็นฉันนั้น (ผมพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษไม่เป็น)

ผมคุยกับแฮร์รี่ไม่รู้เรื่องหรอกเพราะอังกฤษก็มั่วๆ ปัจจุบันยังมั่วอยู่ รู้แค่พ่อของเขาห้ามไม่ให้เขามีแฟน ผมไม่รู้เป็นแฮร์รี่ตัวจริงหรือตัวปลอม ผมคิดว่าเป็นตัวปลอมมากกว่า ผมแนะนำให้แฮร์รี่พูดกับพ่อคำเดียวว่า คามิลล่า ไอ้แฮร์รี่ก็งง ผมก็บอกให้พูดคามิลล่าเดี๋ยวพ่อคุณเข้าใจเอง ตอนนั้นผมไม่รู้ครับว่าเป็นตัวจริงหรือตัวปลอม ถ้ารู้ว่าเป็นตัวจริงคงไม่แนะนำแบบนี้ มีอีกนะครับ เขาให้ผมพิมพ์ว่าเจ้าชายที่ขึ้นเป็นกษัตริย์ต่อไปต้องเป็นเจ้าชายชาร์ล เจ้าชายวิลเลี่ยมและเจ้าแฮร์รี่ตามลำดับ ในตอนแรกผมพิมพ์แค่เจ้าชายวิลเลี่ยมและแฮร์รี่ (ผมลืมเจ้าชายชาร์ล) และต่อมาพวกเขาก็ให้ผมแก้ใหม่ตามที่เขียนไว้

ผมไม่รู้นั้นเป็นของจริงหรือของปลอม หรือมีคนอื่นปลอมตัวมาแอบอ้าง(โครตอีแอบและไร้มารยาทที่สวมรอยเป็นคนอื่น ผมรู้สึกคนพวกนี้ไม่แมนเลย)ปัจจุบันผมไม่สนใจเพราะผมไม่ชอบคนไร้มารยาทอย่างแฮร์รี่ ผมไม่เก่งภาษาอังกฤษ แฮร์รี่พูด your english is poor. ผมตอบอะไรจำไม่ได้เหมือนกัน ผมพึ่งจะรู้ประโยคนี้เป็นการหลอกด่า ผมจน ตอนอยู่ SCB ผมวิเคราะห์แล้วก็จริง คนพวกนี้เอาประชาชนมาเล่นสนุก ผมเกลียดผู้ดีว่ะ ด่าตรงๆก็ยังไม่กล้าด่าเลย

สิ่งหนึ่งที่ผมจำได้ แฮร์รี่บอกผม เขาจะเป็นแบทแมน ผมไม่อยากยุ่งชีวิตคุณหรอก คุณจะเป็นซุปเปอร์แมนหรือพาวเวอร์พัพเกริล์ มันเรื่องของคุณ ผมอยากบอกคุณว่า เราใช้ศาลเตี้ยไปตัดสินใครต่อใครไม่ได้ ไม่ว่าคุณจะอ่านใจคนได้ด้วยเทคโนโลยีหรือใช้คาถาของพระเจ้าก็ตาม คุณไว้ใจพราหมณ์หรือพระหรือลูกน้องแม้กระทั่งผมได้หรือไม่ คุณมั่นใจได้อย่างไร พวกเขาหรือผมไม่ใช่พวกหน้าเงิน มั่นใจได้หรือไม่ พวกเขาหรือผมจะไม่หลอกใช้คุณให้ไปทำลายใครต่อใคร

ฉะนั้นเราเล่นกันอย่างแมนๆ งัดหลักฐานขึ้นมาสู้และเดินเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ส่วนอาวุธศาสนานั้น ผู้ถูกเลือกจะเป็นคนนำทางให้เอง ที่ผมไม่กลัวเรื่องอ่านใจเพราะเรื่องอ่านใจเจอมาตั้งแต่เด็ก ฉะนั้นใครที่แสดงอภิหารอ่านใจคนได้ อ่านอนาคตได้ หายตัวได้ต่อหน้าต่อตา ถอดจิตเข้าฝันผม คุณต้องแสดงอภินิหารให้มากกว่านี้ผมถึงจะอึ้งทึ้งนะจ๊ะ

