talk2me
talk2me
Home | Profile | Register | Active Topics | Active Polls | Members | Private Messages | Search | FAQ
Username:
Password:
Save Password
Forgot your Password?




 All Forums
 โอ้ย......เรื่องเครียดจ้า
 หลังม่านประวัติศาสตร์
 ตอนที่ 8 เรื่องมูลค่าชีวิต
 New Topic  Reply to Topic
 Printer Friendly
Author Previous Topic Topic Next Topic  

madeinthailand
Forum Admin


Thailand
203 Posts

Posted - Jun 01 2008 :  04:02:47  Show Profile  Visit madeinthailand's Homepage Send madeinthailand a Private Message  Reply with Quote
เรื่องจริงถูกเขียนโดย นบณัฐพงศ์ (ธีรวุฒ คือชื่อเดิม)

14 กรกฏาคม 2550

ตอนแรกผู้เขียนไม่แน่ใจว่าจะเขียนบทความนี้ดีไหม เพราะพิจารณาว่าบทความนี้ผู้เขียนอาจหมิ่นเหม่ต่อบุคคลอื่น และอาจทำให้ความน่าเชื่อถือของผู้เขียนน้อยลงหรือไม่น่าเชื่อถือเลย เรื่องราวของผู้เขียนในบทความนี้เคยบอกเล่าแก่บุคคลที่อยู่ในธนาคารไทยพาณิชย์ SCB หมดแล้ว แต่บุคคลเหล่านั้นยังไม่รับผิดชอบผู้เขียน ทำให้ผู้เขียนรู้สึกรังเกียจเดียดฉันท์ประเทศไทยมาก ถึงอย่างไรผู้เขียนยังไม่หนีไปไหน ผมจึงขอเขียนเรื่องราวทั้งหมดให้ผู้อื่นได้รับทราบและผู้เขียนไม่มีวันให้อภัยบุคคลเหล่านั้นได้
--------------------------------------------------------------------------------
ตอนที่ 8 เรื่องมูลค่าชีวิต (ควรอ่านตั้งแต่ตอนที่ 1)

มีคนบ้าที่ไหนไม่รู้นั่งด่าธนาคารไทยพาณิชย์อยู่ได้ คนบ้าคนนี้เริ่มบ้ามากขึ้นเรื่อยๆจากตอนแรกด่าธนาคารไทยพาณิชย์อย่างเดียว ตอนนี้เริ่มลามด่าคน(สร้างภาพ)ดีไปทั่ว คนบ้าคนนี้ยังบ้าไปเรื่อยๆ จนคนดีทั่วไปไม่รู้ว่าคนบ้าคนนี้ เมื่อไรเลิกบ้าว่ะ


ผมเริ่มบ้าประมาณเดือนตุลาคม 2549 ในช่วงแรกผมโพสว่ากล่าวธนาคารไทยพาณิชย์ไปทั่วอินเตอร์เนต ผมโดนลบกระทู้ที่เขียนไว้ บางครั้งโดนแบนรหัสที่สมัครไว้ก็มี

ผมไม่เคยยอมแพ้้

ผมบ้าใหม่อีกครั้ง ใครแบนผมผมสมัครใหม่ ท้ายที่สุดบางเวบลบกระทู้ผมทิ้ง บางเวบยอมให้ผมเขียนติดไว้แต่ส่วนมากเวลาผมย้อนกลับไปดู ข้อความผมมักโดนลบเสมอคนแค่หนึ่งคนสู้แอดมินเป็นร้อยที่ดูแลระบบได้อย่างไร

ผมไม่เคยยอมแพ้้

ผมโพสกระทู้ว่าธนาคารไทยพาณิชย์เป็นเดือนอย่างไม่ยอมแพ้ เวลาธนาคารไทยพาณิชย์โฆษณาครบรอบ 100 ปี ผมเกาะกระแสด้วยเวลาโฆษณาอะไรผมเกาะกระแสตามที่ธนาคารโฆษณาไว้ ท้ายที่สุดโดนแบนตลอด

