talk2me
talk2me
Home | Profile | Register | Active Topics | Active Polls | Members | Private Messages | Search | FAQ
Username:
Password:
Save Password
Forgot your Password?




 All Forums
 เรื่องสั้น เรื่องยาว นิทานติดอันดับโลกจ้า
 @9 Nice Club
 ตอนที่ 11 เรื่องรองเท้าบัลเล่ต์
 New Topic  Reply to Topic
 Printer Friendly
Author Previous Topic Topic Next Topic  

madeinthailand
Forum Admin


Thailand
203 Posts

Posted - May 31 2008 :  03:51:16  Show Profile  Visit madeinthailand's Homepage Send madeinthailand a Private Message  Reply with Quote
แต่งและเขียนโดย เพนกวินใจดี
4 พฤษภาคม 2550
ตอนที่ 11 เรื่องรองเท้าบัลเล่ต์


เสียงเพลงบรรเลงอย่างช้าๆ สาวแสนสวยสบัดตัวไปมาอย่างสวยงาม หญิงสาวสวมชุดขาวแนบเนื้อ กระโปรงบานแสนสั้น สาวทั้งหลายกระโดดอย่างพร้อมเพรียงกัน และในจังหวะนั้น นางหนึ่งหมุนตัวประดุจสายลม เสียงปรบมือจากผู้ชมดังไปทั่วท้องโรงละคร

อิสเบลยังคงฝั่งใจกับความทรงจำนั้น ภาพเหล่าหงส์เหินยังตาตรึง สมัยเด็กพ่อแม่มักพาเธอชมละครบัลเล่ต์ด้วยกัน คราวใดที่อิสเบลดูเหล่าหงส์เริงระบำแล้ว อิสเบลบอกกับตัวเองเสมอว่า"สักวันฉันจะเป็นหงส์ให้ได้"
ความมุ่งมั่นของเด็กสาวมิอาจหยุดเพียงแค่ความฝัน อิสเบลขอร้องแกมบังคับให้แม่พาเธอเรียนบัลเล่ต์ด้วย เมื่อก้าวย่างถึงวัยเริ่มเป็นสาวแล้ว หญิงสาวอย่างอิสเบลย่อมอยากหาประสบการณ์ สิ่งที่อิสเบลตัดสินใจคือการเดินทางหาประสบการณ์ด้วยการสมัครเป็นนักเต้นในโรงละครบัลเล่ต์ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง

ความตื่นเต้นเมื่อได้พบเจ้าของโรงละครและครูฝึกเป็นอันจบลง เมื่อเธอได้ยินครูพูดว่า"ต่อให้เธอดังหรือเด่นมาจากไหน ที่นี่เราเริ่มใหม่เสมอ"
ชีวิตย่อมไม่โรยไปด้วยกลีบกุหลาบ คณะโรงละครทุกคนมีความเห็นว่านักเต้นระดับนี้มีเยอะแล้ว น้ำตาที่ไหลออกจากดวงตาของสาวน้อยกระทบแสงไฟเปล่งประกายดังแสงดาว ยังไม่อาจเรียกร้องคะแนนสงสารจากครูฝึกได้ อิสเบลไม่หยุดเพียงเท่านี้ เธอขอร้องครูฝึกและคณะว่าจะใช้ให้เธอทำอะไรให้ก็ได้ ขอเพียงอย่างเดียว เวลามีการฝึกซ้อมขอเธออยู่ซ้อมด้วยคน
มากคนยิ่งมากความ คำกล่าวนี้เป็นความจริงในคนหมู่มากเสมอ ครูได้แต่ปฏิเสธเธอ"คนแสดงมีเยอะแล้ว ตัวสำรองมีมากด้วย" ครูฝึกอยากพูดปลอบใจและให้ความหวัง แต่จากประสบการณ์ของครูเอง ยิ่งทำแบบนี้ ผู้ที่เข้ามายิ่งตื้อไม่เลิกสักที

"รับเถอะค่ะครู เป็นผู้ช่วยแม่บ้านก็ได้ เห็นชอบบ่นทำงานไม่ทัน" ต้นเสียงไม่ใช่ใครที่ไหน เธอผู้นี้เป็นนักเต้นในโรงละครแห่งนี้ ลอร่า หญิงสาวที่มากด้วยประสบการณ์และเป็นดาวเด่นในโรงละคร

