talk2me
talk2me
Home | Profile | Register | Active Topics | Active Polls | Members | Private Messages | Search | FAQ
Username:
Password:
Save Password
Forgot your Password?




 All Forums
 เรื่องสั้น เรื่องยาว นิทานติดอันดับโลกจ้า
 คัมภีร์มหาโกง
 ตอนที่ 21 เรื่องไอหยา...หักคอ
 New Topic  Reply to Topic
 Printer Friendly
Author Previous Topic Topic Next Topic  

madeinthailand
Forum Admin


Thailand
203 Posts

Posted - May 29 2008 :  03:59:11  Show Profile  Visit madeinthailand's Homepage Send madeinthailand a Private Message  Reply with Quote
แต่งและเขียนเรื่องโดย เซบาสเตียน

2 กรกฏาคม 2550
--------------------------------------------------------------
ตอนที่ 21 เรื่องไอหยา...หักคอ

ผมเห็นในอินเตอร์เน็ทโพสด่าฟิตเนสอยู่แห่งหนึ่ง บอกว่าสัญญาหมกเม็ดแถมเป็นสัญญาที่เอาเปรียบและฟิตเนสแห่งนี้โดนผู้บริโภคร้องเรียนมากที่สุด
"ทุกคนร้อง.....ไม่ว้าว"

ตอนที่ผมอ่านรู้สึกทำไมบางอย่างผมโดนไม่เหมือนใครเลยสักราย ผมจึงเกิดปิ๊งไอเดียอยากเขียนแบบว่าร่วมด้วยช่วยกันครับ "ขอยืนยันว่าพวกที่โพสเป็นเรื่องจริงแน่นอน"

เรื่องของผมเกิดตอนอยู่ธนาคารไทยพาณิขย์ SCB (คือผมอยากด่าธนาคารไทยพาณิชย์) ผมไม่รู้ว่าเป็นเรื่องบังเอิญหรือไม่ "แต่มีเพื่อนที่ SCB ได้ชวนไปที่ฟิตเนสแห่งนี้ บอกว่าอยากให้ไปเป็นเพื่อนกับพี่ที่ทำงานชั้นเดียวกันกับเขา ผมเองไม่ได้ว่าอะไรไปก็ไปเพราะฟิตเนสแห่งนี้ไม่ไกลจากบ้านผมมากนัก สาขาที่ผมไปคือสาขาสีลม "

แตน แต่น แต้น แต๋นนนนนนนนนน...ในที่สุดกับดับฟิตเนสได้เริ่มขึ้น

"ไหนๆก็มาแล้วไม่ลองฟังสักหน่อยเหรอ" คนที่มาด้วยแนะนำผู้เขียน

ผู้เขียน : "ฟังก็ฟัง" (หลงกลจนได้)

ผู้ขาย : "ปกติเคยทานอาหารเสริมอะไรบ้างค่ะ"
ผู้เขียน : "เคยทานครั้งสองครั้งครับแต่ไม่ได้ซื้อกินประจำหรือเป็นสมาชิก ที่กินเพราะว่ามีคนเอาให้กินครับ"
ผู้ขาย : "ทำไมถึงไม่ทานล่ะค่ะ การทานอาหารเสริมถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลตนเอง"
ผู้เขียน : "ปกติผมทานอาหารหรือผักได้เกือบทุกชนิด ผมทานอาหารหมุนเวียนไม่ซ้ำเลยคิดว่าอาหารที่กินเข้าไปคุณค่าทางโภชนาการเพียงพอ โดยไม่ต้องการอาหารเสริมชนิดใด"
ผู้ขาย : "มีโรคประจำตัวหรืออะไรไหมค่ะ"
ผู้เขียน : "ไม่มีครับ"

(ผู้เขียนเข้าใจว่าผู้ขายคงวิเคราะห์ลูกค้าเพื่อจะดูว่าลูกค้าตนเองมีการดูแลรักษาตัวเองอย่างไรบ้าง ผู้เขียนไม่ได้กวนผู้ขายเป็นเรื่องจริงที่ผู้เขียนไม่ค่อยป่วย ไม่มีเรื่องปวดหัว นานๆเป็นหวัดสักหน อีกอย่างเรื่องทานอาหารก็เป็นเรื่องจริงที่ผู้เขียนทานแบบนั้นจริงๆ โดยไม่ต้องทานอาหารเสริมราคาแพงอย่างไร)

