talk2me
talk2me
Home | Profile | Register | Active Topics | Active Polls | Members | Private Messages | Search | FAQ
Username:
Password:
Save Password
Forgot your Password?




 All Forums
 โอ้ย......เรื่องเครียดจ้า
 หลังม่านประวัติศาสตร์
 ตอนที่ 6 เรื่องประชาธิปไตย
 New Topic  Reply to Topic
 Printer Friendly
Author Previous Topic Topic Next Topic  

madeinthailand
Forum Admin


Thailand
203 Posts

Posted - Jun 01 2008 :  04:01:17  Show Profile  Visit madeinthailand's Homepage Send madeinthailand a Private Message  Reply with Quote
เรื่องจริงถูกเขียนโดย นบณัฐพงศ์ (ธีรวุฒ คือชื่อเดิม)

4 กรกฏาคม 2550

ตอนแรกผู้เขียนไม่แน่ใจว่าจะเขียนบทความนี้ดีไหม เพราะพิจารณาว่าบทความนี้ผู้เขียนอาจหมิ่นเหม่ต่อบุคคลอื่น และอาจทำให้ความน่าเชื่อถือของผู้เขียนน้อยลงหรือไม่น่าเชื่อถือเลย เรื่องราวของผู้เขียนในบทความนี้เคยบอกเล่าแก่บุคคลที่อยู่ในธนาคารไทยพาณิชย์ SCB หมดแล้ว แต่บุคคลเหล่านั้นยังไม่รับผิดชอบผู้เขียน ทำให้ผู้เขียนรู้สึกรังเกียจเดียดฉันท์ประเทศไทยมาก ถึงอย่างไรผู้เขียนยังไม่หนีไปไหน ผมจึงขอเขียนเรื่องราวทั้งหมดให้ผู้อื่นได้รับทราบและผู้เขียนไม่มีวันให้อภัยบุคคลเหล่านั้นได้
--------------------------------------------------------------------------------
ตอนที่ 6 เรื่องประชาธิปไตย (ควรอ่านตั้งแต่ตอนที่ 1)

ผมไม่แน่ใจครับว่าจะเขียนแบบไหนดีถ้าเอาเรื่องผมอย่างเดียวมันไม่น่าสนใจ จะให้เอาคนนู่นคนนี้เข้ามาปนมันก็ผิดวัตถุประสงค์กลายเป็นว่าประเด็นที่วางไว้เปลี่ยนไป บางทีอยากเขียนลำดับจากเหตุการณ์สมัยก่อนแล้วค่อยมาหาปัจจุบันแต่บางอย่างมันเขียนไม่ได้ ต้องโดดไปโดดมา บางทีผู้อ่านอาจจะสับสนเพราะในบางครั้งผมจำเวลาไม่ได้เหมือนกัน

"แต่จำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้แน่นอน"

ครั้งที่แล้วผมเอ่ยถึงเรื่องดารา ไหนๆก็เขียนถึงดาราแล้วจึงเขียนถึงเรื่องดาราอีกครั้ง ผมเคยเอ่ยถึงลำดับชั้นของสังคม แน่นอนสังคมดาราเป็นสังคมที่อยู่สูงกว่าชาวบ้านทั่วไป
ทำไมผมรู้?

"เพราะว่าผมโดนคนที่รู้จักบางคน(ตอนมหาวิทยาลัย)เคยใส่ความคิดว่าดาราจะมีสิทธิพิเศษคือสามารถหลีกเลี่ยงกฏหมายได้ ถ้าหากทำผิดกฏหมายและไม่ชั้นต่ำเหมือนพวกชาวบ้านทั่วไป(ไพร่)ถ้าเป็นลำดับให้เห็นภาพเช่น

นักการเมือง
-ดารา______
--ชาวบ้านทั่วไป_

ผมไม่รู้ว่าลำดับขั้นจริงๆที่พวกชั้นสูงวางเป็นอย่างไร ผมไม่เห็นอยากเป็นดาราเพราะไม่ชอบเป็นจุดเด่น ไม่ชอบทำอะไรมีแต่คนมอง รู้สึกอึดอัดและเป็นสิทธิส่วนบุคคลของผมเองที่จะเลือกทำอาชีพอะไรก็ได้โดยไม่ผิดกฏหมาย

ผมมั่นใจมากขึ้นว่าพวกชั้นสูงมันเอาชาวบ้านมาเล่นเป็นเครื่องมือสนุกเช่น
ตอนมหาวิทยาลัยประมาณปี 3 ผมเล่นเน็ตได้เจอคนหนึ่งชื่ออ๋อง พอดีนัดเจอที่ม.กรุงเทพผมว่าไม่เสียหายอะไรเพราะผมเรียนม.กรุงเทพอยู่แล้ว