เพื่อนลอร่าเห็นเธออยากได้แม่สาวคนใหม่ จึงตัดสินใจช่วยพูดกับครูฝึกอีกแรง จนครูฝึกอ่อนใจ
"ตามใจพวกเธอ ถ้าอยากได้เด็กคนนี้เข้ามาก็เชิญ"
"ขอบคุณค่ะ ขอบคุณจริงๆ"อิสเบลกล่าวคำขอบคุณพร้อมทั้งจับมือลอร่าที่ช่วยพูดจนครูฝึกใจอ่อน ถึงเป็นเพียงแม่บ้านก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยได้ฝึกร่วมกับมืออาชีพก็ยังดี
ครูให้เด็กใหม่อยู่ร่วมกับแม่บ้านก่อน อิสเบลเดินเก็บกระเป๋าตามแม่บ้านไป

"เธอเห็นแววเด็กคนเหรอ"เพื่อนลอร่าถามลอร่าหลังจากที่เห็นอิสเบลเดินเข้าไปข้างใน
"เปล่าหรอก ฉันเบื่อแกล้งยัยมาเรีย มีคนใหม่เข้ามาให้แกล้งจะได้รสชาติใหม่ๆบ้าง ไม่ดีเหรอ" เพื่อนและลอร่าหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน
พวกเธอเหล่านั้นพูดถูก อิสเบลล่าโดนแกล้งสารพัด ถูกใช้ให้ซื้อของบ้าง ถูกใช้ให้ซักผ้าบ้าง ทุกครั้งที่มีการซ้อมเธอมักโดนใช้ทำงานเสมอ อิสเบลไม่คิดย่อท้อต่ออุปสรรค แม้เธอนอนดึกแค่ไหน ยังคงแอบซ้อมอยู่เสมอ ตัวเธอเรียนรู้โดยไม่มีใครคอยช่วย มีบางโอกาสบ้างที่ครูฝึกแนะนำ แต่เพียงชั่วครู่เท่านั้น เพราะจะโดนเพื่อนลอร่าเบี่ยงเบนความสนใจไป

ความอดทนของอิสเบลมีจำกัด ค่ำคืนนี้มีเพียงดวงจันทร์ แสงดาวและแม่บ้านเป็นเพื่อนที่แสนดีเท่านั้น ไม่ทันไรที่เธอคิด น้ำตาของอิสเบลไหลออกมาอีกครั้ง
"ฉ้นไม่ยอมแพ้ สักวันฉันต้องเป็นหงส์ให้ได้" เธอกล่าวพร้อมทั้งเอามือเช็ดน้ำตา



....เช้าวันต่อมา....

งานหลักของอิสเบลนอกจากซักผ้า ดูแลเรื่องจิปาถะแล้ว อีกอย่างหนึ่งที่เธอต้องทำประจำคือการจ่ายกับข้าว และวันนี้คงเหมือนเช่นทุกวัน เธอเดินจ่ายตลาดกับเพื่อนที่แสนดีอย่างแม่บ้าน
"ฉันสงสารเธอจริงๆ จะทนอยู่ทำไม พวกนั้นมันร้ายมาก เชื่อฉันเถอะ ไปซะ ยังมีที่ที่ดีกว่าที่นี่รออยู่นะ"
"ขอบคุณค่ะ ยังไงหนูขออยู่สู้ให้ถึงที่สุดเสียก่อน"
แม่บ้านเองไม่ต่างอะไรกับอิสเบลสักเท่าไร นอกจากเป็นขี้ข้าให้กับพวกลอร่าแล้ว บางครั้งเธอยังต้องรองรับอารมณ์ผู้คนมากมายที่อยากให้คนอย่างเธอเอาใจ แม่บ้านได้แต่ทน ทนและทน ทนเพื่อเก็บเงินส่งเสียให้กับแม่ของเธอ ที่รอความหวังจากเธอด้วยเช่นกัน แม่บ้านมิอาจทนเห็นเด็กสาวผู้มีอนาคต มาจมปลักเพียงเพราะชื่อเสียงที่คอยหลอกเด็กอย่างเธอได้ แม้อิสเบลโดนรังแกอย่างไร ยังคงมีรอยยิ้มให้แม่บ้านเสมอ ตัวแม่บ้านเองได้แต่ยิ้มสู้และเป็นกำลังใจให้เด็กสาวคนนี้
"อุ้ย....ขอโทษค่ะ" อิสเบลรู้สึกเดินชนใครสักคน ในขณะที่กำลังเดินคุยกับแม่บ้าน
"ตายละ ยายเป็นอะไรมากไหมค่ะ" เธอรู้สึกตกใจที่เห็นยายยังคงล้มอยู่กับพื้น
"ไม่หรอกจะหนู ยายไม่เป็นอะไร หนูเป็นนักบัลเล่ต์หรือจ๊ะ"
"ยายรู้ได้ไงค่ะ แต่หนูเป็นตัวสำรองยังไม่ได้เลย"
"หนูหมุนตัวไม่ได้จังหวะ กางแขนกว้างมากเกินไป"
อิสเบลรู้สึกแปลกใจ ได้แต่ถามยายว่ายายเป็นใคร ยายเพียงตอบว่าตัวเธอเป็นเพียงช่างทำรองเท้าเท่านั้น ที่รู้ได้เพราะเห็นเท้าของอิสเบลและรู้เรื่องการเต้นเพราะเสียงจังหวะหัวใจเธอบอก ยายชวนอิสเบลไปที่บ้าน เธอบอกว่าจะทำรองเท้าใหม่ให้ รองเท้าที่ยายทำให้เป็นรองเท้าวิเศษ เมื่อสวมแล้วทำให้เต้นเก่งได้