ผู้ขาย :" แล้วคิดว่าการดูแลตนเองในเดือนหนึ่งใช้เงินประมาณเท่าไร"
ผู้เขียน : "ไม่ทราบครับ เพราะว่าปกติไม่ได้ทานอาหารเสริมอะไรเลยจริงๆ"
ผู้ขาย : "ปกติออกกำลังกายไหมค่ะ"
ผู้เขียน : "ไม่ค่อยได้ออกครับ แต่จริงๆแล้วผมอยากหุ่นดีครับผม ถ้ายังไงอยากทราบรายละเอียดเกี่ยวกับฟิตเนสที่นี้เลยล่ะกัน"
ผู้ขาย : "จากสถานที่ที่เห็นน้องคิดว่าราคาประมาณเท่าไรถ้าหากน้องเป็นสมาชิกกับเรา"
ผู้เขียน : "ผมไม่ทราบครับเพราะว่าไม่เคยเป็นสมาชิกที่ไหนมาก่อน เคยไปแบบเสียเป็นครั้งๆ ตอนนั้น 300 มั้งครับแต่ของเขาดีครับมีห้องอบซาวน่า มีสระน้ำร้อน สระว่ายน้ำเคยไปแค่ครั้งเดียวเอง"

ผู้ขาย : "ถ้าคิดว่าที่นี่มีครบแบบที่น้องต้องการไม่มีสระว่ายน้ำ แต่มีฟิตเนสที่น้องต้องการมีเทรนเนอร์ที่น้องอยากได้" (ผู้ขายโฆษณานำใบตารางมาให้ผู้อ่านได้อ่านเรื่องกิจกรรมต่างๆของฟิตเนส)
(ผู้เขียนดูคร่าวๆ อืมมมมมม น่าสนใจโดยเฉพาะมีเต้นฮิพฮอบ ผู้เขียนจินตการว่าผู้เขียนต้องหุ่นเฟริมหรือเต้นได้เก่ง เวลาใส่เสื้อผ้าต้องดูหล่อแน่ๆ)

ผู้เขียน : "ผมดูแล้วน่าสนใจขอดูสถานที่หน่อยได้ไหมครับ มีบัตรฟรีให้ลองเล่นผมขอลองเล่นก่อนได้ไหม"
(ผู้ขายดูบัตรฟรีที่ผู้เขียนโชว์ ผู้เขียนบอกว่าขอลองก่อนได้ไหม แต่ว่าผู้เขียนไม่พร้อมเล่นเพราะไม่ได้เอาเสื้อผ้าและรองเท้ามา จึงได้แค่เดินดูรอบฟิตเนสในชั้นต่างๆ)