(อ๋องนำบัตรประชาชนออกมาให้ผมดู ผมเห็นนามสกุลมาลีนนท์)

ผู้เขียน : "นายเป็นอะไรกับช่องสามว่ะ"
อ๋อง : "นายเป็นคนแรกที่บอกว่ารู้จักนามสกุลเดียวกับช่องสาม" (ปกติอยู่แต่สังคมตอแหล)
ผู้เขียน : "มาลีนนท์ออกจะดัง แล้วนายเป็นอะไรกับช่องสามหรือเปล่า"
อ๋อง : "เปล่าหรอก เราแค่นามสกุลเหมือนกันแต่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไร"
ผู้เขียน : "ค่อยยังชั่วนึกว่าใช่ ถ้าใช่จะขอหุ้นส้กร้อย สองร้อยหุ้น" (พูดเล่น)
อ๋อง : "ถ้าใช่จะไม่คบเหรอ"
ผู้เขียน : "เราไม่ชอบยุ่งกะคนดังเวลาเดินไปไหนมาไหนมีแต่คนมองเราไม่ชอบ"
อ๋อง : "คิดเหมือนกันเลย นายว่ามาลีนนท์เนี้ยถ้าใครไม่รู้ต้องแกล้งไม่รู้จักเหรอ"
ผู้เขียน : "เราว่านะ มาลีนนท์ออกจะดังใครๆก็ต้องรู้จักไง อย่างคุณประวิท.....ย์"

(ผมคุยไปเรื่อยไม่มีอะไรหรอกครับแล้วอ๋องมันพูดอย่างหนึ่ง)
อ๋อง : "นายจำเด็กคนที่เคยทะเลาะกันได้ปะ ที่ร้องไห้จนสลบ"
ผู้เขียน : "จำได้" (เพราะร้องไห้จนสลบมีคนเดียว)
อ๋อง : "เออๆๆๆ"

(ผมเองไม่ได้สงสัยอะไรเพราะตอนนั้นยังซื่อครับ ไม่รู้ว่าพวกนี้มันเก็บข้อมูลตั้งแต่เด็ก)
อ๋อง : "เราต้องแก้แค้นเดี๋ยวนายก็ตายแล้ว"
ผู้เขียน : "อะไรว่ะ เรางง"
อ๋อง : "นายว่าช่องสามควรทำอะไรต่อดี"
ผู้เขียน : "ทำไมช่องสามไม่จัดประกวดแล้วล่ะ"



ผมคิดเล่นสนุกๆว่าน่าจะจัดประกวดแบบประมาณผู้หญิงสมัยใหม่แข็งแกร่ง 555+ ประหนึ่งผู้หญิงวันนี้ต้องอดทนแกร่งเหมือนทหาร อ๋องถามอีกวันเกิดช่องสามจัดอย่างไรดี ผมคุยเรื่อยๆว่าวันเกิดช่องสามน่าจะจัดแบบแฟนซี ผมเป็นคนคุยสนุกครับ เรื่องประกวดนางงามผมพูดเล่นแน่ใครจะไปจัดให้ผู้หญิงมาเตะต๋อย แต่แฟนซีพูดจริงแน่นอน ผมว่าดาราน่าสนุกออกที่ได้แต่งตัวประกวดกัน น่าจะมีเงินรางวัลด้วย

ถ้าจะให้คิดใหม่ผมกลัวผู้อ่านไม่เชื่อ ผมคิดคอนเซปต์ได้อีกว่าจัดแบบว่าตุ๊กตาบาร์บี้ก็ได้ จัดเวทีเหมือนเราตัดขวางบ้านแล้วข้างในมีห้องนั่งเล่น ห้องรับแขก ห้องอ่านหนังสือ ห้องอาบน้ำ โดยนำคนจริงทำท่าต่างๆเช่นแต่งตัวอยู่ในบ้าน โดยผู้ประกวดเน้นสีชมพูให้เข้าคอนเซพท์(concept)ตุ๊กตา

ปรากฏว่าผมกับอ๋องเลิกคุยกันเพราะว่าอ๋องพูดดูถูกว่าพวกกู้เรียนพวกคนจน ผมโมโหครับเพราะผมกู้เรียน ผมจึงบอกไปว่าผมเองก็กู้เรียน ผมเข้าใจว่าไอ้อ๋องมันคงสืบประวัติผผมอยู่แล้วจึงทำเป็นหลอกด่า ผมเคยเจออีกทีตอนอยู่สีลมแต่ผมไม่ได้ทักทายเพราะรู้สึกรังเกียจเรื่องหลอกด่าผม

