talk2me
talk2me
Home | Profile | Register | Active Topics | Active Polls | Members | Private Messages | Search | FAQ
Username:
Password:
Save Password
Forgot your Password?




 All Forums
 เรื่องสั้น เรื่องยาว นิทานติดอันดับโลกจ้า
 คัมภีร์มหาโกง
 ตอนที่ 11 เรื่องเสียงสวรรค์
 New Topic  Reply to Topic
 Printer Friendly
Author Previous Topic Topic Next Topic  

madeinthailand
Forum Admin


Thailand
203 Posts

Posted - May 29 2008 :  03:52:13  Show Profile  Visit madeinthailand's Homepage Send madeinthailand a Private Message  Reply with Quote
แต่งและเขียนเรื่องโดย เซบาสเตียน

16 เมษายน 2550

เรื่องนี้เป็นจินตนาการของผู้แต่งเท่านั้น หากชื่อบุคคล สถานที่หรือเหตุการณ์ตรงกับใคร ทางผู้จัดทำขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
--------------------------------------------------------------
ผู้เขียนเข้าใจผิดเรื่องค่าชดเชย (คัมภีร์มหาโกง ตอนที่ 1 เรื่องบังเอิญกับเจ้านายเอื้ออาทรณ์) ต้องขอโทษจริงๆ ผู้เขียนจะระมัดระวังเรื่องแบบนี้มากขึ้น ผู้อ่านอ่านรายละเอียดเรื่องค่าชดเชยได้จากหนังสือทั่วไปหรือเว็บ You must be logged in to see this link. พิมพ์คำว่า "ค่าชดเชย" มีข้อมูลให้อ่านเยอะครับ

ตอนที่ 11 เรื่องเสียงสวรรค์

"ใต้เท้า ศัตรูมีกำลังทหารประมาณห้าพันนายครับ" นายกองรายงานต่อแม่ทัพ

แม่ทัพโมโหพร้อมยกจอกเหล้าลงบนพื้น "สายสืบรายงาน ฝ่ายศัตรูมีไม่ถึงหนึ่งพันนาย ไปตามสายสืบมาพบข้า"

.... ผ่านไปสักระยะ ....
"ท่านมีเรื่องด่วนอันใดมิทราบ ท่านแม่ทัพ" สายสืบเข้ามาพร้อมใส่ชุดที่ไม่เหมาะสมต่อการเข้าพบ

ท่านแม่ทัพยืนมองด้วยสายตาตำหนิ "ท่านบอกข้าว่าศัตรูมีไม่ถึงพัน ท่านจงดูนี้" แม่ทัพชี้ไปทางเขาเห็นฝุ่นบนเขาปกคลุมไปทั่วเหมือนหมอกในยามเช้า"ท่านคิดว่ามีสักเท่าไร"

"เกินหนึ่งพันแน่นอนยกโทษให้ข้าด้วย" สายสืบคุกเข่าอ้อนวอนร้องขอชีวิตจากผู้เป็นนาย

"ทหาร...จับมันไปประหาร"
"ครับ"

ผู้ทำหน้าที่นอกจากเสี่ยงตายแล้ว ยังหมายถึงห้ามทำงานพลาดด้วย หากพลาดแม้เพียงเรื่องเล็กน้อย นั้นหมายถึงชีวิตอีกหลายพันหลายหมื่นตกอยู่ในอันตราย ไม่มีข้อแก้ตัวใด ๆ นอกจากยอมรับความตายเท่านั้น

ปรากฏว่าสิ่งที่สายได้รับข่าวมาหาใช่มีข้อผิดพลาดไม่ เหตุเพราะศัตรูใช้กลยุทธ์นำทหารม้าให้นำสัตว์เหล่านั้นวิ่งไปมา อันเป็นกลลวงศัตรูให้ดูว่าเหมือนมีกำลังทหารประจำกองอยู่มหาศาล
--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--

"ท่านแม่ทัพ กองไฟที่ศัตรูสุมไว้น้อยลงครับท่าน"

แม่ทัพดูจำนวนกองไฟเห็นว่าน้อยลงจริง ๆ นอกจากนั้นรอยเท้าม้าของศัตรูน้อยลงด้วยเช่นกัน "ดี เสบียงคงใกล้หมดลง กองทัพข้าศึกกำลังอ่อนแอ สั่งให้ตามต่อไป" แม่ทัพสั่งให้เดินทัพต่อ