ผมไม่เคยยอมแพ้

ผมคิดใหม่กลัวคนอ่านอ่านข้อความเดิมซ้ำๆแล้วเบื่อ ผมจึงเริ่มเขียนวิเคราะห์หรือวิจารณ์การเมือง(มั่วๆ) ตามประสาคนที่ชอบอ่านหนังสือพิมพ์ตั้งแต่เด็ก ผมเวลาเขียนเสร็จจะโพสไปทั่ว ผมคิดว่าไหนๆทำงานไม่ได้จึงลองหารายได้จากทางอินเตอร์เนตดู ซึ่งขอยืนยันว่าปัจจุบันผมยังไม่ได้เปิดบัญชีดูว่ามีคนโอนมาให้หรือไม่ และขอบอกว่าผมใช้มันสมองเขียนไม่ได้ขอความสงสารจากใคร เพราะฉะนั้นถ้าคิดโอนมาคิดก่อนว่าผมจะไม่ติดหนี้บุญคุณใคร ผู้ใดอ่านตอนนี้แล้วรู้สึกเสียดายเงินผมยินดีคืนเงินให้ครับ

ผมเป็นคนที่ชอบนึกเรื่องราวในสมอง ไม่เคยเขียนลงหนังสือเลยสักครั้ง และมักชอบมีคนรู้จัก(ผมขอหลีกเลี่ยงคำว่าเพื่อน)ถามผมในสิ่งที่ผู้เขียนคิด บังเอิญมักปรากฎในทีวีหรือในหนัง สิ่งนั้นสำหรับผมคิดว่าเป็นเรื่องบังเอิญก็ได้ ไม่เป็นไรเพราะหลักฐานไม่ชัดเจน

ผมคิดว่าไหนๆก็ไหนๆแล้ว ลองเขียนนิยาย นิทาน บทความดูแบบสนุกๆดู เขียนเสร็จผมโพสไปทั่วอินเตอร์เนต บางเวบไม่ให้โพส กล่าวว่าผมเขียนแช่งธนาคารไทยพาณิชย์ไว้ ผมจึงจดชื่อเวบแล้วลบสิ่งที่แอดมินบอกมา ไม่ทันไรเวบที่เคยลบยังลบข้อความผมอีก ผมชอบถามถึงเหตุผลมักได้คำตอบว่ากระทู้ที่โพสเป็นการหารายได้ซึ่งไม่ตรงวัตถุประสงค์ตามที่เจ้าของเวบวางไว้ ผมทำตามทุกอย่างให้ถูกต้องตามกติการที่ผู้ดูแลหรือเจ้าของวางไว้
สุดท้ายข้อความผมโดนลบทิ้งอีก (คราวนี้หาเหตุผลที่ลบไม่ได้แต่ใช้กติกูลบแทน)

ผมไม่เคยยอมแพ้

ผมโพสข้อความโดยให้ตรงกับหัวข้อที่วางไว้ เนื่องจากเวลาคนอื่นเข้ามาอ่านจะได้ดูว่าผมไม่ได้ป่วนกระทู้เขาหรือไปโฆษณาอะไร เพียงแต่ผมขอทำลิงค์(link)เพื่อโยงไปยังข้อความที่ผมต้องการหาความยุติธรรม บางเวบแบนไอพีผม บางเวบแบนเลขบัตรประชาชน ผมสามารถขโมยเลขบัตรประชาชนผู้อื่นเพื่อสมัครใหม่ได้แต่ผมไม่ทำ ไม่เป็นไรเวบอื่นยังมีอีกมาก ผมยังคงหน้าด้านเขียนข้อความแล้วพยายามกระจายให้มากที่สุด นับเวลาที่ทำได้ประมาณแปดเดือนแล้วเป็นแปดเดือนที่นานมากสำหรับผม