ผมมีประสบการณ์เรื่องอาคมของพระเจ้า ผมขอยกตัวอย่างสักอันครับ
สมัยเรียนมหาวิทยาลัยผมอยู่หอพักช่วงหนึ่ง ช่วงนั้นผมได้รู้จักตายายคู่หนึ่ง ท่านสองคนเปิดร้านอาหารตามสั่งซึ่งผมชอบทานประจำ วันไหนว่างท่านสองคนชอบชวนผมเล่นรัมมี่ ผมไม่อยากคุยผมกินเรียบ มีวันหนึ่งยายเอากระดาษแผ่นหนึ่งมาให้ผมดู ยายบอกเป็นบทสวดมนต์ ยายอ่านไม่เป็น ยายอยากให้ผมช่วยอ่านหน่อย ผมตอบว่าไม่มีปัญหา ผมเคยเรียนการอ่านภาษาสันสกฤตบาลีมาบ้าง ผมแนะนำยายโดยเขียนเป็นภาษาคาราโอเกะ มันมีแค่ประโยคเดียวเอง เมื่อผมเขียนเสร็จยายอ่านและถามผมถูกไหม ผมตอบยายถูกต้องครับ

สักพักยายแตะตัวผม แล้วถามผมเมื่อตะกี้ผมคิดแบบนี้ใช่ไหม ผมตอบยายว่าใช่ งงไม่รู้ยายรู้ได้ไง แต่ผมไม่ตกใจผมเฉยๆมากกว่า ถ้าจำไม่ผิดเรานั่งเล่นไพ่กัน ตอนนี้ผมคิดว่ายายคงอยากเล่นไพ่ชนะผมด้วยการแอบอ่านใจ และคงมีใครสักคนที่คอยแอบติดตามผมแล้วแนะนำยายเรื่องอาคม หลังจากออกจากธนาคารไทยพาณิชย์เพื่อนผมพาไปหายาย ตอนนั้นยายเป็นมะเร็งหัวล้านหมดเลย ยายหัวเราะและดูมีกำลังใจดี แต่ผมรู้สึกสงสารยายมากกว่า ปัจจุบันไม่รู้ยายเป็นอย่างไร ถ้ายายยังมีชีวิตอยู่ขอให้ยายหายนะครับ ถ้ายายเสียชีวิตแล้ว ผมขอให้พระเจ้าโปรดยกโทษให้ยายด้วยที่ยายแอบอ่านใจคนอื่น ยายแค่หลงผิดเพราะความไม่รู้เท่านั้นเอง ส่วนผมไม่ต้องยกโทษหรือให้อภัยยายเพราะผมไม่ได้คิดอะไรหรือว่าอะไรยายเลย

เอาล่ะ ที่ผมเขียนถึงเพราะแนะนำให้พวกอีแอบที่คอยแจกอาคมของพระเจ้าให้มนุษย์ที่มีกิเลส การเราอ่านใจคนมันก็เหมือนเราแอบดูคนอาบน้ำ เสียมารยาทที่สุด ราชวงศ์ไหนอยากเป็นผู้วิเศษอ่านใจคนอื่นก็เชิญอ่านไป แต่ขอร้องอย่าเอาไปแจกคนทั่วไป มันไปกระตุ้นให้คนมีกิเลสและทำบาปมากขึ้น หวังว่าอีแอบคงเข้าใจ

15.2 ผมพูดถึงเรื่องหนังแต่ไปซะไกลเลย ขอกลับมานะครับ อีกเรื่องที่คิดว่าไม่ใช่บังเอิญคือเรื่อง The Stepford Wives เรื่องย่อ You must be logged in to see this link. เรื่องนี้จะมีช่วงหนึ่งที่ให้คู่รักเล่นเกมทดสอบว่าเป็นคู่รักที่แท้จริงหรือไม่