เมื่อเจอที่พักของศัตรูอยู่ที่ไหน สังเกตุกองสุมไฟและรอยเท้าม้ายิ่งน้อยลง แม่ทัพยิ่งมั่นใจว่าอาหารของข้าศึกกำลังหมดลงแล้ว การขาดแคลนเสบียงย่อมหมายถึงกองทัพกำลังอ่อนแอ "เราต้องรีบตามไปเรื่อยๆ อีกไม่ช้าคงตามถึงแน่" แม่ทัพสั่งลูกน้องให้ตามต่อไป

เมื่อเดินไปเรื่อย ๆ ปรากฏว่ากองทัพของตนเองโดนศัตรูล้อมอยู่ด้วยกำลังพลมหาศาล ตอนนี้แม่ทัพรู้ตัวแล้วว่าโดนข้าศึกหลอกมาตลอด
--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--

.... ปัจจุบันกลยุทธ์เปลี่ยนไปแล้ว ....

"นายกช่วยเราด้วย ช่วยพวกเราด้วย" เสียงชาวประชากำลังร้องเรียกให้นายกเชาว์ช่วย ในช่วงขณะที่นายกรัฐมนตรีประเทศไทยากำลังเข้าพบชาวบ้าน

"ผมมาที่นี้เพราะมีเสียงเดือดร้อน ผมมาเพื่อแก้ไขและยินดีรับฟังเสียงประชาชน" นายกดูสง่ามีราศี ท่านกำมือยกแขนไปข้างหน้า ดูแล้วช่างน่าเกรงขาม

เฮ......... [ชาวบ้านปรบมือ]

"เสียงประชาชนคือเสียงสวรรค์"
โห่ เฮ......เฮเฮเฮ [ชาวบ้านโห่ร้องอย่างดีใจที่มีนายกเข้าใจพวกเขา]

นายกเชาน์ผู้นี้เป็นนายกที่เข้ามากอบกู้เศรษฐกิจ หลังจากประเทศเกิดวิกฤติเรื่องค่าเงิน ประชาชนต่างรอความหวังว่านายกท่านนี้จะเข้ามากอบกู้ประเทศให้ลืมตาอ่าปาก แต่แล้วนโยบายต่าง ๆ ที่ออกมาทำให้

เศรษฐกิจไม่ฟื้น ตกต่ำสุดขีด ข่าวหนังสือพิมพ์พาดหัวเกือบทุกสำนัก

นโยบายรัฐ ฆ่ารากหญ้า ข่าวในอินเตอร์เน็ต (internet) กระจายกันแพร่หลาย เกือบทุกคนโพสด่ารัฐบาลอย่างเสียหาย ช่วงนี้ท่านนายกเดินไปทางไหนมีแต่คนคอยเดินตามด่า

"ท่านนายกดูนี้สิครับ" เลขานายกเชาว์เอาคำด่าในอินเตอร์เน็ตมาให้นายดู
นายกเชาว์ดูส่วนใหญ่มีแต่ด่ามากกว่าชม ท่านเปิดอ่านไปเรื่อย ๆ สักพักก็พยักหน้าส่งเอกสารกลับคืนเลขา "คุณยังเด็ก คุณยังไม่เข้าใจ" นายกกล่าวเพียงสั้น ๆ แล้วเดินขึ้นห้องทำงานอย่างไม่สนใจ

ตอนนี้ประชาชนเดือดร้อนกันมากและมายืนประท้วงหลังจากที่ราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ
นายกร่วมทุกข์ ร่วมสุขกับประชาชน หนังสือพิมพ์พาดหัวข่าวอีกครั้ง นายกเชาว์ร่วมนั่งกินข้าวกับชาวบ้านพร้อมรับฟ้งความคิดเห็นจากผู้เดือดร้อน

เหมือนผีซ้ำด้ำพลอยประเทศไทยา ที่ชอบมีเรื่องปวดหัวชวนแก้แล้วแก้อีก คราวนี้นโยบายทางการเงินที่ออกมาจากการธนาคารแห่งประเทศไทย ดูไม่ค่อยงาม สื่อจึงเขียนเตือน

นโยบายผิดพลาด ไม่เปลี่ยนประเทศแย่ สื่อลงเล่นอีกครั้ง ไม่เว้นนักวิชาการ นักการเมืองต่างออกมาวิจารณ์นโยบายของผู้ว่าการธนาคารว่าเป็นนโยบายฉุดเศรษฐกิจมากกว่าดัน


....ไม่มีเสียงตอบรับจากผู้ว่าที่สื่อเรียก ....