ฟังครั้งแรกอิสเบลไม่เชื่อ มีอย่างที่ไหนแค่สวมรองเท้าแล้วเต้นเก่งได้ ถึงอย่างไร ลองดูไม่เสียหายเพราะอย่างน้อยมีแม่บ้านไปเป็นเพื่อนด้วย บ้านยายเหมือนบ้านทำรองเท้าทั่วไป มีรองเท้าสวยงามมากมายวางเต็มรอบบ้าน ยายมองหารองเท้าอยู่สักครู่
"เจอแล้ว ยายเจอแล้ว ทำไว้นานมากพึ่งจะเห็นคนที่เหมาะกับมัน ลองสวมดูแม่สาวน้อย"
อิสเบลยังลังเลในคำพูดของยาย เท่าที่เห็นจากภายนอก รองเท้าที่ยายให้มาเหมือนรองเท้าบัลเล่ต์ทั่วไป
"ไม่เป็นไร ไม่เสียหาย" อิสเบลคิดไป พลางหยิบลองเท้าขึ้นมาสวมดู โอ....สิ่งมหัศจรรย์ได้เกิดขึ้น เธอหมุนตัวได้หลายรอบ กระโดดได้ราวกับหงส์
"ฉันเป็นหงส์แล้ว" อิสเบลกระโดดเต้นไปมาอย่างดีใจ
"เดี๋ยวก่อนแม่หนู อย่าพึ่งดีใจ"
"ค่ะยาย ขอโทษค่ะ เผอิญหนูดีใจมากไปหน่อย"
"ทุกอย่างย่อมมีข้อแม้ รองเท้าเองก็เช่นกัน รองเท้าต้องได้รับไอจากแสงจันทร์เพื่อเติ่มพลังให้มัน คืนไหนที่ดวงจันทร์เต็มดวง คืนนั้นหนูต้องนำมันออกมาตากเพื่อเติมไอจากแสงจันทร์นะ"

อิสเบลรับปากยาย ถึงข้อแม้จะดูแปลกไป หากเทียบกับสิ่งที่ได้มาแล้วนับว่าคุ้มค่ามาก เธอและแม่บ้านสัญญากันว่าจะไม่บอกเรื่องนี้ให้ใครทราบ เมื่อถึงโรงละครทั้งคู่ทำตัวเหมือนปกติ คืนนี้อิสเบลนอนพร้อมรอยยิ้มอย่างมีความสุข