ตอนนั้นผมใช้ชื่อรายการ Truly Madly Deeply และพิธีกรเกริ่นนำซึ่งในหนังไม่มีว่า สวัสดีครับนี้คือรายการ ทรูรี่ แมดรี่ ดีปลี่ และจากตอนที่แล้วที่มีคู่รักฝ่าฟันด่านต่างๆ ตอนนี้เปิดวีทีอาร์ให้ดูเล็กน้อยคือ สามีจับแมงป่อง(ผู้ชายเกลียดแมงป่อง) ว่ายน้ำผ่านด่าน และช่วงสุดท้ายผู้ชายทำได้ทุกอย่างเป็นที่ประทับใจต่อผู้ชม และแนะนำเปิดตัวคู่ต่อไป ซึ่งเหมือนที่ผมออกไอเดียเกือบร้อยเปอร์เซนต์ ผู้อ่านไปหามาดูได้เลยครับ

เหมือนแม้กระทั่งผู้หญิงกระโดดกอดผู้ชาย อันนี้ผมแนะนำต้องให้ผู้หญิงกระโดด ประมาณว่าเธอตบะแตก 5555+ และเหมือนแม้กระทั่งที่ผมแนะนำให้คนดูที่เป็นผู้หญิงปรบมือแบบประทับใจผู้ชาย ประหนึ่งผู้ชายแบบนี้แถวบ้านเธอไม่มี

จริงๆผมชอบนะ แต่รู้สึกตัวเองถูกละเมิดสิทธิที่ถูกบีบถูกหลอก และตัวเองต้องทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เพราะกลัวโดนหาว่าบ้า

15.3 พูดแต่หนังฝรั่งเดี๋ยวคนไทยน้อยใจ หนังไทยก็มีครับ มีเรื่องหนึ่งแต่ผมหาชื่อเรื่องไม่ได้ เรื่องนี้เกี่ยวกับครอบครัวไปหาลูกสาวที่หอพักแถวมหาวิทยาลัย โดยผู้หญิงอยู่กินกับผู้ชายด้วย ไอเดียนี้ที่เกือบร้อยเปอร์เซนต์คือ ตอนที่แม่มีเรื่องจะบอกความลับให้พ่อรู้ แล้วพ่อก็พูดนู่นนี่ สุดท้ายแม่เฉลยว่าลูกเป็นเกย์ พ่อก็ทำท่าร้องไห้

อันนี้เรียนตามตรงก๊อปปี้มาเลย อยากให้คิดมันจะเป็นเรื่องบังเอิญได้หรือไม่ ถึงจะเป็นแค่ช่วงสั้นๆไม่กี่วินาที แต่สิ่งที่พวกคุณได้มา มันไม่ถูกต้องอย่างมากเพราะผมถูกบีบให้ฆ่าตัวตาย
Go to Top of Page

madeinthailand
Forum Admin



Thailand
203 Posts

Posted - Dec 24 2011 :  11:58:47  Show Profile  Visit madeinthailand's Homepage Send madeinthailand a Private Message  Reply with Quote

16.ผมขอ copy จาก You must be logged in to see this link.

อาวุธหรือกลยุทธ์หนึ่งที่เจอตอนอยู่ในธ.ไทยพาณิชย์ SCB ที่พวกเขาใช้เชือดผมคือ "มีดที่มองไม่เห็น" ผมโดนกดดันอย่างหนักมาก การกดดันเป็นลักษณะที่คนภายนอกมองไม่ออก ผมโดนอย่างหนักจนกระทั่งผมนอนไม่หลับเครียดและโดนแกล้งจนไม่กล้าลงไปข้างล่างเพื่อทานข้าวกลางวันในช่วงแรก

