talk2me
talk2me
Home | Profile | Register | Active Topics | Active Polls | Members | Private Messages | Search | FAQ
Username:
Password:
Save Password
Forgot your Password?




 All Forums
 เรื่องสั้น เรื่องยาว นิทานติดอันดับโลกจ้า
 คัมภีร์มหาโกง
 ตอนที่ 20 เรื่องวิชามารการตลาด2 (พันธมิตร)
 New Topic  Reply to Topic
 Printer Friendly
Author Previous Topic Topic Next Topic  

madeinthailand
Forum Admin


Thailand
203 Posts

Posted - May 29 2008 :  03:58:31  Show Profile  Visit madeinthailand's Homepage Send madeinthailand a Private Message  Reply with Quote
แต่งและเขียนเรื่องโดย เซบาสเตียน

25 มิถุนายน 2550

เรื่องนี้เป็นจินตนาการของผู้แต่งเท่านั้น หากชื่อบุคคล สถานที่หรือเหตุการณ์ตรงกับใคร ทางผู้จัดทำ ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
--------------------------------------------------------------
ตอนที่ 20 เรื่องวิชามารการตลาด2(พันธมิตร)

ในทางการตลาดนั้นทุกบริษัทย่อมมีเป้าหมายคืออยากเป็นที่หนึ่งในตลาดหรือทำอย่างไรให้มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการให้มากที่สุด บางบริษัทเป็นบริษัทอันดับหนึ่งอย่างเช่นบริษัท A ซึ่งมีบริษัท B และบริษัท C เป็นที่สองและที่สามตามลำดับ

ตอนนี้บริษัท A กำลังมาแรงและแย่งส่วนแบ่งตลาดได้มากเกินหน้าเกินตากว่าใคร ดังนั้นบริษัท B และบริษัท C จึงนั่งไม่ติดและจับมือร่วมกันเป็นพันธมิตรเพื่อแข่งกับบริษัท A โดยเฉพาะ

....ณ บริษัท C ....

"สวัสดีค่ะ บริษัท C ยินดีให้บริการค่ะ" เสียงหวานของสาวโอเปอร์เรเตอร์ กล่าวทักทายลูกค้า

"นี้มันอะไรทำไมถึงบริการแย่แบบนี้ ฉันเป็นลูกค้ามาตั้งนานไม่คิดว่าได้เจอพนักงานที่ไม่ได้รับการอบรม" ลูกค้าหญิงที่เปล่งวาจาไปตามสาย เธอปล่อยอารมณ์ออกมาอย่างเต็มที่

"ค่ะ ก่อนอื่นขอทราบรายละเอียดคร่าวๆก่อนนะค่ะ"
"ฉันเลือกซื้อของสินค้าในร้านคุณ บริการแย่มาก หน้าตาไม่ยิ้มแย้มไม่เท่าไร แต่ว่าฉันเรื่องมาก"

"ค่ะ ไม่ทราบสาขาไหนค่ะ จำชื่อพนักงานที่ติดป้ายได้ไหมค่ะ"

"ไม่ ฉันอยากคุยกับผู้จัดการเดี๋ยวนี้ ขอสายผู้จัดการ พนักงานระดับเธอทำอะไรได้้"

พนักงานตอบรับบอกว่าผู้จัดการมีประชุม แต่ถึงอย่างไรลูกค้าคนนี้ก็จะรอ เธอไม่ยอมท่าเดียว ท้ายสุดลูกค้าอยากคุยกับผู้จัดการมากจนพนักงานต้อนรับตอบกลับไปว่า "รอสักครู่ ค่ะ"

..... ผ่านไปสักระยะ ....

