|
madeinthailand
Forum Admin
 149 Posts |
Posted - May 24 2008 : 03:35:51
|
เขียนโดย ไขก๊อก
6 กุมภาพันธ์ 2550
บทวิเคราะห์นี้ไม่ได้ต้องการที่อวดฉลาดหรือการดึงใครมาเปรียบเทียบกัน เพียงแต่ต้องการแสดงความคิดเห็นส่วนบุคคลเท่านั้น และในฐานะที่ผมเป็นประชาชนคนหนึ่งที่เกิดบนระบอบประชาธิปไตยที่เปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็นได้
ระบบเศรษฐกิจพอเพียง ตามที่เข้าใจคือ การไม่ฟุ่มเฟือย การทำอะไรก็แล้วแต่ต้องรู้จักการประมาณตนเอง ไม่ก่อหนี้ แต่ไม่ได้หมายถึงว่าเราต้องอดออม ไม่ใช้เงินแต่อย่างใด เพียงแต่หากอยากได้สิ่งของ ก็ต้องรู้จักเก็บแต่ไม่ควรกู้หนี้ยืมสิน เพื่อเป็นภาระแต่อย่างใด หรือการลงทุนอะไรก็แล้วแต่ไม่เกินตัวจนเกินไปนัก เช่นมีทุนอยู่ 50,000 บาท หากต้องการลงทุนก็ไม่ควรก่อหนี้เกินทุนที่ตนมีอยู่มากเท่าใดนัก หรือการมีชีวิตไม่ดิ้นร้นมากแต่อาศัยความสุขทางใจ และการดำรงชีพตามประภาพแวดล้อมที่ตนมีอยู่โดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมด้วย
ระบบทุนนิยมแบบทักษิณหรือทักษิโนมิกส์(ตามกระแสนะครับ) ตามที่เข้าใจคือ การเน้นบริโภคเพื่อต้องการหมุนเวียรของเศรษฐกิจให้อยู่และรัฐจะมีรายได้เพื่อพัฒนาประเทศต่อไป ระบบนี้จะเน้นให้ประชาชนมีการลงทุน การสร้างงาน ซึ่งตรงจุดนี้จะก่อให้เกิดกระแสบริโภคนิยม เน้นการส่งออก การดูตัวเลขทางเศรษฐกิจที่จะวัดฐานะของประชากร เมื่อบริโภคเกินความต้องการจะเกิดการเบียดเบียนสิ่งแวดล้อมหากไม่สามารถควบคุมหรือจำกัดได้ และก่อให้เกิดกิเลสที่ต้องซื้อของเกินความจำเป็น อันเป็นเหตุให้ชีวิตต้องดิ้นรน และก่อร้างสร้างหนี้ไว้ได้
ทั้งสองระบบนี้อะไรดีกว่ากัน
จริงๆแล้วในสภาพเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยเป็นระบบเปิด คือเปิดโอกาสให้ทุกคนเข้ามาลงทุนภายใต้กรอบกฎหมาย และรัฐบาลให้เสรี(ในแง่คำพูด)ของการทำมาค้าขาย ใครจะค้าอะไรก็ได้ ตรงจุดนี้อันเป็นจุดที่คนทำธุรกิจไม่สามารถหยุดอยู่กับที่ได้ เช่น ถ้าคุณเปิดร้านขายของหรือขายเสื้อผ้า หากเป็นเศรษฐกิจพอเพียงก็คงจะพอใจกับการค้าขายแบบนี้ที่สามารถดำรงตนได้ และเลี้ยงชีพได้ หากแต่กระแสของทุนนิยมในสังคมที่เปิดโอกาสให้ทุกคนแข่งขันกัน ถ้าร้านขายของหรือขายเสื้อผ้าอยู่อย่างเฉยๆไม่พัฒนาต่อไปก็จะลำบาก เพราะจะโดนผู้มีทุนเข้ามาสู้ ส่วนผู้มีทุนน้อยก็จะหายไปจากตลาดไป ตรงนี้ต่างกับชาติอื่นเพราะชาตินิยมมีสูงและความเข้มแข็งของชุมชนมากกว่าสังคมไทยอยู่มาก ร้านขายของชาติอื่นบางชาติก็อยู่ได้ด้วยการช่วยเหลือซึ่งกันและกันของชุมชน หากการลงทุนนั้นเป็นการลงทุนที่ผู้ลงทุนมองการณ์ไกลแล้วว่าอนาคตจะต้องเกิด ความต้องการต้องมี แม้ว่าจะลงทุนจะเกินตัวมากก็ยังน่าลงทุน ตรงจุดนี้ผู้ที่ยึดถือระบบเศรษฐกิจพอเพียงอาจจะไม่กล้าพอเพราะกลัวภาระที่ต้องเกิด อันทำให้คู่แข่งอื่นแซงหน้าเราได้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเราไม่มีทางรู้ได้แน่นอน หากเกิดภาวะอุบัติเหตุที่ทำให้ธุรกิจล้มละลายผู้ที่ลงทุนก็ต้องรับภาระนั้นไป