ในช่วงแรกผมโดนพนักงานธ.ไทยพาณิชย์ SCB ใน SCB Park มองมาที่ผมจุดเดียว ในมุมมองของผมหากผมมีอำนาจและมีเงินแล้ว การแกล้งด้วยการจ้างคนทำด้วยวิธีแบบนี้ไม่ยากเลย ตัวผมเป็นคนที่ไม่ชอบเป็นจุดสนใจ ผมจะรู้สึกอึดอัดหากใครมานั่งมองผมตลอดเวลา ด้วยเหตุนี้ผมจึงไม่อยากเป็นดารา ตอนนั้นผมไปพบจิตแพทย์ด้วย คุณหมอฟังก็บอกว่าผมคิดไปเอง จะคิดไปเองหรือไม่ก็ช่างเถอะเพราะเรื่องมันผ่านมาแล้ว

ในช่วงหลังตอนทำงาน SCB ผมพยายามเอาชนะด้วยการลงไปทานอาหารกลางวันและทำตัวเหมือนไม่มีอะไรแม้ใครจะมองมาที่ผมก็ตาม เวลาทานข้าวกับเพื่อน เพื่อนชอบคุยเกี่ยวกับราชวงศ์ไทยและชอบพูดประมาณให้ผมว่ากล่าวพวกลูกท่านหลานเธอให้ได้ ผมขอยกตัวอย่างเช่น

16.1 เพื่อนชอบพูดประมาณว่าลูกหลานท่านถ่ายแฟชั่นในนิตยสารซึ่งไม่เหมาะสม สำหรับผมก็บอกว่า "ไม่เห็นเสียหายตรงไหน" เพื่อนพยายามพูดและโน้มน้าวผมให้พูดจาว่ากล่าวพวกท่านให้ได้ จนสุดท้ายผมก็บอกว่า "ไม่เหมาะก็ไม่เหมาะแล้วแต่จะมองล่ะกัน" บางทีถามว่าผมคิดอย่างไรกับพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ และชอบถามว่าพระองค์สวยไหม ผมตอบว่า"ท่านหน้าตาสวยดี หน้าท่านคล้ายคัทลียา แมคอินทอช" เวลาผมพูดจบ อีกไม่กี่วันต่อมา ผมอ่านหนังสือพิมพ์ไทยรัฐหน้าไฮโซ ได้อ่านข่าวของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พูดประมาณว่า "ขอบคุณที่ชมว่าท่านสวยและหน้าคล้ายคัทลียา แมคอินทอช"

16.2 บางครั้งเพื่อนถามผมว่าอยากทำอะไร ผมตอบว่าชอบน้ำ เวลาเข้าห้องน้ำผมชอบดูน้ำกระจาย สมัยก่อนชอบทำหยดน้ำตกลงพื้นน้ำ ดูน้ำกระจายเป็นรูปต่างๆ ผมชอบดูน้ำพุและน้ำตก ดูการกระเซ็นของน้ำ ผมคิดว่าหากเราเล่นแสงสีแล้วถ่ายภาพน่าจะสวย อีกไม่กี่วันต่อมาทีวีบ้านผมออกข่าว ช่างถ่ายภาพน้ำผู้หญิงชาวญี่ปุ่นได้พบราชินี ผมก็คุยกับเพื่อนประมาณว่า "อืม....มีคนทำไปแล้ว"

16.3 บางทีเพื่อนให้ผมดีไซน์และให้ตั้งโจทย์ ผมก็ตั้งโจทย์ประมาณว่า หากผมทำร้านอาหารหรือผับบาร์ ผมจะสร้างร้านให้ยืนพื้นสีขาวทั้งหมด แต่จะให้แสงเข้ามาตกแต่งแทนอุปกรณ์ตกแต่งร้าน แบบว่าเราสามารถเล่นแสงสีและเปลี่ยนแสงไปมาได้อย่างไม่น่าเบื่อ อีกไม่กี่วันปรากฏว่าทีวีบ้านผม มีข่าวว่ามีการสร้างในทำนองนี้ไปแล้ว เพื่อนผมก็พูดว่า "มีคนทำไปแล้ว"