"ครับ ผมผู้จัดการครับ"

เธอบ่นกับผู้จัดการ สำหรับผู้จัดการใจเย็นรับฟังลูกค้าด้วยอย่างดี ในแต่ละวันพนักงานตอบรับทางโทรศัพท์จะโดนแบบนี้ทุกวัน บางคนโชคดีเจอลูกค้าที่เข้าใจ บางคนโชคร้ายมีลูกค้าด่าพนักงานเหมือนพนักงานเป็นสุขาเป็นที่ระบายสิ่งที่อัดอั้นมานาน


จนกระทั่ง

บริษัท C ไม่ง้อลูกค้า ด่าเช็ด
หัวข้อนี้ถูกกระจายไปทั่วอินเตอร์เน็ต บางหนังสือพิมพ์ลงจดหมายเรื่องการทำงานของพนักงานบริษัท C ที่ไม่มีมารยาทต่อลูกค้า ตอนนี้ภาพลักษณ์ของบริษัท C ไม่ค่อยดีเท่าไร

บริษัท C คิดว่าเรื่องแบบนี้บริษัทไหนก็เจอ เราเป็นทองแท้ย่อมไม่กลัวไฟ แต่ไฟที่กำลังเผาเริ่มแรงขี้นเรื่อยๆทองที่เคยติดไว้ค่อยๆละลาย

ในที่สุดบริษัท C ทนไฟได้ไม่นาน

"ต้องระวังนะครับ ตอนนี้ได้มีเวบไซต์หนึ่งที่ลอกเลียนรูปแบบหน้าเวบของบริษัท C โดยให้กรอกตัวเลขบัตรเครดิตและรหัสบัตรเครดิต ทางบริษัท C แจ้งมาว่าทางบริษัท C ไม่มีนโยบายให้ลูกค้ากรอกรหัส (password)บัตรเครดิตและจะมีการแจ้งเตือนทางโทรศัพท์มือถือและอีเมลทุกครั้ง หากมีลูกค้าสั่งซื้อสินค้ากับบริษัท C" นักข่าวทีวีช่อง 1 ได้เตือนหลังจากได้รับแจ้งจากหลายคนที่กล่าวหาว่าโดนบริษัท C โกง

ตอนนี้ยอดสั่งสินค้าของบริษัท C ลดลงอย่างไม่น่าเชื่อเพราะลูกค้าไม่มั่นใจว่าเวบที่เข้าเป็นของบริษัท C จริงหรือไม่ ลูกค้าไม่เชื่อมั่นในเทคโนโลยีที่ใช้
"ตอนนี้ความภูมิใจของบริษัท C ที่เป็นบริษัทแรกที่ประสบความสำเร็จ ในการให้ลูกค้าเชื่อมั่นต่อการสั่งซื้อสินค้าและจ่ายเงินผ่านทางอินเตอร์เน็ต ความเชื่อมั่นนี้ลดลงอย่างเห็นได้ชัด "

บริษัท C พยายามติดตามว่าต้นทาง (Server) เว็บปลอมมาจากที่ไหน แต่คงต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะหาเจอ แน่นอนโจรฉลาดย่อมไม่ให้ต้นทางตั้งอยู่ภายในประเทศแน่ บริษัท C ไม่วิกฤตกับเรื่องแค่นี้เพราะฐานบริษัทแข็งแกร่ง จากประสบการณ์การบริการหลังการขายจนลูกค้ายังเชื่อถือ แม้เป็นบริษัทอันดับสามแต่ผลประกอบการกำไรยังดีอยู่มากจนมีแนวโน้มในอนาคตว่าอาจจะแซงบริษัท B ได้

.............. ผ่านไปสักระยะ ...........