....หลายเดือนผ่านไป....
วันหนึ่งครูฝึกเรียกตัวนักแสดงมาพบ ทุกปีมีการคัดเลือกนักแสดงเพื่อเปิดตัวละครอย่างยิ่งใหญ่ประจำปี ปีนี้เองก็เช่นกัน เพียงแต่ปีนี้จะจัดอย่างยิ่งใหญ่เหมือนไม่เคยมีมาก่อน โดยเรื่องที่แสดงเป็นเรื่องใหม่ที่ไม่เคยแสดงที่ไหน ทุ่มทุนมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา และมีการเชิญเจ้าเมืองมาดูในรอบปฐมทัศน์ด้วย

นักแสดงมารวมตัวตามที่ครูได้นัดไว้
"อิสเบล เธอยังไม่พร้อม เป็นตัวสำรองยังไม่ได้จะมาคัดตัวให้เสียเกียรติเวทีทำไม" เพื่อนลอร่าพูดเย้ยหยันเธอต่อหน้านักแสดงในคณะ
"ว่าแบบนี้ไม่ดีนะ ถึงอิสเบลจะเป็นคนหน้าใหม่ อย่าลืมสิเธอ ทุกคนควรมีโอกาสเท่าเทียมกันไม่ใช่หรือ จริงไหมคะครู" ลอร่ายิ้มให้อิสเบลเพื่อให้กำลังใจ ในขณะที่เดินหันหลังให้กับอิสเบลแล้ว ลอร่าทำสีหน้าหัวเราะแก้มดูถูกให้กับเพื่อนของตน

แท้จริง ลอร่าและเพื่อนๆอยากให้อิสเบลอับอายด้วยฝีมือของตัวเองที่ไม่เคยได้รับการฝึกอย่างจริงจังมาก่อน
ครูฝึกนึกสักครู่ "เธอพูดแบบนั้นก็มีส่วนถูก ฉันเห็นแววอิสเบลพัฒนาได้ ไม่คิดว่าจะมาเร็วขนาดนี้ ไหนๆที่นี่ทุกคนได้ลอง อิสเบล เธอต้องได้ลองด้วยเช่นกัน" ครูฝึกบอกกับนักแสดงทุกคน

"อิสเบล เธอลองเต้นให้ฉันดูหน่อย" ครูชี้มาทางอิสเบล
"ค่ะ" อิสเบลรับคำ

เพื่อนในคณะไม่รู้สึกสนใจเธอสักเท่าไร ไม่เคยเห็นเธอซ้อม ไม่เคยเห็นเธอเต้นดี ใครๆต่างคิดว่า งานนี้บทเด่นต้องยกให้ลอร่าแน่


โอ้.....ทุกคนเหมือนต้องมนต์ เพื่อนในคณะดูเธอเต้นเหมือนหงส์มาเต้นจริงๆ แม้แต่ครูฝึกยังชมว่าฝีมือแบบเธอเป็นนักแสดงได้เลย อิสเบลดีใจที่ได้รับคัดเลือกเป็นนักแสดง และแล้วนักแสดงทุกคนได้เต้นตามที่ครูให้บทไว้

ผลสุดท้าย ครูฝึกตัดสินใจว่า"ให้อิสเบลเป็นนักแสดงนำ" โอกาสของอิสเบลมาแล้ว และเป็นโอกาสของโรงละครแห่งนี้ ที่สามารถโฆษณาว่ามีเด็กใหม่ที่เก่งและมีความสามารถเข้ามา ตอนนี้คนที่เสียใจที่สุดคงหนีไม่พ้นลอร่า คนที่คิดทำลายเธอกลับอิจฉาแทนเสียเอง


-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-


"ยัยเด็กนั้นไปฝึกมาจากไหน" ลอร่าบ่นกับเพื่อนในห้องพักส่วนตัว
"นั้นสิ ฉันว่าต้องมีอาจารย์ดีแน่" เพื่อนลอร่าพูดจบ ทุกคนลงความเห็นว่าควรติดตามเธอดูว่าเธอมีใครคอยช่วยอยู่หรือไม่ และดูว่าในแต่ละวันเธอทำอะไรบ้าง

....หลายวันผ่านไป....
"ลอร่า ยัยนี้ต้องเพี้ยนแน่ๆ ฉันเห็นยัยนี้เอารองเท้าไปตากไว้ข้างนอกประจำ"