ผมชอบโดนเขย่าแบบนี้ไงครับ เวลาพูดอะไร อีกไม่กี่วันจะการลงข่าวแบบนี้ให้ผมอ่าน ผู้อ่านลองคิดดูว่าผมโดนมีดที่มองไม่เห็นค่อยๆเชือดอย่างช้าๆอย่างไร
16.4แม้แต่ข่าวไฮโซ เวลาผมพูดคำนิเทศที่ฟังแล้วแปลกจะปรากฏในหน้าไฮโซของหนังสือพิมพ์ที่ผมอ่าน หรือเวลาให้ผมดีไซน์ชุดออกงานของพวกผู้หญิง ผมชอบนกยูงครับ ผมคิดว่าอยากทำแฟชั่นเสื้อออกงานเป็นชุดนกยูงแต่ต้องใช้ขนนกยูงปลอม ปรากฏว่าหลังจากที่พูดไม่กี่วันอ่านเจอไฮโซคนหนึ่งที่ใส่ชุดตามที่ผมบอกไป

16.5 มีอยู่ตอนหนึ่งเพื่อนถามว่า "โลกในอนาคตเป็นอย่างไร" ผมตอบว่า "โลกในอนาคตจะเป็นโลกของหุ่นยนต์" เพื่อนผมหัวเราะและกล่าวหาว่าผมดูการ์ตูนและหนังมากเกินไป ผมเอ่ยขึ้นมาคำเดียว "อาซิโม (Asimo)" เพื่อนผมยังไม่เข้าใจ ผมตอบว่าฮอนด้าทำหุ่นยนต์มาตั้งนานแล้ว เพื่อนผมไม่ยอมเชื่อผม อีกไม่กี่วันต่อมา ปรากฏว่าฮอนด้าได้นำหุ่นอาซิโมเข้าพบในหลวง

เรื่องอาซิโมยังไม่จบนะครับ พวกเขาให้ผมคิดเรื่องโฆษณารถยนต์ฮอนด้า ผมก็ตอบไปว่าเอาอาซิโมโฆษณาสิ เพื่อนหัวเราะอีก "หุ่นยนต์มาเกี่ยวอะไรกับรถยนต์" ตัวผมก็ตอบประมาณว่า "ถ้าฮอนด้าสร้างหุ่นยนต์ได้ฉลาด แสดงว่ารถยนต์ก็ทำงานได้ฉลาดเหมือนหุ่นยนต์" ท้ายสุดเพื่อนส่งอีเมลเป็นโฆษณาไฟล์ .exe เป็นโฆษณาฮอนด้าครับ

นี้คือการเขย่าทางด้านจิตประสาท พวกเขาอยากให้ผมเครียดบ้าและเป็นโรคประสาท เรื่องอาซิโมผมไม่สามารถตรวจสอบได้ว่ามีคนอยากแกล้งเอาภาพเก่ามาฉายบนทีวีบ้านผมหรือไม่ เพราะอาซิโมมีมาตั้งนานแล้ว ส่วนโฆษณาผมคิดว่าน่าจะมีอยู่แล้ว

ความไม่แน่ใจทั้งหมดนี้จะเป็นฝีมือลูกน้องเพียงอย่างเดียวที่มีจุดประสงค์ต้องการจะทำลายผมหรือไม่ เพราะในระดับสูงบางทีอาจโดนลูกน้องแอบอ้างหรือแกล้งคนอื่นโดยผู้เป็นนายไม่ทราบก็ได้ หรือต้องการจะขู่ผม ให้รู้ว่าใครอยู่เบื้องหลังจงหัดเจียมและยอมรับด้วย สำหรับผมขอวิเคราะห์ว่าไม่ใช่ฝีมือลูกน้องอย่างเดียวแน่เพราะ