ลูกชายบริษัท C ต่อยเพราะแย่งผู้หญิงในผับ
ข่าวนี้ออกไปทั่วประเทศ ใครๆต่างด่าว่าเจ้าของบริษัท C ไม่รู้จักอบรมลูก ประธานกรรมการผู้จัดการบริษัท C ซึ่งเป็นพ่อกำลังกุมขมับไม่รู้ทำอย่างไร นอกจากต้องวิ่งเต้นเข้าหาผู้ใหญ่ในวงการตำรวจแล้วยังต้องเสียเงินปิดปากผู้หญิงด้วย

อะไรๆดูเหมือนมันประดังเข้ามา จนกระทั่งประธานต้องทำบุญบริษัทครั้งใหญ่ ถึงอย่างไรบุญนี้อยู่ได้ไม่นาน บริษัท C มีข่าวอีกสินค้าไม่ได้คุณภาพ คนใช้สินค้าโว้ยวาย พนักงานด่าลูกค้าอย่างเสียหาย มักจะมีข่าวทำนองนี้ขึ้นมาเรื่อยๆ จนยอดของบริษัทปีนี้ตกลงเมื่อเทียบกับยอดของปีที่แล้วในไตรมาสเดียวกัน

"คุณว่าสาเหตุเพราะอะไร" ประธานบริษัท C กำลังประชุมหารือเรื่องนี้กับลูกน้อง
"ดิฉันว่าต้องมีใครวางแผนทำลายเราแน่" คุณจินดาหัวหน้าฝ่ายบุคคลเสนอขึ้นมา

ทุกคนเห็นด้วยโดยเฉพาะแผนกตรวจสอบคุณภาพสินค้าเพราะทุกคนพยายามตรวจสอบแล้วว่าสินค้าของเรามีมาตรฐานจึงได้ ISO9002 ตอนนี้มีเรื่องแบบนี้ยิ่งเข้มงวด แต่ยังมีลูกค้าบ่นเรื่องสินค้าของบริษัทเราอยู่อีก ไม่รู้ทำอย่างไรเพราะหาสาเหตุไม่เจอ
"แล้วคุณคิดว่าฝ่ายไหนคิดทำลายเรา" คมสันผู้จัดการฝ่ายเทคโนโลยีและสารสนเทศเสนอขึ้นมา

"ดิฉันว่าต้องเป็นบริษัท A หรือ บริษัท B ค่ะที่ทำลายเรา" คุณจินดาขยับแว่นเล็กน้อยก่อนเปิดเอกสารอ่านเรื่องที่ลูกค้าร้องเรียนเข้ามา

"ผมว่าไม่ใช่บริษัท B หรอกเพราะว่าพึ่งเป็นพันธมิตรเรา จะไปทำให้สงสัยตัวเองทำไม อีกอย่างบริษัท B ก็มีปัญหาเหมือนเราไม่ใช่เหรอ" คมสันอ่านอินเตอร์เน็ตบ่อยมักจะเห็นคนบ่นเรื่องการบริการของบริษัท B อยู่เหมือนกัน

ประธานบริษัทฟังความคิดเห็นลูกน้องหลายคนเสนอขึ้นมา ไม่อยากให้เรื่องนี้เป็นปัญหาที่ทำให้บริษัทวุ่นวายจนไม่ได้ทำงานเพราะมั่วแต่ตรวจสอบว่าใครแกล้งใคร
"ผมว่าเรื่องนี้เรารอดูอีกสักระยะ และผมอยากให้พวกคุณอบรมลูกน้องเรื่องการบริการ การเอาใจใส่ลูกค้า รวมถึงสินค้าด้วย ช่วยเข้มงวดตรวจสอบอย่างละเอียดมากขึ้นสักหน่อย ส่วนเรื่องเว็บปลอมเดี๋ยวรอดูตำรวจสักพักว่า หาตัวการเจอหรือไม่" ประธานบริษัทยังมั่นใจว่าฐานของตัวเองแข็งแกร่ง ศัตรูไม่มีวันทำลายฐานของเราได้

'เรื่องนี้ต้องเป็นบริษัท A แน่ เห็นเรามีพันธมิตรเลยอยากทำลาย ต้องเล่นมันคืน' ประธานบริษัท C คิดอย่างโมโห

----------- บทสรุป -------------

ถ้าเรื่องนี้ผมให้มีตัวที่น่าสงสัยสองบริษัท A และ บริษัท B คุณคิดว่าคุณสงสัยใคร?

ในวงการธุรกิจไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร ทุกคนมองเรื่องผลประโยชน์ที่จะรักษาฐานไว้ให้มั่นคงที่สุด ถ้าบริษัท A เป็นตัวการที่คอยทำลายบริษัท C แล้ว ทำไมถึงไม่แกล้งบริษัท B ด้วย แต่เล่นงานเฉพาะบริษัท C มากกว่า โดยที่บริษัท B โดนนิดหน่อยเท่านั้นเอง เพราะคำตอบที่แท้จริงคือ

บริษัท B คือผู้ร้ายตัวจริง

บางคนมีนิสัยอย่างหนึ่งคือตัวเองไม่ประสบความสำเร็จ จึงไม่อยากให้คนอื่นประสบความสำเร็จด้วย แทนที่จะคิดแข่งขันด้านคุณภาพสินค้า การบริการ การหาอาวุธใหม่ที่ใช้เรียกลูกค้า แต่กลับหาอาวุธใหม่ไว้ทำลายคู่แข่งมากกว่า

พนักงานนั้นต้องคอยรองรับอารมณ์หลากหลายผู้คน บางคนโดนบีบจากการแกล้งของลูกค้า(คู่แข่ง)ก็มี เมื่อถึงจุดที่ตัวเองทนไม่ไหวจึงระเบิดอารมณ์ออกมา แน่นอนคู่แข่งของคุณคอยจังหวะที่จะฉวยโอกาสนี้อยู่ และเตรียมพร้อมประชาสัมพันธ์เรื่องไม่ดีให้คนทั่วได้รับทราบ

บางบริษัทเนียนหน่อยทำเป็นใส่ร้ายตัวเองเล็กน้อย ออกข่าวไม่ดีของตัวเองนิดหน่อยเพื่อไม่ให้คนอื่นสงสัย (อ่านตอนที่ 13 เรื่องผมเป็นกลาง) วิธีสังเกตให้ลองสรุปข่าวที่ออกมาเป็นเปอร์เซนต์ครับว่าด่าเท่าไร ชมเท่าไร คุณจะเห็นเลยว่าใครคือพวกอีแอบที่รับจ้างด่า รับจ้างเชียร์

สุดท้ายถ้าทำให้ลูกค้าขาดความเชื่อมั่นในบริษัท C แล้วอย่างน้อยลูกค้าบางส่วนจะมาอยู่บริษัท B หรือบางทีปล่อยให้บริษัท C ระแวง A จนกระทั่งทั้งคู่คือบริษัท C และ A ทะเลาะกันเอง พยายามหาจุดอ่อนด้วยกันเอง ท้ายสุดบริษัทที่ได้ชิ้นปลามันคือบริษัท B โดยที่บริษัท B ไม่ต้องลงแรงอะไรมากมาย

ถ้าคุณกำลังโดนใครสักคนหวังดีจับคู่ให้กัดกัน โปรดจำไว้เถอะคุณเองไม่ใช่มิตรแท้ของพวกเขาเหมือนกัน ดังกลยุทธ์ที่ว่า มิตรไม่แท้ทะเลาะกัน

ผมลืมบอกไปว่าน้ำหยดลงหิน หินมันยังกร่อน แล้วนับภาษาอะไรกับคนไม่ทิ้งบริษัท C ไปหาบริษัทอื่น อย่าประมาท

* ของแถม *
- หากถนนเปรียบเหมือนอินเตอร์เน็ต รถยนต์เปรียบเหมือนการส่งข้อมูล เมื่อรถยนต์มีมากเกินไปทำให้รถติด การส่งถ่ายข้อมูลก็จะช้าไปด้วย บางทีรถยนต์มีมากแออัดจนทำให้ต้นทาง (Server) ใช้ไม่ได้เลยก็มี บางคนใช้วิธีนี้แกล้งบางเวบครับด้วยการเรียกเปิดใช้เว็บหลายพันครั้งในช่วงเวลาหนึ่ง ทำให้คนอื่นที่เข้ามาใช้จริงไม่ได้ เพราะรถติดหรือข้อมูลถูกส่งไปมาระหว่างปลายทางผู้ใช้ (computer) และต้นทาง (Server) ไม่ได้