หลังจากนั้นไม่กี่ปี เพื่อนผมคนหนึ่งที่เรียนคณะเดียวกับผมได้ชวนผมไปดูการประกวดมิสไทยแลนด์เวิร์ด (Miss Thailand World) เพราะเพื่อนคนนี้ทำงานที่ช่อง3
โชคดีที่ไม่ได้ไปเพราะไม่มีชุดใส่ ถ้าไปไม่รู้จะโดนอะไรบ้าง

เรื่องนั้นผมไม่ค่อยใส่ใจหรอกครับ แต่สิ่งที่สนใจคือ
นายจำได้ไหม? เคยทะเลาะเด็กคนหนึ่งที่ร้องไห้จนสลบ

ผมจำได้สมัยประถม
เฮียที่เป็นลูกของพี่สาวแม่ผมเคยพาผมไปบ้านคนหนึ่ง โดยเฮียผมชอบบอกว่าบ้านราคา 12 ล้านบาท(จำได้เพราะเน้นบ่อยมาก) มีสระว่ายน้ำตอนเด็กๆผมได้เล่นบ้านหลังนั้น และได้รู้จักลูกชายของบ้านหลังนั้น

บังเอิญตกเย็นเราเล่นปาหมอนกับเด็กคนนั้น แต่ว่าเด็กคนนั้นเล่นรุนแรงกับผมก่อน ผมจึงใส่กลับปรากฎว่าเราทะเลาะกันครับจนผู้ใหญ่เข้ามาห้าม สิ่งที่ไม่คาดคิดได้เกิดขึ้นคือ
เด็กคนนั้นร้องไห้จนสลบ
เฮียของผมจึงพาผมกลับบ้านไป

ตอนนี้โตมาถึงได้รู้ว่าเด็กคนนั้นคืออ๋อง ลูกชายช่องสามนั้นเอง มาถึงคราวนี้ผมไม่อยากคิดเลยว่าจริงๆแล้วผมโดนอะไร ไม่อยากคิดจริงๆเพราะยังรับไม่ได้ แต่ไม่ว่าอย่างไรความจริงย่อมเป็นความจริง ผมย้อนกลับไปผมดูออกว่าอ๋องมันแกล้งสลบ ผมดูออกแต่ในสมัยเด็กผมดูไม่ออกครับ
คนบางคนเล่นละครเก่งตั้งแต่เด็กแล้ว


....สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม....


อย่าคิดว่าจบนะครับเพราะอ๋องเปิดความลับอย่างหนึ่งให้รู้
อ๋อง : "นายไม่เป็นดาราเหรอ"
ผู้เขียน : "ไม่เห็นอยากเป็นเลย"
อ๋อง : "นายเป็นนักข่าวสิ"
ผู้เขียน : "ทำไมเราต้องเป็นนักข่าว" (ผมเรียนคณะวิทยาการคอมพิวเตอร์ ถ้าอยากเป็นนักข่าวหรือดาราจะมาเรียนคณะนี้ทำไมว่ะ)
อ๋อง : "เรามีการพนัน"
ผู้เขียน : ??
อ๋อง : "เป็นนักข่าวสิดี"
ผู้เขียน : "ต้องทำอย่างไรบ้างล่ะ"(ผมเป็นคนคุยสนุกไปเรื่อยๆ ไม่ได้ซีเรียส(serious เซียร์เรียส)ว่าไอ้นี้เป็นใครหรือผมจะได้เป็นนักข่าวจริงๆ)
อ๋อง : "นายต้องนอนกับพ่อกูก่อน"
ผู้เขียน : "เฮ้ย พูดจริงพูดเล่น"
อ๋อง : "พูดจริงจะทำงานต้องนอนกับพ่อกู"
ผู้เขียน : "ถ้าเป็นดาราเคยได้ยินว่าต้องนอนกับพวกแมวมอง แต่เรื่องอยากเป็นนักข่าวแล้วต้องเสร็จเจ้าของไม่เคยได้ยิน"
อ๋อง : "นี้คือโลกแห่งความเป็นจริง นายต้องผ่านพ่อเราก่อน"
ผู้เขียน : "ไม่เอาอ่ะ แก่ก็แก่ใครจะไปนอนด้วยว่ะ"

