|
madeinthailand
Forum Admin
 149 Posts |
Posted - May 29 2008 : 03:50:12
|
เขียนเรื่องโดย เซบาสเตียน
26 มีนาคม 2550
ตอนที่ 8 เรื่องสวัสดี
บางคนไม่เข้าใจผู้เขียนกล่าวหาว่าผู้เขียนทำอาชีพสบายๆ ขอเงินง่ายๆหรือขี้เกียจทำงาน ที่คนทะเลาะกันเพราะไม่พูดคุยให้เข้าใจกันมากกว่า ผู้เขียนเลยขออธิบายสาเหตุว่าทำไมผู้เขียนถึงไม่สมัครงาน
มีคนโทรมาให้ผู้เขียนไปสมัครงานก่อนผู้เขียนทำงานธนาคารไทยพาณิชย์ SCB คือการบินไทย ธนาคารธนชาติ ไทยประกันชีวิต จนกระทั้งผู้เขียนได้ทำงานบริษัท cdg (โปรแกรมเมอร์ 7 เดือน) และธนาคารไทยพาณิชย์ SCB (ผู้ดูแลฐานข้อมูล 2 ปี 4 เดือน ) ตามลำดับ โดยสองบริษัทหลังเพื่อนชวนไปทำ
หลังจากลาออกจากธนาคารไทยพาณิชย์ SCB ผู้เขียนพักรักษาตัวเองสองปี ผู้เขียนได้ลองหางานทำมีบริษัทเรียกสัมภาษณ์คือซิงเกอร์ เดอะมอล ลอซเลย์ โดยเป็นบริษัทที่ผู้เขียนไม่ได้สมัครแต่บริษัทเรียกเอง และผู้เขียนได้ทำงานที่บริษัท barter center (เซลล์ 1 เดือน ) และ บริษัท TTF (เซลล์ 1 วัน) ตามลำดับ โดยสองบริษัทหลังผู้เขียนไม่ได้สมัครแต่บริษัทเรียกเองและมีคนแนะนำ
ถ้าผู้อ่านเห็นและอยู่ในวงการธุรกิจจะรู้ได้ทันทีเลยว่า บริษัทเหล่านี้มีสายสัมพันธ์ของผู้ถือหุ้นใหญ่และบางบริษัทที่เป็นพันธมิตรกับธนาคารไทยพาณิชย์ SCB จริงๆแล้วทุกบริษัทในประเทศไทยต้องเป็นพันธมิตรกับผู้ถือหุ้นใหญ่ไม่งั้นทำธุรกิจไม่ได้ไ ว้วันหลังผู้เขียนจะเปิดให้ฟังว่าทำไมประเทศไทยถึงฉีกตำราเศรษฐศาสตร์
แต่ถ้าเห็นแล้วจะรู้เลยว่าคนบางคนยังตามล้างผลาญผู้เขียนไม่เลิก และทำให้ผู้เขียนไม่อยากทำงานในบริษัท จนต้องหาทางออกด้วยการเขียนบทความ
ทุกอย่างย่อมมีสาเหตุและผู้เขียนรู้อยู่สาเหตุหนึ่งคือมีบางคน(จริงๆแล้วหลายคน) เปิดความลับกับผู้เขียน (นั้นแสดงว่าพวกเขาต้องบีบให้ผู้เขียนตายให้ได้) คนบางคนจะมีวิธีฆ่าคนให้ได้คือต้องบอกความลับของเราให้อีกฝ่ายรู้ (นั้นหมายถึงต้องฆ่าผู้ที่กุมความลับไว้ให้ได้)
แต่สิ่งที่ผู้เขียนมั่นใจคือคนบางคนคงมีพันธสัญญาว่าต้องให้ผู้เขียนฆ่าตัวตายเท่านั้น (มันเป็นเกมของพวกโรคจิต) ไม่งั้นป่านนี้ผู้เขียนตายไปแล้ว ผู้เขียนจึงมานั่งทบทวนตัวเองและเข้าใจสาเหตุแล้ว จึงเขียนประวัติศาสตร์ผ่านมุมมอง(เข้าข้างตัวเอง) ของผู้เขียนเท่านั้น และขอเปิดเหตุการณ์บางอย่างในสมัยที่ผู้เขียนทำงานในธนาคารไทยพาณิชย์ด้วย และนี้เป็นตัวจริงของ ดร.สุเมธ ตันติเวชสกุล