ผู้ขาย : "ดูแล้วน่าสนใจไหมค่ะ อุปกรณ์ที่นี่เยอะและมีพร้อมด้วยค่ะ"
ผู้เขียน : "น่าสนใจดีครับ พอดีผมอยากเต้นฮิพพอบเป็นเห็นแบบนี้ก็ดีเลย ไม่ต้องไปหาที่เรียน"
ผู้ขาย : "น้องคิดว่าสิ่งดีๆที่น้องได้รับ ถ้าเป็นสมาชิกคิดว่าราคาประมาณเท่าไร"
ผู้เขียน : (ผู้เขียนจำตัวเลขที่บอกไม่ได้เอาเป็นว่าผู้เขียนบอกราคาสูงไป)
ผู้ขาย : ถ้าเราสามารถให้ราคาที่ต่ำกว่าน้องบอกได้ น้องสนใจที่จะสมัครเลยไหมค่ะ"
ผู้เขียน : 'โห...มีแบบนี้ด้วย' "พี่บอกราคามาเลยไม่ได้หรอกครับ มีโปรโมชั่นอะไรบ้าง"
ผู้ขาย : (ผู้ขายบอกโปรโมชั่นต่างๆ ซึ่งไม่มีอะไรมากสิ่งที่ผู้ขายบอกคือ1.สมาชิกเล่นได้เฉพาะสาขาที่สมัคร 2.สมาชิกที่เล่นทุกสาขาทั่วโลก 3.เทรนเนอร์ฟรี 5 ครั้ง และอื่นๆจุกจิก) "น้องคิดว่าราคาที่น้องจะเป็นสมาชิกเท่าไรค่ะ เมื่อเทียบกับสิ่งดีๆที่น้องได้รับ"
ผู้เขียน : "เออ.... คือว่าสัก XXXX บาท" (ราคาเท่าไรไม่แน่ใจจำไม่ได้)
ผู้ขาย : "ถ้าหากพี่ให้ราคาที่ต่ำกว่านี้ น้องจะสมัครเป็นสมาชิกเราไหมค่ะ"
ผู้เขียน : 'ตายว่ะกู ไม่น่าหลอมตัวมาเลย' "แล้วราคาประมาณเท่าไรหรือครับ"
ผู้ขาย : "น้องลองเสนอมาเลย"
ผู้เขียน : "xxx บาท"
ผู้ขาย : "ถ้าเราให้ราคาที่ต่ำกว่านี้น้องคิดว่าน้องเป็นสมาชิกกับเราไหมค่ะ"
ผู้เขียน : "จริงๆต้องเท่าไรหรือครับ ผมไม่รู้จริงๆว่าราคาควรเท่าไร"
ผู้ขาย : "จากที่น้องเห็นว่ามันดีใช่ไหมค่ะ ถ้ามันดีแล้วราคาถูกกว่าที่น้องเห็นทำไมน้องไม่เป็นสมาชิกกับเราล่ะ"
ผู้เขียน : "สนใจก็สนใจครับ แต่อยากรู้ราคาก่อนว่าเท่าไร ถ้าคิดว่าสนใจก็จะสมัครครับ"
ผู้ขาย : "ถ้าพี่เสนอราคาได้ต่ำกว่าที่น้องเสนอน้องจะสมัครไหมค่ะ"

(ผมเหนื่อยมากกับการไล่เรื่องราคาเนี้ย ผมไม่เข้าใจว่าทำไมถึงโดนไล่บี้ประหนึ่งผมเป็นผู้ร้ายฆ่าคนตาย)
ผู้เขียน : "พี่เปิดราคาให้เห็นเลยไม่ได้หรือครับ"
ผู้ขาย : "ถ้าพี่เปิดราคาเลยน้องจะสมัครเลยไหมค่ะ"
ผู้เขียน : (เวรกรรม) "พี่อยากขายผมแล้วไม่เสนอราคา แบบนี้ผมจะรู้ได้ไงว่าราคาที่เสนอ ผมจะพอจ่ายในแต่ละเดือนได้หรือไม่"

(ผู้ขายเห็นผู้เขียนให้บอกราคาเลย จนกระทั้งผู้ขายเปิดราคาให้ผู้เขียนเห็น)
ผู้ขาย : "นี้คือราคาของเราค่ะ น้องเห็นแล้วเป็นไงค่ะ"
ผู้เขียน : "ลดได้ไหมครับ"
ผู้ขาย : "น้องอยากได้ราคาเท่าไรค่ะ เสนอมาเลย น้องบอกมาถ้าพี่ให้ได้น้องต้องสมัครนะ"
ผู้เขียน : "แล้วถ้าพี่ลดได้จริงๆได้ราคาเท่าไรหรือครับ บอกได้ไหม"
ผู้ขาย : "น้องบอกมาเลยค่ะ ราคาเท่าไรที่น้องต้องการ"

(ผู้เขียนเงียบเพราะนู๋อยากกลับบ้าน แงแงแงแงแง :_ ( )

ผู้ขาย : "เอายังงี้ไหมค่ะ บอกตรงๆเลยน้องติดปัญหาตรงไหน"
ผู้เขียน : "ตรงเรื่องราคาครับ"

ผู้ขาย : "ถ้าพี่แก้ปัญหาให้น้องได้ น้องต้องเป็นสมาชิกเรานะค่ะ"