ทุกคนว่าอิสเบลเพี้ยน แต่ลอร่าเป็นเด็กฉลาด ไม่คิดว่าที่เธอทำแบบนี้เป็นสิ่งไร้สาระ ลอร่าสั่งให้ขโมยรองเท้าของอิสเบลมาดู เมื่อได้โอกาสเพื่อนลอร่าขโมยรองเท้าจากเธอไป ทุกคนมองจากภายนอกไม่เห็นมีอะไรผิดปกติเลย

เพื่อนลอร่าลองสวมรองเท้าตามคำแนะนำของลอร่า ปรากฏว่าคนที่สวมต่างเต้นบัลเล่ต์ได้เหมือนหงส์ทุกคน
"หน่อย ยัยอิสเบลเล่นขี้โกง ฉันรู้แล้วต้องทำอย่างไร" ลอร่าวางแผนซุบซิบกันเพื่อนๆว่าจะแกล้งคนขี้โกงได้อย่างไร

ทุกคนได้ฟังแผนการที่วางไว้ รู้สึกสะใจและนำรองเท้าไปวางไว้ที่เดิม การซ้อมยังคงดำเนินเป็นไปตามปกติ หลายวันผ่านไปจนเป็นเดือน และแล้วการแสดงจริงได้มาถึง



ปุง ปุง ปุง ปุง
เสียงประทัดดังราวกับงามเฉลิมฉลอง ชื่อเสียงมิอาจอยู่ทนหากงานนั้นไร้คุณภาพ โรงละครแห่งนี้เช่นเดียวกัน บัตรถูกขายหมดเพียงไม่กี่วัน ประชาชนทั่วทุกวงการต่างอยากชมและมั่นใจว่าการแสดงในครั้งนี้ต้องดีกว่าที่ผ่านมาแน่ เสียงประทัดยังคงดังกึกก้องไปทั่วเมือง มีเพียงเสียงเล็กๆอีกเสียงหนึ่งที่ดังมาจากในห้องแต่งตัว

"ฮือ ฮือ"
อิสเบลร้องไห้อย่างไม่หยุด "รองเท้าฉันหาย"
"ไม่เป็นไร เธอต้องเชื่อมั่นว่าเธอทำได้สิ" แม่บ้านพูดปลอมใจอิสเบล
"ไม่มีรองเท้าฉ้นเต้นไม่ได้ มันเป็นรองเท้านำโชคของฉัน"
"เธอต้องเชื่อมั่นสิ เธอต้องทำได้ งานเสียไปเพราะเธอคนเดียวไม่ได้นะ" แม่บ้านพูดปลอบใจอิสเบล

อิสเบลรวบรวมสมาธิอีกครั้ง เธอบอกตัวกับเธอว่าต้องทำได้และไม่อยากให้การแสดงเสียไปเพราะเธอ

เวลามาอย่างกระชั้นชิดอิสเบลไม่มั่นใจก็ต้องพร้อม นักแสดงทุกคนพร้อม เสียงปรบมือจากผู้ชมเริ่มดังขึ้นเมื่อเสียงเพลงเริ่มบรรเลง ม่านเวทีเริ่มเปิดขึ้น การแสดงได้เริ่มขึ้นแล้ว ลอร่าและเพื่อนๆต่างรอลุ้นว่าอิสเบลจะพลาดเมื่อไร
การแสดงผ่านไปชั่วครู่
"แม่หงส์ มีหงส์อยู่บนเวที" เด็กคนหนึ่งมองเห็นอิสเบลเป็นดังหงส์
"ชูววววว เงียบนะจะลูก"
การแสดงจบ ปรากฏว่าเธอทำได้ดี ผู้ชมต่างชมเธอกันใหญ่ อิสเบลจับมือและรับรางวัลจากเจ้าเมือง เสียงประทัดอันดังมิอาจดังเท่าเสียงชมและเสียงปรบมือในโรงละคร เสียงปรบมือที่กึกก้องมิอาจอยู่นานเท่าเสียงความตั้งใจและความภูมิใจในความพยายาม เสียงร้องไห้ของอิสเบลที่ผ่านมาในคืนแล้วคืนเล่า ได้เปลี่ยนเป็นเสียงชมในค่ำคืนนี้ อิสเบลภูมิใจมาก เธอไม่มั่นใจว่าเธอจะเป็นหงส์ได้ แต่เมื่อได้ฟังเสียงปรบมือที่ทุกคนยอมรับในตัวเธอแล้ว บัดนี้เธอรู้ว่าความฝันของเธอเป็นจริง อิสเบลเป็นหงส์แล้ว
การละครจบลงบนเวที แต่ละครชีวิตยังคงดำเนินต่อไป
"ยัยอิสเบล เธอเจอรองเท้าที่ฉันเอาไปซ่อน ใช่มั้ย" ลอร่าดึงกระชากเธอต่อหน้านักแสดงอื่น หลังจากผู้ชมออกจากโรงละครได้ไม่นาน
"ทุกคนฟังทางนี้ยัยนี้มันเล่นขี้โกง มันเอารองเท้าจากไหนไม่รู้ ที่แน่ๆใครสวมรองเท้าต้องเต้นได้ทุกคน เธอหลอกทุกคนได้แต่หลอกฉันไม่ได้หรอก" ลอร่าเข้าไปฉุดตัวเธอ โดยมีเพื่อนช่วยกันถอดรองเท้าจากอิสเบล
"ที่นี้ได้รู้กันทุกคนว่าแกมันขี้โกง ทุกคนลองสวมดู"