กัปตันเรือผู้ฝ่าพายุที่โหมเข้าหาเรือไทยา เห็นเสียงจากสื่อดังขึ้นจึงเข้ามาแก้ปัญหาด้วยการรับฟังข้อคิดเห็นด้วยตัวเอง ทุกคนดีใจที่คนใหญ่โตรับฟังคำเตือน ยังดีกว่าผู้ว่าการธนาคารซึ่งขณะนี้ยังทำเป็นนิ่ง

ขายหมดทุกอย่างไม่เว้นประเทศก็ขาย
ตอนนี้มีการชุมนุมประท้วง ถือป้ายด่านายกกันใหญ่ ผู้ต่อต้านนายกเชาว์ส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจเกือบทุกคนเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ

"ท่านครับ จะดีหรือครับ มีการชุมนุมขับไล่ท่าน" เลขาผู้ติดตามนายมาตลอดรู้สึกเป็นห่วง
"เราประเทศประชาธิปไตยต้องรู้จักฟังความคิดเห็นทุกด้าน" นายกสอนเลขาพร้อมมือลูบหัวเด็กอย่างเอ็นดู

การชุมนุมเริ่มใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ เลขากลัวภาพลักษณ์ของนายจะแย่ "แบบนี้ไม่แย่หรือครับ ผมว่าปล่อยแบบนี้ต่อไปไม่ดีแน่ เปลี่ยนนโยบายเถอะครับ" ความห่วงใยนายไม่เคยเปลี่ยน กลัวนายรับมือผู้ประท้วงไม่ไหว

"ไม่ต้องห่วง ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวผมแสดงให้คุณเห็น" สายตาของนายดูมีพลัง แววตาที่บ่งบอกถึงความเป็นผู้นำ ผู้นำที่ไม่เคยแสดงความอ่อนแอให้เห็นแม้กับผู้ใกล้ชิดก็ตาม


.... เวลาผ่านไปไม่นาน ....

ฝ่ายรัฐบาลขอจัดการชุมนุมบ้าง เพื่อแสดงพลังความรักที่มีให้ต่อกัปตันเรือ ปรากฏว่าผู้คนจากทั่วสารทิศมาชุมนุมเต็มพื้นที่ปราศรัย "เห็นไหมเสียงผมยังเยอะลูกผู้ชายทำอะไรต้องมั่นใจ"

"ขอบคุณพ่อแม่พี่น้องที่มาเพื่อผมในวันนี้ ผมจะแก้ไขปัญหาประเทศให้พ้นวิกฤต ผมเป็นคนใจกว้าง เชื่อผม ผมรับฟังเสียงทุกคน เสียงประชาชนคือเสียงสวรรค์"

เฮ......เฮเฮเฮ นายกสู้ นายกสู้ นายกสู้ [ทุกคนโห่ร้องดีใจ]

เลขาได้เห็นและสดับฟังด้วยตนเอง ภาพที่ปรากฎผู้คนถือรูปนายก ยกป้ายรักนายก เป็นภาพที่ประทับใจมาก แม้คำว่านายกสู้ สู้ นายกสู้ สู้ ยังคงก้องอยู่ในหัวใจของผู้รับใช้นายตลอดไป

----------------- บทสรุป -----------------------

จากบทความสองช่วงแรกผมเอามาจากความทรงจำ เนื้อเรื่องอาจไม่ตรงตำรากลยุทธ์ก็อย่าว่านะครับ

สิ่งที่เห็นเป็นพันเป็นหมื่น อาจเกิดจากกลุ่มคนเพียงหยิบมือเดียวก็ได้
สิ่งที่เห็นมีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แท้จริงอาจมีหมื่นมีแสนรออยู่ก็ได้
"อย่าเชื่อในสิ่งที่เห็น"

ปัจจุบันการศึกได้เปลี่ยนไปเป็นในรูปแบบสื่อมากกว่า สิ่งที่เราเห็นไม่ว่าอินเตอร์เน็ต ทีวี หนังสือพิมพ์หรือฟังจากวิทยุ อาจจะเป็นเพียงการปลุกปั่นของคนเพียงบางกลุ่มไม่ถึงสิบคนก็ได้ ฉะนั้นคนมีอำนาจรัฐ อำนาจเงินและมีฐานเสียงเป็นล้านทำไม จะทำไม่ได้

คนบางกลุ่มโดนปิดหู ปิดตาจริง ๆ บางคนทำนโยบายผิดพลาดไม่รู้ตัวเพราะมีแต่พวกคอยปิดหู ปิดตาไว้ เดินไปไหนมีแต่คนคอยจัดฉากดี ๆ ให้เห็น ผมเคยเจอคนบางกลุ่มยังคิดว่าประเทศไทยประชาชนรวยมาก ไม่รู้เรื่องโลกจริง ๆ เลยว่าเป็นอย่างไร ถ้าไม่เชื่ออ่านเรื่อง "หลังม่านประวัติศาสตร์" ของเว็บผมนะครับ