(ผู้เขียนไม่เขียนยืดเยื้อสรุปว่าผู้เขียนโดนแบบนี้ จนกระทั่ง พวกเขาเรียกผู้จัดการมาเสนอราคาพิเศษให้ โดยบอกว่าผู้จัดการเท่านั้นที่ให้ราคาเท่านี้ได้ จริงๆแล้วมันเป็นกลยุทธ์ทางการค้าเท่านั้น ผู้เขียนเห็นเวลาดึกแล้วประมาณเที่ยงคืนถ้าจำไม่ผิด ผู้เขียนก็อยากสมัครเพราะมีฮิพฮอบเนี้ยล่ะครับ ผู้เขียนอยากอ่านสัญญาแต่เวลาดึก แถมทุกคนก็เชียร์ว่าเซนต์ไปเหอะ สถานที่ใหญ่โตเขาไม่โกงเราให้เสียชื่อหรอก อีกอย่างผู้เขียนรู้ครับว่าหักเงินเป็นเวลาหนึ่งปีเต็มถึงยกเลิกสัญญาได้ พวกเขาบอกว่าถ้าเสียตังแล้วยังไงผู้เขียนต้องมาเล่น ซึ่งคิดว่ามันจริงเพราะอยู่แถวบ้านและอยากมีหุ่นเฟริม)

ผู้เขียนได้เซนสัญญาแล้วจึงได้เล่นไปตามปกติ

ในวันที่เล่นผู้เขียนรู้สึกอึดอัดกับเทรนเนอร์ฟรี 5 ครั้งมากเพราะเอาแต่เสนอเรื่องอาหารโปรตีนเสริมกล้ามเนื้อ ผู้เขียนอยากรู้เกี่ยวกับเครื่องเล่นมากกว่าว่าถ้าเราต้องการบริหารส่วนไหนต้องเล่นอะไร ถ้าเราลดส่วนไหนต้องเล่นอย่างไรมากกว่าที่จะบ้าพวกโปรตีน

ที่สำคัญผู้เขียนไม่มีรวยพอที่จะเสียเงินจ้างเทรนเนอร์ตลอดไปได้(คือครั้งที่หกต้องเสียเงิน) เพราะลำพังเงินเดือนจ่ายค่าสมาชิกก็อยู่ในระดับที่ยังพอไหว

ผู้เขียนอยู่กับเทรนเนอร์ที่เอาแต่เสนอสินค้าไม่ไหว รู้สึกหงุดหงิดจึงคิดว่าให้เทรนเนอร์สอนแค่สองครั้งก็พอ ส่วนที่เหลือกะหาหนังสืออ่านเอาเองดีกว่า ที่สำคัญในอินเตอร์เน็ตด่าเรื่องเซลล์ขายของเสร็จไม่สนใจ หรือเทรนเนอร์เอาแต่เงิน
ขอบอกว่าเป็นเรื่องจริงแน่นอน

ผู้เขียนว่าถ้าอยากได้ลูกค้ามากขนาดที่ต้องหักคอขาย ทำไมไม่เอาใยแมงมุมดักลูกค้า หรือเอาไม้กระบองตีหัวล็อคคอลูกค้าซะเลย จะง่ายกว่าไหม?

ผู้เขียนเล่นได้ประมาณไม่ถึงสามเดือน ผู้เขียนโดนธนาคารไทยพาณิชย์ SCB มันแกล้งด้วยการให้ผู้คนมองผู้เขียนขณะอยู่ในตึก SCB Park เหมือนผู้เขียนเป็นดารา ผู้เขียนมาเจอฟิตเนสที่นี่ด้วย ผู้เขียนถึงเลิกเล่นไปโดยปริยาย ผู้เขียนว่าผู้เขียนไม่ได้คิดไปเองเหมือนที่หมอโรคจิตกรอกใส่หูผู้เขียน น่าเสียดายผู้เขียนไม่สามารถสืบค้นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นฟิตเนสที่นี่ได้ว่ามีสายสัมพันธ์กับธนาคารไทยพาณิชย์ SCB หรือไม่