ตอนนี้ผมเริ่มท้อแล้ว

ช่วงที่ผมหยุดเขียนไปเพราะเริ่มรู้สึกเบื่อกับสิ่งที่ทำ ผมโพสตามสื่อทั่วไปและหวังว่าจะมีโอกาสให้ผมสู้ในระบบ ผมไม่ชอบสู้แบบศาลเตี้ยเพราะดูเหมือนพวกไม่มีอารยธรรม สุดท้ายไม่มีอะไรเกิดขึ้นเสียงของผมยังเบาและโดนปิดตลอดเวลา ผมโดนอย่างคัมภีร์มหาโกง ตอนที่ 2 เรื่องฉันโดนขู่ฉันไม่ได้บ้า และตอนที่ 24 เรื่องขี้หอม บางครั้งผมเกิดภาวะเครียดผมต้องรับมือด้วยการใช้สมาธิและการนิ่งจริงๆไม่สนใจ อะไรเกิดให้มันเกิดไป ข้อดีของผมคือเอาสิ่งที่เขาทำร้ายเราให้เกิดความเครียดมาเขียนเป็นนิยายเพื่อให้ผู้อ่านได้รู้ทัน ผมรับมือแบบนี้จึงไม่ค่อยเกิดภาวะเครียดหรือหวาดระแวง

ผมไม่เข้าใจจริงๆว่าประเทศชาติหมาทำไมถึงเป็นแบบนี้

สมมติ ผมเป็นผู้ร้ายฆ่าคนตายหนึ่งร้อยศพ ติดยาเสพติด ขายบริการทางเพศ ขอทาน นอนข้างถนนหรือฐานะทางสังคมต่ำ ผมอยากถามว่าผู้ที่มีฐานะทางสังคมสูงกว่าจะกระทำอะไรก็ได้กับผู้ร้ายหรือผู้ที่มีฐานะทางสังคมต่ำกว่าได้อย่างนั้นหรือ ผู้คนในสังคมนี้จึงนิ่งเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมจึงเริ่มสงสัยว่าเด็กที่อยู่ในบ้านเมตตาหรือผู้ร้ายในคุกจะโดนกระทำเหมือนไม่ใช่คนแบบที่ผมโดนหรือไม่ เพราะผมโดนใส่ความคิดบางอย่าง โปรดอ่านไปเรื่อยๆ

หมา(ขอใช้ภาษาง่ายๆ)ข้างถนนบางตัวโดนรถชน บางตัวโดนคนไล่ตี ยังมีคนที่สงสารมันเห็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องของบางคน จึงเข้าช่วยเหลือหมาตัวนั้นที่ไม่มีทางสู้ผู้ที่มีอาวุธเหนือกว่าได้ แล้วชีวิตผมมีมูลค่าเท่าไรจึงโดนกระทำโดยผู้คนวางเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น บางทีมูลค่าชีวิตของผมต่ำกว่าหมาข้างถนนอย่างนั้นหรือ

คนเลวฆ่าคนตายคนอื่นมีสิทธิเอาหิน เอาไม้ตีหรือกระทืบคนเลวได้อย่างนั้นหรือ คนขายบริการทางเพศโดนข่มขืนมีสิทธิเอาผิดผู้ข่มขืนได้ไหม แล้วผมทำอะไรผิดจึงโดนกระทำแบบไม่ใช่คนโดยกฎหมายไม่สามารถช่วยเหลือได้ ยิ่งอยู่ในประเทศชาติหมานานเท่าไร ผมยิ่งเกลียดประเทศชาติหมามากขึ้นเท่านั้น

หากผมโกหกควรสั่งสอนผม เพราะถ้าไม่สั่งสอนผมยิ่งได้ใจแล้วยิ่งโกหกมากกว่านี้ หากผมไม่โกหกแสดงว่ามีมนุษย์ถูกกระทำอย่างไม่ใช่คนโดยกฎหมายและรัฐไม่สามารถปกป้องดูแลประชาชนได้เลย