สังคมไทยกับระบบเศรษฐกิจพอเพียงและระบบทุนนิยมแบบทักษิณ สังคมไทยเป็นสังคมที่อ่อนแอและเป็นสังคมที่มักเอาแต่พูดให้ตัวเองดูดี ชอบมองคนกันที่ฐานะมากกว่าจะมองคนนั้นทำอะไร เนื่องจากสังคมไทยไม่ว่าจะเป็นสังคมของระบบขุนนางหรือสังคมของระบบทักษิณ ก็เป็นสังคมแห่งการบริโภคคือพยายามกดประชาชนไม่ให้เข้ามามีบทบาทแย่งอำนาจและเงินตราได้ พูดง่ายๆ การกระจายรายได้ของสังคมไทยไม่มีทางกระจายได้ เพราะขาดความจริงใจของคนรวยหรือภาครัฐ ประชาชนโดนการหลอกด้านข่าวสารว่ามีคนรวยถึง 60 % แต่ถ้าดูกันจริงๆแล้วจะเห็นเลยว่ามีไม่กี่เปอร์เซน (ตรงนี้อยากให้มีการสำรวจอย่างเป็นกลางจริงๆ ) เพราะไม่ว่าจะเป็นระบบไหน คนรวยก็อยู่แค่กระจุกเดียว การซื้อรถ ซื้อบ้าน หรือของใช้ที่แพงจะเป็นเพียงคนรวยกลุ่มเดียวเท่านั้นที่มีกำลังซื้อ สังเกตได้เลยว่าคนรวยจะสะสมรถ คอนโด บ้าน (ตรงนี้ล่ะครับ ไม่ว่าระบบใดเข้ามาภาษีที่ดิน มรดกไม่มีทางเกิดขึ้นได้แน่)
สรุประบบขุนนางและระบบทักษิณ ไม่ว่าใครเข้ามาบริหารหรือจะเป็นเศรษฐกิจแบบไหนในประเทศไทย ประชาชนไม่ได้อะไรอยู่ดี เพราะการโกง การกินค่าคอมมิชชั่นก็ยังอยู่ เพียงแต่เปลี่ยนกลุ่มเท่านั้นเอง
เราได้อะไรจากเศรษฐกิจพอเพียง ประชาชนจะไม่ได้อะไรเลย หากผู้ที่พยายามอธิบายว่าเศรษฐกิจพอเพียงคืออะไรแต่ไม่สามารถทำได้ เพราะตัวเองก็ต้องทำธุรกิจด้วยเช่นกัน สิ่งที่เห็นได้ชัดคือเอาระบบเศรษฐกิจพอเพียงเป็นการตลาดเพื่อให้ดูดีและตามกระแสเพื่อขายสินค้าเท่านั้น แต่กฎหมายประเทศไทยไม่ได้ช่วยคนจนหรือตรวจสอบคนโกงได้อยู่ดี
ผมจึงขอสรุปว่า ระบบเศรษฐกิจพอเพียงก็ดี ระบบทุนนิยมแบบทักษิณก็ดี ทั้งสองอย่างนี้ไม่ช่วยให้สังคมดีขี้นเลย หากภาคการตรวจสอบ กฎหมาย ไม่เข้มแข็งและไม่ศักดิ์สิทธิ์พอที่จะคุ้มครองประชาชน คุ้มครองด้านความยุติธรรม จริยธรรม และมนุษยธรรมได้
----------------------------------------------------------------------------------- ถ้าคุณชอบบทความนี้ ช่วยอ่านบทความในเวปนี้ด้วยครับ มีลิงค์บทความให้อ่านอีกมากมาย http://scbbadth.tripod.com หรือ http://www.geocities.com/scb100yr หรือ http://board.dmisc.com/talktome เหมือนกันหมดครับ
-------------------------------------------------------------------------------- ตอนนี้ผมว่างงาน ผมทำงานหรือใช้ชีวิตทำงานแบบปกติไม่ได้เพราะธนาคารไทยพาณิชย์ ผมเลยคิดว่าอยากเขียนบทความ เรื่องสั้น นิยาย นิทาน หากผู้ใดอ่านแล้วชื่นชอบแล้วอยากซื้อ เหมือนเราซื้อหนังสือ แต่เปลี่ยนจากหนังสือเป็นเว็บแทน ยินดีรับเงินจากผู้อ่านตามนี้ครับ หรือใครอยากอ่านเฉยๆไม่อยากให้เงิน ผมก็ยินดีเพราะของฟรีมีในโลกครับ ขอให้อ่านก็พอ
ขอยืนยันอีกครั้งว่านี้ไม่ใช้การบริจาคหรือขอเงินแต่เป็นการใช้สมองของผู้เขียนขายบทความทางเว็บเท่านั้น
แก้ไขเลขที่บัญชีใหม่ ธนาคาร ไทยธนาคาร สาขา ย่อยจักรวรรดิ เลขที่บัญชี 068-2-04705-4 ชื่อไทย นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์ ชื่ออังกฤษ MR.NOBNUTPONG SURIYAROJ
ผมจะไม่ฆ่าตัวตายและชีวิตผมไม่ชอบแช่งใคร เพราะมีคนเคยสอนว่าไม่ดี แต่วันนี้ผมขอสาปแช่งว่า ผู้ใดที่กระทำให้ นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์ เป็นผู้ที่ลำบากกายหรือลำบากใจอย่างปัจจุบันนี้ ในทางตรงหรือทางอ้อม หรือ เบื้องหน้าหรือเบื้องหลัง โดยมีเจตนาหรือไม่มีเจตนาแต่รู้ตัวก็ตาม โดยไม่รับผิดชอบหรือวางเฉยและไม่บอกกล่าวให้นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์ได้รับทราบตลอดไป ผมขอให้ผู้นั้นทั้งตระกูลพินาศและขอให้ธนาคารไทยพาณิชย์พินาศด้วยเช่นกัน
* ผมเปิดให้แสดงความคิดเห็นได้ครับ แต่อย่าลงรูปนะครับเพราะจะทำให้การดึงข้อมูลช้าได้
|
|