ผู้เขียนไม่ใช่ฝรั่งหรือมะม่วงที่ต้องร้องว้าวววว.....งานนี้ขอร้องไอหยาแทนล่ะกัน


----------- บทสรุป -------------

เสียดายผมอ่านอินเตอร์เน็ตช้าไปถ้ายกเลิกบัตรเครดิตเราก็ไม่ต้องจ่ายแล้ว ผมทนจ่ายไปตั้งปีหนึ่ง เวลายกเลิกทั้งฟิตเนสและบัตรเครดิตยกเลิกยากมาก จนผมต้องบุกไปหาถึงสถานที่เพื่อทำสัญญายกเลิกทั้งฟิตเนสและบัตรเครดิต

ผู้เขียนขอวิเคราะห์ในแง่ตัวเองหน่อยนะครับ ผู้เขียนโดนเซลล์ขายของหักคอแบบนี้ประมาณสามครั้ง ตัวผู้เขียนเองเคยเป็นเซลล์แบบนี้สองครั้ง (รวม 5 ครั้ง) คุณคิดว่าบังเอิญไหมครับ? ผู้เขียนจึงเข้าใจความรู้สึกของคนเป็นเซลล์ดีว่า
จริงๆแล้วเวลาทำแบบนี้มันไม่สบายใจเลย ยิ่งทำเหมือนกับว่าผมต้องไปขอเขากิน

ผมวิเคราะห์เพิ่มเติม ในวงการการเมืองจะมีการเจรจาเรื่องการซื้อขายอาวุธหรือสินค้าตามแต่ผู้นำแต่ละคนจะเจรจาใช่ไหมครับ ผมว่าผมโดนไอ้พวกขุนนางบางคนมันทดลองว่า ถ้าผมโดนสถานการณ์แบบเดียวกันผมจะแก้ไขอย่างไรมากกว่า ไม่รู้สิครับผมหาอ่านตำราค้าขายแบบนี้ไม่เจอ(คิดว่าเป็นตำราแนวใหม่จากอเมริกาหรือพวกขุนนางบางคน)

ผมโดนของฟรีโทรมาว่าได้บัตรเที่ยวบาหลีฟรี แล้วต้องไปนั่งต่อสู้พวกเซลล์ขายของแบบนี้อีก ผมโดนพวกนั้นสร้างมูลค่าชีวิตว่าต้องรักษาคำพูด ประมาณว่าถ้าบอกว่าเอาก็ต้องเอา โดยมีเซลล์คอยหลอกล่อให้ผมติดกับดัก ผมอยากจะหัวเราะเป็นภาษาต่างดาวว่า ขนาดนักการเมืองมันมีกล้อง มีเทปบันทึกภาพแถมคนพูดยังรู้ตัวว่าโดนกล้องจับ วันนี้พูดอย่าง พรุ่งนี้พูดอย่าง แถมปฏิเสธอีกว่าตัวเองไม่ได้พูด คุณจะเอาอะไรกับคนทั่วไป ผมอยากจะรู้จริงๆ

....แก้ไข....
ปฏิเสธไปเลยครับว่าไม่ซื้อ จบ....


* ของแถม *
- ทำไมองค์กรเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคบางแห่งจึงไม่สามารถเอาผิดได้
คุณรู้จักการตีสองหน้าไหมครับ ผู้ถือกฏหมายบางคนมันมีหุ้นอยู่ไงครับ พวกนี้ชอบตีสองหน้าทำเป็นด่าผู้กระทำผิด แต่เบื้องหลังตัวเองอาจจะเป็นผู้ถือหุ้นหรือมีส่วนร่วมก็ได้ ไม่งั้นคุณจะเห็นซีดีเถื่อนเต็มเมืองหรือครับ
พวกนี้มันคิดว่าพวกกระจอกจะทำอะไรได้นอกจาก....เห่า....เท่านั้น