(ผมไม่ขอเขียนมาก ไม่อยากวิเคราะห์ด้วยว่ามันเอาผมมาพนันอะไร ตอนนั้นคิดว่าคนที่ผมพูดด้วยคือพูดเล่นแต่ตอนนี้มาคิดแล้วว่าพูดจริง)

ผมบอกไว้ตั้งแต่ตอนที่ 1 ใช่ไหมครับว่าอย่าสงสารผมเพราะผู้อ่านบางคนอาจจะเกลียดผมก็ได้ ตอนนี้นักข่าวบางคนมาอ่านคงเริ่มเกลียดผู้เขียนบ้างแล้ว แต่อย่าพึ่งเกลียดมากนักเพราะถ้าอ่านต่อไปคุณอาจจะเกลียดผมมากขึ้น

....สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรมจริงๆ....



ผมเจอเรื่องแบบนี้บ่อยจึงเข้าใจว่าประชาธิปไตยของประเทศไทยคือมันจะบังคับไม่ให้คุณพูดมาก หากพูดต้องชมแต่สิ่งดีๆ ผมโดนแกล้งว่าถ้าพูดถึงใครไม่ดีมันจะจัดฉากให้คนนั้นมาเจอผม แน่นอนบุคคลในข่าวที่ส่วนใหญ่โดนนินทาคือ
ดารา

ผมเคยลองจดชื่อดาราที่เคยพบแบบบังเอิญ(ตามท้องถนนหรือห้าง) ปรากฏว่าได้มากกว่า 60 ชื่อ ถ้ารวมดาราที่เจอตอนดูคอนเสิร์ตด้วยได้มากกว่า 100 ชื่อ ตอนอยู่ธ.ไทยพาณิชย์ SCB พวกมันบังคับให้ผมว่าดาราให้ได้ ดาราบางคนผมไม่ได้คิดอะไร บางคนผมชมว่าน่ารักกว่าในทีวี บางคนดูแย่กว่าในทีวี เมื่อใดที่ผมชมพวกมันจะพยายามพูดในแง่ลบให้ผมติดาราคนนั้นให้ได้ แล้วทำทีว่าดารามาเที่ยวที่ธนาคารบังเอิญมาเจอผม เหมือนเวลาเรานินทาใครแล้วประมาณว่าคนที่โดนนินทามันแอบอยู่ข้างหลังคุณ


พวกนี้มันเก็บกดจากข้างนอกไม่รู้ระบายกับใครมันเลยมาระบายกับผม ผมว่าสนุกดี บอกแล้วถ้าไม่ฆ่าผม ผมเขียนบทความนี้ไปเรื่อยๆแน่ ผมขอยืนยันครับผมมีสิทธิแสดงความคิดเห็น หากความคิดเห็นของผมไปกระทบให้ใครเสียหาย
กฏหมายเปิดให้ผู้เสียหายฟ้องร้องได้ครับ

ผมไม่รู้จุดประสงค์ธนาคารไทยพาณิชย์ SCB ว่ามันเล่นอะไร อยากให้ผมชมแต่สิ่งดีๆหรือไม่ แต่นี้คือประชาธิปไตยของจริง เวลาคุณเห็นในจอทีวีว่าชมคนนู่นคนนี้ว่าดี ผมไม่เชื่อเลยเพราะรู้แล้วว่าคนที่ชมกลัวโดนเอาคืนมากกว่า ถ้าหากไปด่าพวกมัน ไอ้ที่สัมภาษณ์ว่าประเทศเราดีมีความสุขมันเป็นเพียงการแสดงหลอกผู้ชมเท่านั้นเอง


แล้วประชาธิปไตยจริงๆที่ผมพบคืออะไร?
ผมจำได้ในสมัยเด็กมีช่วงหนึ่งที่นักข่าวสัมภาษณ์บุคคลทั่วไปว่าประชาธิปไตยคืออะไร
ปรากฎว่ามีพี่คนหนึ่งตอบว่า "โอ้ย...ประชาธิปไตยมันก็เรื่องของคนรวยเท่านั้น"

เรื่องนี้สมัยที่ผมเรียนชั้นมัธยมต้นโรงเรียนวัดบวรนิเวศ อาจารย์เคยเอาเรื่องนี้มาสอนแล้วพูดว่า"คนที่ถูกสัมภาษณ์ไม่เข้าใจประชาธิปไตยจริงๆ"

ปัจจุบันผมรู้แล้วว่าคนที่ถูกสัมภาษณ์พูดจริง โลกแห่งความเป็นจริงคือคนรวยมีอภิสิทธิ์