ปรากฏว่าไม่มีใครเต้นได้ดีเท่าเธอ
อิสเบลบอกว่าฉันแค่ใส่เพื่อดูว่าเต้นที่ดีเป็นอย่างไรเท่านั้น วันคัดตัวฉันไม่ได้สวมมัน ฉันรู้สึกไม่ดีหากเอาชนะด้วยวิธีแบบนั้น อิสเบลอธิบายให้ลอร่าฟัง ทุกคนฟังต่างรู้สึกแปลกใจกับเรื่องที่พวกเธอเล่า และช่วยกันหารองเท้าที่เอาไปซ่อน ไม่ว่าอย่างไรรองเท้าที่กล่าวถึงไม่เคยปรากฎเลยจนบัดนี้

ไม่เจอไม่เป็นไร อย่างน้อยเด็กสาวคนหนึ่งที่พยายามเต้นตามฝัน บัดนี้....เธอเป็นหงส์ด้วยตัวเองแล้ว
เด็กๆลองคิดนะครับ นิทานเรื่องนี้สอนอะไร?
--------------------------------------------------------------------------------
ถ้าคุณชอบบทความนี้ ช่วยอ่านบทความในเวปนี้ด้วยครับ มีลิงค์บทความให้อ่านอีกมากมาย You must be logged in to see this link. หรือ You must be logged in to see this link. หรือ You must be logged in to see this link. และ You must be logged in to see this link. เหมือนกันหมดครับ
--------------------------------------------------------------------------------
ตอนนี้ผมว่างงาน ผมทำงานหรือใช้ชีวิตทำงานแบบปกติไม่ได้เพราะธนาคารไทยพาณิชย์ ผมเลยคิดว่าอยากเขียนบทความ เรื่องสั้น นิยาย นิทาน หากผู้ใดอ่านแล้วชื่นชอบแล้วอยากซื้อ เหมือนเราซื้อหนังสือ แต่เปลี่ยนจากหนังสือเป็นเว็บแทน ยินดีรับเงินจากผู้อ่านตามนี้ครับ หรือใครอยากอ่านเฉยๆไม่อยากให้เงิน ผมก็ยินดีเพราะของฟรีมีในโลกครับ ขอให้อ่านก็พอ
ขอยืนยันอีกครั้งว่านี้ไม่ใช่การบริจาคหรือขอเงินแต่เป็นการใช้สมองของผู้เขียนขายบทความทางเว็บเท่านั้น
แก้ไขเลขที่บัญชีใหม่
ธนาคาร ไทยธนาคาร
สาขา ย่อยจักรวรรดิ
เลขที่บัญชี 068-2-04705-4
ชื่อไทย นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์
ชื่ออังกฤษ MR.NOBNUTPONG SURIYAROJ
  Previous Topic Topic Next Topic  
 New Topic  Reply to Topic
 Printer Friendly
Jump To:
talk2me © 2000-05 ForumCo.com Go To Top Of Page
This page was generated in 0.12 seconds. Snitz Forums 2000
RSS Feed 1 RSS Feed 2
Powered by ForumCo 2000-2008
TOS - AUP - URA - Privacy Policy
ForumCo Free Blogs and Galleries
Signup for a free forum or Go Banner Free