"ดร.สุเมธมาไม่ไปหาหรือ" เพื่อนคนหนึ่งในธนาคารไทยพาณิชย์ถามผู้เขียน "พอดีเราติดงานอยู่" ผู้เขียนสงสัยในใจว่าทำไมต้องไปหาด้วยเหรอ แล้วดร.สุเมธเป็นใครหว่า "แกนี่โง่เนอะ ใครๆก็ไปหากันทั้งนั้น" "เราไม่เข้าใจ ดร.สุเมธเป็นใครทำไมทุกคนต้องไปหา" ผู้เขียนตอนนั้นไม่รู้จักจริงๆ "ไม่รู้จริงหรือ" เพื่อนที่ทำงานย้ำกับผู้เขียน "ไม่รู้จริงๆ" ผู้เขียนสงสัย "ดร.สุเมธ เป็นเลขาในหลวงไง ท่านมาที่นี่ไปหาสิ" "ไม่เอา เราติดงานแต่ไม่เข้าใจเวลาท่านมา คนทุกคนต้องไปหมดเลยเหรอ" ผู้เขียนสงสัยเพราะว่าสำนักงานใหญ่มีคนเกินสองพันคน ต้องไปหาท่านด้วยหรืออีกอย่างผู้เขียนเป็นพนักงานระดับล่างเท่านั้น "แกนี้โง่ ทุกคนไปหาทั้งนั้นคนทั้งชั้นก็ไปหมดแล้ว" เพื่อนที่ทำงานหันไปรอบชั้นที่ข้าพเจ้าทำงานอยู่ (ผู้เขียนทำงานชั้น 12)
ผู้เขียนก็หันไปรอบๆเช่นกันก็ไม่มีคนอยู่เลยในชั้นนั้น แต่ผู้เขียนติดงานเพราะหัวหน้าทีมผู้เขียนสั่งไว้ว่างานด่วน ผู้เขียนยังสงสัยว่าต้องไปหาด้วยเหรอ "ถามจริงๆเหอะ ต้องไปหากันหมดเหรอ ถ้าท่านอยู่ชั้น 12 ชั้นเดียวกับผู้เขียนอาจจะเดินไปหาแต่ไม่ใช่สักหน่อย" ผู้เขียนยังสงสัยมาก "ตามใจแก" เพื่อนที่ทำงานก็เดินไป
แล้วไม่กี่วันผู้เขียนก็เห็นผู้สูงอายุท่านหนึ่งมาที่ชั้น 12 แล้วเห็นผู้ใหญ่ฝ่ายผู้เขียนยกมือไหว้ใหญ่ ตอนนั้นผู้เขียนเข้าใจว่า ผู้สูงอายุท่านนั้นเป็นลูกค้าธนาคารเพราะฝ่ายที่ผู้ใหญ่ท่านนั้นเดินไปมักมีคนนอกเข้ามาเป็นประจำ แต่ผู้เขียนก็ทำงามตามปกติไม่ได้สนใจจริงๆเพราะฝ่ายที่ผู้ใหญ่ท่านนั้นเดินไปหา คนละทีมและคนละสายงานของผู้เขียน
วันที่ได้พบกับดร.สุเมธ ตันติเวชสกุล อีกครั้ง ผู้เขียนได้อยู่ในลิฟท์กับผู้สูงอายุท่านหนึ่ง "ชั้น 22" ผู้สูงอายุกดปุ่มพร้อมบอกชั้น ตอนนั้นผู้เขียนไม่ได้คิดอะไร เฉยๆ "ซี 22" ผู้สูงอายุพูดออกมาอีก ผู้เขียน ?? ไม่เข้าใจ แต่ไม่ได้คิดอะไรก็กดชั้นตัวเองแล้วเดินออกมาตามปกติ
อีกวันที่ได้พบดร.สุเมธ ตันติเวชสกุล ผู้สูงอายุท่านนั้นเดินเข้ามาที่ฝ่ายผู้เขียน ในขณะที่ผู้เขียนเดินออกไปพอดี (ผู้เขียนจำไม่ได้ว่าเดินไปเข้าห้องน้ำหรือทำธุระ) "ให้โอกาสสุดท้ายแล้วนะ" ผู้สูงอายุท่านนั้นบอกกับผู้เขียน ผู้เขียน ?? ไม่เข้าใจ
และเกิดเหตุการณ์บ้าบอคอแตกกับผู้เขียนจนกระทั่งผู้เขียนต้องลาออกไป...