ตอนที่ผมเรียนม.กรุงเทพ พระเทพเสด็จมาชมนิทรรศการยาเสพติด มีช่วงหนึ่งที่เด็กย้อมผมสีทองนั่งด้านหน้า โดยทางองครักษ์คงมองแล้วไม่เหมาะสมจึงหาคนอื่นมานั่งแทนที่เด็กย้อมผมคนนั้น เด็กที่นั่งแทนเด็กย้อมผมสีทองคือตัวผมเอง

คุณคิดว่าบังเอิญหรือไม่

ยังมีอีก ตอนช่วงผมช่วยแม่ขายของที่บ้าน มีลูกท่านหลานเธอมาวัดจักรวรรดิแถวบ้านผม ตำรวจขอให้ผมช่วยไปยืนริมถนนหน่อย อยากให้พระองค์เห็นว่ามีประชาชนคอยเฝ้ารับเสด็จ

คุณคิดว่าบังเอิญหรือไม่

สำหรับผมไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่และช่วงอยู่ SCB ผมโดนให้ออกแบบโอลิมปิกที่จีน ปรากฏว่ามีข่าวที่ผู้กำกับหนังชาวยิวได้รับเหมาออกแบบและสร้างมหกรรมเปิดตัวกีฬาโอลิมปิค แล้วคุณคิดว่าบังเอิญไหม ยิ่งตอนผมเขียนเรื่องโอลิมปิก ในเว-บเด็กดี (dek-d) ปรากฏข่าวอีก ชาวยิวคนเดิมขอถอนตัวจากการรับเหมาโอลิมปิคด้วยเหตุผล "สิทธิมนุษยชน"

สรุปพวกเขาจะทำให้ผมเป็นบ้าให้ได้ใช่ไหม ตอนนี้ผมกำลังเขียน No.6 เป็นเรื่องเกี่ยวกับไอเดียเปิดตัวกีฬาโอลิมปิคครับ อันนี้จะเป็นเวอร์ชั่นเต็ม อาจจะเป็นเรื่องบังเอิญก็ได้ หากผู้อ่านอยากหาหลักฐานก็ดูจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐช่วงปี 2546 หรือทีวีช่วงปี 2546 เช่นเดียวกัน ผมอยากรู้ว่าทีวีและหนังสือพิมพ์ที่ผมดูเป็นของเถื่อนหรือไม่

นี้คือตัวอย่าง "มีดที่(คนภายนอก)มองไม่เห็น" ครับ
Go to Top of Page

madeinthailand
Forum Admin



Thailand
203 Posts

Posted - Dec 24 2011 :  12:00:03  Show Profile  Visit madeinthailand's Homepage Send madeinthailand a Private Message  Reply with Quote

ผมพอแค่นี้ก่อนครับ ผมยังไม่เล่าเรื่องที่ผมโดนขโมยไอเดียโฆษณา ยังไม่เล่าเรื่องที่ผมโดนเหมือนเรื่องขี้หอม หรือแม้กระทั่งเรื่องร.8 ผมเอาแค่นี้เพราะอยากรู้ว่าเรื่องเท่านี้ผมจะหาคนรับผิดชอบได้หรือไม่

ผมไม่เข้าใจ ผมเป็นคนไม่รวยแต่ค่อนข้างมีน้ำใจ คนไทยบางคนมาขอเงินกลับบ้านต่างจังหวัด ขอเงินทานข้าว ผมไม่ปฏิเสธ บางคนผมให้เป็นร้อยบาทเสียด้วยซ้ำ บางคนหาบเร่แผงลอยผมช่วยซื้อทั้งที่สินค้าไม่อยากได้ ส่วนคนยิวที่ร่ำรวยมหาศาลต้องการซื้อบริษัทราคาถูกด้วยการทำลายค่าเงินบาทประเทศไทย มีคนเจ็บและบอบช้ำอย่างมาก บางคนฆ่าตัวตายยกครอบครัวก็มี