- ปกติเวลาที่ลูกค้าโทรไปหามักจะอยากคุยกับผู้จัดการใช่ไหมครับ แท้จริงแล้วผู้จัดการก็เป็นพนักงานระดับเดียวกันหมดครับ เพียงแต่บริษัทเข้าใจว่าลูกค้าไว้ใจพนักงานระดับบนมากกว่า เพราะลูกค้าคิดว่าเรื่องของตนเมื่อส่งถึงพนักงานระดับบนจะได้รับการแก้ไขมากกว่าระดับล่าง อีกกลยุทธ์หนึ่งสำหรับการบริการลูกค้าครับ


--------------------------------------------------------------------------
ถ้าคุณชอบบทความนี้ ช่วยอ่านบทความในเวปนี้ด้วยครับ มีลิงค์บทความให้อ่านอีกมากมาย You must be logged in to see this link. หรือ You must be logged in to see this link. และ You must be logged in to see this link. เหมือนกันหมดครับ
---------------------------------------------------------------------------
ตอนนี้ผมว่างงาน ผมทำงานหรือใช้ชีวิตทำงานแบบปกติไม่ได้เพราะธนาคารไทยพาณิชย์ ผมเลยคิดว่าอยากเขียนบทความ เรื่องสั้น นิยาย นิทาน หากผู้ใดอ่านแล้วชื่นชอบแล้วอยากซื้อ เหมือนเราซื้อหนังสือ แต่เปลี่ยนจากหนังสือเป็นเว็บแทน ยินดีรับเงินจากผู้อ่านตามนี้ครับ หรือใครอยากอ่านเฉยๆไม่อยากให้เงิน ผมก็ยินดีเพราะของฟรีมีในโลกครับ ขอให้อ่านก็พอ

ขอยืนยันอีกครั้งว่านี้ไม่ใช่การบริจาคหรือขอเงินแต่เป็นการใช้สมองของผู้เขียนขายบทความทางเว็บเท่านั้น

แก้ไขเลขที่บัญชีใหม่
ธนาคาร ไทยธนาคาร
สาขา ย่อยจักรวรรดิ
เลขที่บัญชี 068-2-04705-4
ชื่อไทย นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์
ชื่ออังกฤษ MR.NOBNUTPONG SURIYAROJ

ผมจะไม่ฆ่าตัวตายและชีวิตผมไม่ชอบแช่งใคร เพราะมีคนเคยสอนว่าไม่ดี แต่วันนี้ผมขอสาปแช่งว่า ผู้ใดที่กระทำให้ นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์ เป็นผู้ที่ลำบากกายหรือลำบากใจอย่างปัจจุบันนี้ ในทางตรงหรือทางอ้อม หรือ เบื้องหน้าหรือเบื้องหลัง โดยมีเจตนาหรือไม่มีเจตนาแต่รู้ตัวก็ตาม โดยไม่รับผิดชอบหรือวางเฉยและไม่บอกกล่าวให้นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์ได้รับทราบตลอดไปผมขอให้ผู้นั้นทั้งตระกูลพินาศและขอให้ธนาคารไทยพาณิชย์พินาศด้วยเช่นกัน
  Previous Topic Topic Next Topic  
 New Topic  Reply to Topic
 Printer Friendly
Jump To:
talk2me © 2000-05 ForumCo.com Go To Top Of Page
This page was generated in 0.12 seconds. Snitz Forums 2000
RSS Feed 1 RSS Feed 2
Powered by ForumCo 2000-2008
TOS - AUP - URA - Privacy Policy
ForumCo Free Blogs and Galleries
Signup for a free forum or Go Banner Free