.... เวลาผ่านไปสองปีกว่า ....
วันที่ได้พบดร.สุเมธ ตันติเวชสกุล (ตึกฐานเศรษฐกิจ บรรยายเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง) ผู้เขียนไม่รู้จักดร.สุเมธและไม่รู้จักหน้าตาตัวจริงมาก่อน เคยเห็นแต่ในทีวี
ตอนที่ดร.สุเมธบรรยาย ผู้เขียนก็ว่าคุ้นๆ สงสัยจากทีวีแต่ตัวจริงเห็นบุคคลิก ความสูงและความภูมิใจกับคนแรกของประเทศไทยที่ได้ "ซี 22" (มาจาก ซี 11 สองตำแหน่ง รวมกันเป็น ซี 22 ตอนแกบรรยายรู้สึกภูมิใจมาก) ทำให้ข้าพเจ้าจำเรื่องธนาคารไทยพาณิชย์ได้ทั้งหมดเลยว่าเป็น ผู้สูงอายุในธนาคารไทยพาณิชย์กับเลขาในหลวงคือคนนี้เอง
ตอนบรรยายผู้เขียนมีคำถามดร.สุเมธคนนี้ แต่ท่านตอบคำถามผู้เขียนไม่กระจ่างและไม่ยอมให้ผู้เขียนเปิดโอกาสถามต่อ ยังพูดอีกว่าตัวท่านมีดาบอาญาสิทธ์และทำเป็นไม่รู้จักผู้เขียน ลองหาเทป(ที่ไม่ตัดต่อหรือไม่แต่งเติม)ดูนะครับ
ผู้เขียนจึงเข้าใจเรื่องบางเรื่องของพวกชั้นสูง 1.พวกชั้นสูงบางคนเวลาคบใครหรือรู้จักใครจะสืบเรื่องของคนๆนั้นก่อน ฉะนั้นโอกาสที่ไม่รู้จักนั้น พวกคนชั้นสูงจะไม่เชื่อและคิดว่าคนบางคนทำเป็นไม่รู้จักมากกว่า 2.พวกชั้นสูงบางคนชอบทดสอบพวกคนระดับล่างเพราะคิดว่าตัวเองวิเศษกว่าคนอื่น เลยชอบให้ลูกน้องจับผิดหรือทดสอบบ้าบอคอแตก 3.พวกชั้นสูงบางคนจะไม่ลงมือเอง แต่ชอบส่งตัวแทนจัดการโดยมีตัวเองเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง
สำหรับดร.สุเมธ ตันติเวชสกุล ผู้เขียนเข้าใจแล้วดร.สุเมธคนนี้คงโมโหที่ผู้เขียนไม่ยกมือไหว้ท่าน แต่จะบอกว่าตอนที่ผู้เขียนอยู่ธนาคารไทยพาณิชย์ ผู้เขียนไม่เคยเห็นและไม่รู้จักจริงๆเพราะไม่ได้อยู่วงการชั้นสูง ในทีวีดร.สุเมธในตอนนั้นยังไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะ (ผู้เขียนลาออกจากที่ธนาคารไทยพาณิชย์เมื่อ ตุลาคม ปี 2546)
อย่าลืมนะครับ ธนาคารไทยพาณิชย์สำนักงานใหญ่ SCB มีคนเป็นพันคน จะให้ผู้เขียนเดินผ่านแล้วยกมือไหว้คนสูงอายุกว่าผู้เขียนทุกคนในธนาคารก็เกินไป (เห็นกันอยู่ทุกวัน)
ฉะนั้นผู้เขียนจึงไม่ได้ตอแหลทำเป็นจุดเด่นเรียกร้องความสนใจ ส่วนดร.สุเมธ ตันติเวชสกุล ต่างหากทำเป็นไม่รู้จักผู้เขียนตอนบรรยายเศรษฐกิจพอเพียง