แต่คนไทยส่วนใหญ่กลับเลือกทำร้ายคนที่ไม่คิดทำร้ายใคร คนไทยส่วนใหญ่กลับร่วมมือยิวทำลายคนไทยด้วยกัน แถมยังมีหน้าเชียร์ยิว ส่งเสริมยกยออิสราเอล ทั้งที่เงินจากยิวอเมริกาก็ส่งให้ยิวในอิสราเอล

ผมจึงไม่แปลกใจ เหตุใดคนในประเทศไทยส่วนใหญ่เห็นแก่ตัว เห็นแก่เงิน ทำงานได้อย่างมากคืออีตัว หรือเล่นการพนัน ขนาดคนที่ทำงานสุจริตยังบีบให้เขาขายตัว ฝรั่งไม่ผิดที่มองประเทศไทยแค่ประเทศเซก ผมอยากให้คนไทยยอมรับที่ฝรั่งพูดเถอะ และหวังว่าเวลาทีพวกคุณคนไทยเลียแข้งเลียขายิว ไอ้พวกยิวคงให้เศษเงินจากหมื่นล้านแสนล้านบาทที่เคยเอาไปให้พวกคุณร่ำรวยมีเงินมีทองไว้ใส่โชว์คนข้างบ้าน

อีกอย่าง ในหลวงกรุณาเลิกสอนเรื่องความพอเพียงได้แล้ว ผมจะอ้วก สอนตัวเองให้ตัวเองทำให้ได้ก่อน เมื่อสอนตัวเองได้แล้ว กรุณาสอนครอบครัวตัวเองด้วย เผื่อสังคมไทยอาจจะดีขึ้นมาบ้าง ไม่ใช่มีแต่พวกตีหน้าซื่อแต่ใจคด และควรแสดงความเป็นแมน ใช้อำนาจให้ถูกต้อง อย่าเป็นอีแอบคอยรังแกคนที่คิดว่าอ่อนแอกว่า

ฉะนั้น ผมแนะนำให้ท่านใช้อำนาจที่ถูกต้องด้วยการหาต้นต่อ หรือหาเจ้าของความคิดสร้างสรรค์ที่ผมกล่าวหาว่าเอามาจากผมไป หากในหลวงหรือราชวงศ์ไทยทำได้ ผมจะมองท่านแมน อีกอันในหลวงโดนกดดันเรื่องร.8มาตลอดทั้งชีวิต ฉะนั้นท่านจะเอาสิ่งที่ท่านโดนมาให้ผมโดนกดดันเหมือนท่านทั้งชีวิต มันก็เรื่องของท่าน สำหรับผมกระจอกมาก ผมแค่รู้สึก หากคนรู้ว่าผมทำผิดจริงทำไมไม่เอาหลักฐานให้ศาลไปเลยล่ะ ผมไม่มีอำนาจหรือเงินไปปิดปากใครหรอก

เสริมอีกในหลวงท่านอาจจะโดนคนอื่นเอาเรื่องร.8มาต่อรองหรือหาผลประโยชน์กับท่าน ท่านจึงพยายามหาจุดผิดผมเพื่อให้ผมโดนต่อรองเหมือนท่าน ผมพูดเลย ผมไม่เหมือนท่านหรอก สิ่งที่ผมต่างจากท่านคือผมกำลังสู้


Go to Top of Page
  Previous Topic Topic Next Topic  
 New Topic  Reply to Topic
 Printer Friendly
Jump To:
talk2me © 2000-05 ForumCo.com Go To Top Of Page
This page was generated in 0.28 seconds. Snitz Forums 2000
RSS Feed 1 RSS Feed 2
Powered by ForumCo 2000-2008
TOS - AUP - URA - Privacy Policy
ForumCo Free Blogs and Galleries
Signup for a free forum or Go Banner Free