บางครั้งผมเสียดายตัวเอง ผมว่าผมเป็นคนที่มีสามารถและยังพัฒนาได้อีกแต่ขาดโอกาส นอกจากผมขาดโอกาสแล้วยังมีคนคอยทำลายโอกาสและขีวิตผมด้วย ผมเห็นในทีวีมีคนช่วยแจกสิ่งของคอยช่วยเหลือคนนู่นคนนี้ตามที่โฆษณาไว้ แล้วทำไมพวกเขาถึงคอยทำลายชีวิตผม มูลค่าชีวิตผมต่ำมากจนใครอยากทำอะไรก็ได้อย่างนั้นหรือ

ผมจึงอยากถามว่าชีวิตของผมควรมีมูลค่าเท่าไร





มูลค่าชีวิตผมไม่รู้มีค่าเท่าไร รู้แต่ว่าประสบการณ์ของผมได้พบบุคคลต่างๆแบบไม่น่าเชื่อ ผมยังไม่แน่ใจว่าเป็นบุคคลนั้นจริงหรือเป็นคนอื่นที่คอยแกล้งให้เข้าใจว่าเป็นบุคคลนั้น ผมยืนจุดนี้พอรู้นิสัยของพวกเขาเหล่านั้น ถ้าให้สรุปตามที่เจอผมขอสรุปในสิ่งที่ตนเองได้สัมผัสนะครับ ส่วนจริงหรือไม่จริง อยากให้ผู้อ่านพิจารณาและลองคิดเอง

* ต้องมีชื่อในประวัติศาสตร์ *
พวกที่อยู่ในสังคมนั้น ชอบให้ตัวเองเป็นอมตะเช่นเป็นคนแรกของประเทศที่ทำโน่นทำนี้ พวกเขาพยายามให้ชื่อตัวเองถูกจารึกในประวัติศาสตร์ จึงไม่แปลกใจว่าทำไมคนในสังคมแบบนั้นจึงอยากเป็นนายกรัฐมนตรี(ยอมทำตามผู้กุมอำนาจทุกอย่างเพื่อให้ชื่อตัวเองถูกจารึก)

แต่สิ่งหนึ่งที่คุณต้องเจียมตัวหากอยู่ในประเทศนี้ จงอย่าดังในระดับโลกเพราะถือว่าเกินหน้าตานาย

ข้อสังเกต คนพวกนี้ชอบโม้ว่าเป็นคนแรกในประเทศไทย อะไรก็ได้ที่เป็นคนแรกพวกเขาชอบกัน

* ธรรมและกฎแห่งกรรม *
คุณเคยดูหนังไหมครับ บางคนชอบเลี่ยงไบเบิลถ้าเป็นคนไทยบางคนประมาณว่าเลี่ยงบาลี คนพวกนี้ไม่ชอบโกหกเพราะต้องการแสดงว่าตนเองมีศีลมีธรรม เวลาผมเจอสังคมแบบนี้ผมรู้สึกแปลกมาก