เพราะฉะนั้นบทเรียนที่ได้จากธนาคารไทยพาณิขย์ให้กับคนรุ่นใหม่คือ คนบางคนทำเป็นมีเมตตาธรรมไม่ถือสาหาความ แต่จริงๆแล้วในใจของพวกเขาร้อนรน ขาดความอบอุ่นเลยต้องให้ผู้อื่นมาสนใจ หาทางเชือดไก่(อ่อนแอ)ให้ลิงดูว่าตัวเองเก่งแค่ไหน ที่สำคัญคนบางคนทำตัวดูน่าเลื่อมใส ผู้เขียนเลยของเปิดนิสัยที่แท้จริงของหัวหน้าบางคนในขณะทำงานที่ธนาคารไทยพาณิชย์ SCB
หัวหน้าทีมคนหนึ่ง(ผู้ชายสูงอายุ) อยู่คนละฝ่ายกับผู้เขียน "เย็นนี้ว่างไหม ไปทานข้าวกัน" หัวหน้าทีมคนหนึ่งถามผู้เขียน "ไม่ว่างครับ พอดีพี่หัวหน้าสั่งงานไว้ตอนเย็น" ผู้เขียนตอบ "คุณนี้โง่จริงๆ" ผู้เขียน ?? ไม่เข้าใจ
พึ่งจะมาเข้าใจตอนหลังว่าพวกผู้ใหญ่พูดหมายถึงอะไร ผู้เขียนไม่ได้แกล้งซื่อ ผู้เขียนซื่อจริงๆใครจะไปคิดว่าทำงานธนาคารจะมีเรื่องแบบนี้ด้วย ผู้เขียนไม่ได้ทำงานในบาร์อะโกโก้สักหน่อย จะได้ทำเป็นซื่อไม่รู้ว่าชวนไปร้องคาราโอเกะที่ห้องหมายถึงอะไร
----------------- บทสรุป ----------------------- ระวังบุตรหลาน ที่ทำงานในบริษัทขุนนางบางคน คนพวกนี้คิดว่าตัวเองวิเศษกว่าผู้อื่น ชอบเอาตำแหน่งใหญ่กว่า คิดว่าตัวเองใหญ่กว่าบังคับผู้อื่น
สำหรับผู้เขียนไม่กลัวเลยเรื่องขู่ ผู้เขียนเป็นคนขี้ขลาดแต่จับไต๋ได้ว่าคนบางคนขี้ขลาดกว่าผู้เขียนอีก เลยชอบรังแกคนอ่อนแอกว่าและอยากให้ผู้อ่านได้คิดนะครับว่า คนที่โดนบีบให้ฆ่าตัวตายจะโดนบีบถึงขนาดไหน
ใครเชื่อหรือไม่เชื่อผู้เขียนก็ได้ ผู้เขียนไม่ได้สนใจและคิดว่าเรื่องนี้ทำให้ผู้เขียนโดนรังแกหรือเปล่า ขอบอกว่ายังไม่ใช่ เพราะถ้าคุณอ่านบรรทัดบนจะเห็นเลยว่ามีบริษัทใหญ่เรียกผู้เขียนสมัครงานก่อนผู้เขียนทำงานธนาคารไทยพาณิชย์อีก ทั้งที่เกรดผู้เขียนแค่ 2.2 เท่านั้น
ตอนนี้เข้าใจสาเหตุทั้งหมดแล้ว ผู้เขียนภูมิใจมากที่ไม่ยกมือไหว้ใครบางคน ผู้เขียนจำไม่ได้ว่าตอนเจอดร.สุเมธ ตันติเวชสกุล ที่ตึกฐานเศรษฐกิจผู้เขียนยกมือไหว้หรือไม่ ถ้าผู้เขียนยกมือไหว้ผู้เขียนขอถอนด้วย เพราะผู้เขียนยกมือไหว้แต่สิ่งดีงาม(ของแท้) เท่านั้น
เปิดความลับอีกอันครับประศาสตร์ย้อนรอยแน่ จริงๆแล้วไม่อยากเตือนเลย(แล้วผมจะเฉลยว่าทำไม) สมัยก่อนมีอยู่ประเทศหนึ่งที่ขี้ขลาดให้พวกต่างชาติตั้งฐานทัพทำลายเพื่อนบ้าน ตอนนี้ก็ยังทำอยู่แต่เปลี่ยนรูปแบบวิธีการเท่านั้น และจะบอกประเทศเพื่อนบ้านว่าสายลับบางคนเป็นดาราฮอลีวูดด้วย