- ปกติเวลาเราได้ยินเรื่องทานอาหารเสริมชนิดโน่นชนิดนี้กินแล้วโรคภูมิแพ้หายใช่ไหมครับ
จริงๆแล้วเป็นการตลาดแบบอุบาทว์ บางคนอยากหาเงินด้วยวิธีวางยา โดยการใส่สารอาหารที่ผู้ทานเข้าไปเกิดอาการแพ้ (หรือทางหายใจ) เมื่อเห็นอาการดังนั้น ทำทีว่าเป็นผู้หวังดีให้กินอาหารเสริม เพื่อโฆษณาว่าสรรพคุณสินค้าตนเองดีอย่างไร เมื่อลูกค้าทานตนเองก็เลิกวางยา แน่นอนเมื่อคนไม่โดนสารที่ตนเองเกิดภูมิแพ้แล้วอาการค่อยๆหายไป ส่วนคนที่กินเข้าไปเข้าใจว่าอาหารเสริมที่ตนพึ่งกินวิเศษเหมือนยาเทวดา โดยสิ่งที่ตนเองทานเข้าไปไม่มีผลรับรองที่แน่นอนได้ แต่อาศัยความรู้สึกของผู้ทานเข้าไปเท่านั้นเอง (ผมวิเคราะห์เองนะครับ)

เรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น การแพ้ของแต่ล่ะคนไม่เท่ากัน บางคนแพ้มากโดนนิดหน่อยก็ถึงกับชีวิตแล้ว อย่าเอาบุคคลอื่นที่โดนเราวางยาไปใช้กับอีกคนแล้วคิดว่าจะได้ผลเหมือนกัน เพราะนั้นหมายถึงชีวิตของอีกคนครับ

-----------------------------------------------------------------------------------
ถ้าคุณชอบบทความนี้ ช่วยอ่านบทความในเวปนี้ด้วยครับ มีลิงค์บทความให้อ่านอีกมากมาย You must be logged in to see this link. หรือ You must be logged in to see this link. และ You must be logged in to see this link. เหมือนกันหมดครับ

--------------------------------------------------------------------------------
ตอนนี้ผมว่างงาน ผมทำงานหรือใช้ชีวิตทำงานแบบปกติไม่ได้เพราะธนาคารไทยพาณิชย์ ผมเลยคิดว่าอยากเขียนบทความ เรื่องสั้น นิยาย นิทาน หากผู้ใดอ่านแล้วชื่นชอบแล้วอยากซื้อ เหมือนเราซื้อหนังสือ แต่เปลี่ยนจากหนังสือเป็นเว็บแทน ยินดีรับเงินจากผู้อ่านตามนี้ครับ หรือใครอยากอ่านเฉยๆไม่อยากให้เงิน ผมก็ยินดีเพราะของฟรีมีในโลกครับ ขอให้อ่านก็พอ

ขอยืนยันอีกครั้งว่านี้ไม่ใช้การบริจาคหรือขอเงินแต่เป็นการใช้สมองของผู้เขียนขายบทความทางเว็บเท่านั้น

แก้ไขเลขที่บัญชีใหม่
ธนาคาร ไทยธนาคาร
สาขา ย่อยจักรวรรดิ
เลขที่บัญชี 068-2-04705-4
ชื่อไทย นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์
ชื่ออังกฤษ MR.NOBNUTPONG SURIYAROJ

ผมจะไม่ฆ่าตัวตายและชีวิตผมไม่ชอบแช่งใคร เพราะมีคนเคยสอนว่าไม่ดี แต่วันนี้ผมขอสาปแช่งว่า ผู้ใดที่กระทำให้ นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์ เป็นผู้ที่ลำบากกายหรือลำบากใจอย่างปัจจุบันนี้ ในทางตรงหรือทางอ้อม หรือ เบื้องหน้าหรือเบื้องหลัง โดยมีเจตนาหรือไม่มีเจตนาแต่รู้ตัวก็ตาม โดยไม่รับผิดชอบหรือวางเฉยและไม่บอกกล่าวให้นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์ได้รับทราบตลอดไป ผมขอให้ผู้นั้นทั้งตระกูลพินาศและขอให้ธนาคารไทยพาณิชย์พินาศด้วยเช่นกัน
  Previous Topic Topic Next Topic  
 New Topic  Reply to Topic
 Printer Friendly
Jump To:
talk2me © 2000-05 ForumCo.com Go To Top Of Page
This page was generated in 0.12 seconds. Snitz Forums 2000
RSS Feed 1 RSS Feed 2
Powered by ForumCo 2000-2008
TOS - AUP - URA - Privacy Policy
ForumCo Free Blogs and Galleries
Signup for a free forum or Go Banner Free