เหตุการณ์ต่างๆที่พบทำให้อดคิดถึงเรื่องพ่อของผมไม่ได้ สมัยเรียนม.ต้นพ่อผมเข้าโรงพยาบาลเพราะเส้นเลือดในสมองแตก พ่อผมรักษาตัวที่โรงพยาบาลและเป็นเจ้าชายนิทราในสมัยผมเรียนชั้นม.ปลาย ผมโตขึ้นมาวิเคราะห์ว่าเป็นไปไม่ได้เลยพ่อผมหกล้มในห้องน้ำเพราะห้องน้ำเล็กมาก หากย้อนกลับไปอีกอดคิดไม่ได้ว่าพ่อผมโดนวางยาหรือโดนบีบให้เครียดจนพ่อผมเป็นแบบนี้หรือไม่

ปล.เรื่องการคุยกับคนนู่นคนนี้ ผมเล่าหมดไม่ละเอียดครับ ถ้าอยากฟังเรื่องทั้งหมดจริงๆไปขอธนาคารไทยพาณิชย์ SCB ได้เพราะเรื่องพวกนี้ผมเล่าแบบละเอียด ขณะอยู่ในธนาคารไทยพาณิชย์ SCB แล้ว



---------------------------------------------------------------------------------
ถ้าคุณชอบบทความนี้ ช่วยอ่านบทความในเวปนี้ด้วยครับ มีลิงค์บทความให้อ่านอีกมากมาย You must be logged in to see this link. หรือ You must be logged in to see this link. หรือ You must be logged in to see this link. และ You must be logged in to see this link. เหมือนกันหมดครับ
--------------------------------------------------------------------------------
ตอนนี้ผมว่างงาน ผมทำงานหรือใช้ชีวิตทำงานแบบปกติไม่ได้เพราะธนาคารไทยพาณิชย์ ผมเลยคิดว่าอยากเขียนบทความ เรื่องสั้น นิยาย นิทาน หากผู้ใดอ่านแล้วชื่นชอบแล้วอยากซื้อ เหมือนเราซื้อหนังสือ แต่เปลี่ยนจากหนังสือเป็นเว็บแทน ยินดีรับเงินจากผู้อ่านตามนี้ครับ หรือใครอยากอ่านเฉยๆไม่อยากให้เงิน ผมก็ยินดีเพราะของฟรีมีในโลกครับ ขอให้อ่านก็พอ
ขอยืนยันอีกครั้งว่านี้ไม่ใช่การบริจาคหรือขอเงินแต่เป็นการใช้สมองของผู้เขียนขายบทความทางเว็บเท่านั้น
แก้ไขเลขที่บัญชีใหม่
ธนาคาร ไทยธนาคาร
สาขา ย่อยจักรวรรดิ
เลขที่บัญชี 068-2-04705-4
ชื่อไทย นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์
ชื่ออังกฤษ MR.NOBNUTPONG SURIYAROJ
ผมจะไม่ฆ่าตัวตายและชีวิตผมไม่ชอบแช่งใคร เพราะมีคนเคยสอนว่าไม่ดี แต่วันนี้ผมขอสาปแช่งว่า ผู้ใดที่กระทำให้ นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์ เป็นผู้ที่ลำบากกายหรือลำบากใจอย่างปัจจุบันนี้ ในทางตรงหรือทางอ้อม หรือ เบื้องหน้าหรือเบื้องหลัง โดยมีเจตนาหรือไม่มีเจตนาแต่รู้ตัวก็ตาม โดยไม่รับผิดชอบหรือวางเฉยและไม่บอกกล่าวให้นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์ได้รับทราบตลอดไป ผมขอให้ผู้นั้นทั้งตระกูลพินาศและขอให้ธนาคารไทยพาณิชย์พินาศด้วยเช่นกัน
* ผมเปิดให้แสดงความคิดเห็นได้ครับ แต่อย่าลงรูปนะครับเพราะจะทำให้การดึงข้อมูลช้าได้
  Previous Topic Topic Next Topic  
 New Topic  Reply to Topic
 Printer Friendly
Jump To:
talk2me © 2000-05 ForumCo.com Go To Top Of Page
This page was generated in 0.09 seconds. Snitz Forums 2000
RSS Feed 1 RSS Feed 2
Powered by ForumCo 2000-2008
TOS - AUP - URA - Privacy Policy
ForumCo Free Blogs and Galleries
Signup for a free forum or Go Banner Free