เรื่องจริง ๆ ของสังคมคือมีการรับจ้างด่า รับจ้างชม คนที่มีอำนาจไม่ใช่ไม่ฟังเสียงหรือทำเป็นหยิ่ง แต่พวกเขาเหล่านั้นไม่รู้ว่าเสียงไหนจริง เสียงไหนจัดฉาก พวกมีอำนาจทำได้อย่างเดียวคือมั่นใจว่าทำอะไรก็ทำไปเลย ผู้นำบางคนจึงไม่ฟังเสียงดูแค่จีดีพีตัวเลขสวย ๆ เท่านั้น

ปัญหาที่เกิดคือหากผู้แก้ปัญหาไม่มีความรู้จริงแล้ว บางครั้งมองปัญหาไม่ออก ยิ่งเข้าไปแก้ยิ่งยุ่งใหญ่หรือบางทีมีความรู้แต่มีปัจจัยนอกจากที่ตนคิดไว้ ทำให้นโยบายไม่ประสบความสำเร็จก็มี

นั้นจึงเป็นปัญหาหากมีความผิดพลาดแล้ว พวกเขาเหล่านั้นไม่ไว้ใจผู้เตือนเพราะไม่รู้ว่าผู้เตือน เตือนเพราะอยากช่วยจริงหรือมีผลประโยชน์แอบแฝงหรือไม่

อย่าแปลกใจ หากผู้มีอำนาจเป็นแบบนี้เพราะพวกเขาใช้วิธีนี้เดินขึ้นมาเหมือนกัน
---------------------------------------------------------------------------------
ถ้าคุณชอบบทความนี้ ช่วยอ่านบทความในเวปนี้ด้วยครับ มีลิงค์บทความให้อ่านอีกมากมาย You must be logged in to see this link. หรือ You must be logged in to see this link. หรือ You must be logged in to see this link. เหมือนกันหมดครับ
--------------------------------------------------------------------------------
ตอนนี้ผมว่างงาน ผมทำงานหรือใช้ชีวิตทำงานแบบปกติไม่ได้เพราะธนาคารไทยพาณิชย์ ผมเลยคิดว่าอยากเขียนบทความ เรื่องสั้น นิยาย นิทาน หากผู้ใดอ่านแล้วชื่นชอบแล้วอยากซื้อ เหมือนเราซื้อหนังสือ แต่เปลี่ยนจากหนังสือเป็นเว็บแทน ยินดีรับเงินจากผู้อ่านตามนี้ครับ หรือใครอยากอ่านเฉยๆไม่อยากให้เงิน ผมก็ยินดีเพราะของฟรีมีในโลกครับ ขอให้อ่านก็พอ

ขอยืนยันอีกครั้งว่านี้ไม่ใช่การบริจาคหรือขอเงินแต่เป็นการใช้สมองของผู้เขียนขายบทความทางเว็บเท่านั้น

แก้ไขเลขที่บัญชีใหม่
ธนาคาร ไทยธนาคาร
สาขา ย่อยจักรวรรดิ
เลขที่บัญชี 068-2-04705-4
ชื่อไทย นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์
ชื่ออังกฤษ MR.NOBNUTPONG SURIYAROJ

ผมจะไม่ฆ่าตัวตายและชีวิตผมไม่ชอบแช่งใคร เพราะมีคนเคยสอนว่าไม่ดี แต่วันนี้ผมขอสาปแช่งว่า ผู้ใดที่กระทำให้ นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์ เป็นผู้ที่ลำบากกายหรือลำบากใจอย่างปัจจุบันนี้ ในทางตรงหรือทางอ้อม หรือ เบื้องหน้าหรือเบื้องหลัง โดยมีเจตนาหรือไม่มีเจตนาแต่รู้ตัวก็ตาม โดยไม่รับผิดชอบหรือวางเฉยและไม่บอกกล่าวให้นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์ได้รับทราบตลอดไป ผมขอให้ผู้นั้นทั้งตระกูลพินาศและขอให้ธนาคารไทยพาณิชย์พินาศด้วยเช่นกัน

* ผมเปิดให้แสดงความคิดเห็นได้ครับ แต่อย่าลงรูปนะครับเพราะจะทำให้การดึงข้อมูลช้าได้
  Previous Topic Topic Next Topic  
 New Topic  Reply to Topic
 Printer Friendly
Jump To:
talk2me © 2000-05 ForumCo.com Go To Top Of Page
This page was generated in 0.09 seconds. Snitz Forums 2000
RSS Feed 1 RSS Feed 2
Powered by ForumCo 2000-2008
TOS - AUP - URA - Privacy Policy
ForumCo Free Blogs and Galleries
Signup for a free forum or Go Banner Free