ใครที่ชอบบอกว่าชีวิตจริงเหมือนนิยาย แท้จริงแล้วนิยายต่างหากเอาเรื่องชีวิตจริงไปแต่ง แล้วผู้เขียนจะเขียนสาเหตุจริงๆว่า เหตุที่เกิดเพราะอะไร
--------------------------------------------------------------------------------- ถ้าคุณชอบบทความนี้ ช่วยอ่านบทความในเวปนี้ด้วยครับ มีลิงค์บทความให้อ่านอีกมากมาย http://scbbadth.tripod.com หรือ http://www.geocities.com/scb100yr และ http://madeinthailand.forumco.com เหมือนกันหมดครับ -------------------------------------------------------------------------------- ตอนนี้ผมว่างงาน ผมทำงานหรือใช้ชีวิตทำงานแบบปกติไม่ได้เพราะธนาคารไทยพาณิชย์ ผมเลยคิดว่าอยากเขียนบทความ เรื่องสั้น นิยาย นิทาน หากผู้ใดอ่านแล้วชื่นชอบแล้วอยากซื้อ เหมือนเราซื้อหนังสือ แต่เปลี่ยนจากหนังสือเป็นเว็บแทน ยินดีรับเงินจากผู้อ่านตามนี้ครับ หรือใครอยากอ่านเฉยๆไม่อยากให้เงิน ผมก็ยินดีเพราะของฟรีมีในโลกครับ ขอให้อ่านก็พอ
ขอยืนยันอีกครั้งว่านี้ไม่ใช่การบริจาคหรือขอเงินแต่เป็นการใช้สมองของผู้เขียนขายบทความทางเว็บเท่านั้น
แก้ไขเลขที่บัญชีใหม่ ธนาคาร ไทยธนาคาร สาขา ย่อยจักรวรรดิ เลขที่บัญชี 068-2-04705-4 ชื่อไทย นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์ ชื่ออังกฤษ MR.NOBNUTPONG SURIYAROJ
ผมจะไม่ฆ่าตัวตายและชีวิตผมไม่ชอบแช่งใคร เพราะมีคนเคยสอนว่าไม่ดี แต่วันนี้ผมขอสาปแช่งว่า ผู้ใดที่กระทำให้ นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์ เป็นผู้ที่ลำบากกายหรือลำบากใจอย่างปัจจุบันนี้ ในทางตรงหรือทางอ้อม หรือ เบื้องหน้าหรือเบื้องหลัง โดยมีเจตนาหรือไม่มีเจตนาแต่รู้ตัวก็ตาม โดยไม่รับผิดชอบหรือวางเฉยและไม่บอกกล่าวให้นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์ได้รับทราบตลอดไป ผมขอให้ผู้นั้นทั้งตระกูลพินาศและขอให้ธนาคารไทยพาณิชย์พินาศด้วยเช่นกัน
* ผมเปิดให้แสดงความคิดเห็นได้ครับ แต่อย่าลงรูปนะครับเพราะจะทำให้การดึงข้อมูลช้าได้
|
|