ไม่รู้ตีความอะไรออกมา ขอยกตัวอย่าง

- ไม่โกหกแต่พูดไม่หมด เวลาเจอคนพวกนี้คุณต้องถามให้ละเอียดเช่นผมไม่โกงกิน นั้นไม่ได้หมายความว่าไม่ได้อนุญาตให้คนอื่นโกงแทน คนพวกนี้ตัดต่อเก่งมาก ผมมองว่าการตัดต่อให้ผู้อื่นเดือดร้อนหรือเอาตัวรอด มันต่างกับการโกหกตรงไหน
- กฎแห่งกรรม บางคนตีความว่าถ้ามีคนทำอะไรเรา เราต้องทำแบบนั้นคืนเช่นมีคนตีหัวเราเราต้องตีหัวกลับ แกล้งเด็กคนหนึ่งให้ตายสามารถแก้กรรมด้วยการช่วยเหลือเด็กหลายคน (ไม่รู้ตีความแบบนี้ได้ไง)
- ไม่ยึดติด การไม่ยึดติดของบางคนแปลกสำหรับผมเช่นพ่อ แม่ ลูก เราไม่ยึดติดกัน ควรอยู่คนล่ะบ้านและพ่อหรือแม่จะไปนอนกับใครก็ได้เรามีอิสระต่อกัน ไม่ยึดติด (นี้ก็แปลก)
- ผู้รู้ ความหมายของพวกเขาคือต้องรู้ทุกเรื่อง
- ผู้ตื่น คือทำงานได้ทั้งวันทั้งคืน ไม่หลับไม่นอน
- ผู้เบิกบาน คือปั้นหน้ายิ้มได้ทั้งวัน

อันนี้เป็นเรื่องคร่าวๆที่ผมได้พบประสบมา เวลาเจอคนพวกนี้ผมไม่ชอบเถียงเพราะเถียงไปก็เท่านั้น ที่สังคมชอบเลี่ยงกฎหมายเพราะบุคคลบางคนถูกปลูกฝังมาแบบนี้จริงๆ

* เกลียดคนจีน *
ขุนนางไทยบางคนเกลียดคนจีนครับ พวกเขาคิดว่าคนจีนรวยและเห็นแก่ตัว อย่างผมมีคนใส่ความคิดว่าที่ประเทศไทยไม่เจริญเพราะมีคนจีนเป็นนายกรัฐมนตรี คนจีนทำให้ประเทศไทยไม่เจริญ บางครั้งผมโดนใส่ความคิดว่าคนจีนชอบกดขี่ลูกจ้างคนไทยและเอาแต่ได้ฝ่ายเดียว

สำหรับผมคิดว่าคนจีนไม่ได้วิเศษไปกว่าคนเชื้อชาติอื่นและไม่เห็นว่าคนไทยดีกว่าคนจีนตรงไหน ผมจึงขอเตือนคนจีนที่อยู่ประเทศไทยหากเล่นการเมืองต้องระวังเพราะพวกเขาถูกปลูกฝังมาแบบนี้จริงๆ และอยากแนะนำคนจีนที่รวยรู้จักเผื่อแผ่ผู้อื่นด้วย

ในความคิดของผมฟังคำพวกนั้นแล้วตลกดี จะให้คนเชื้อชาติไหนมาเป็นนายกมันก็เท่านั้น เพราะถ้าคนจีนกดขี่หรือเอาเปรียบอย่างไม่เป็นธรรมแล้วผมขอแนะนำให้ลูกจ้างแจ้งตำรวจ แต่ปัจจุบันสิ่งที่เห็นอยู่คือคนถือกฎหมายไม่ช่วยผู้ไม่รู้กฎหมายแต่เอากฎหมายเป็นเครื่องมือต่อรองหาผลประโยชน์และเลี้ยงชีพ

สรุปง่ายๆ ปรบมือข้างเดียวไม่เคยดัง

เรื่องนายกรัฐมนตรี ผมมาวิเคราะห์ว่าคนที่เป็นนายกนั้นผมเชื่อว่าต้องเป็นผู้ยอมรับใช้ขุนนางไม่งั้นเป็นนายกไม่ได้ เรื่องคุณทักษิณผมว่าคุณทักษิณถูกวางไว้ให้เป็นนายกอยู่แล้ว ส่วนคำครหาว่าคุณทักษิณเป็นทรราชผมฟังแล้วเป็นไปไม่ได้

คำแนะนำ ผมอยากให้ขุนนางไทยเป็นนายกรัฐมนตรีไปเลยไม่ต้องเป็นอีแอบคอยชักใยอยู่เบื้องหลังหรือคอยกล่าวหาคนจีน

* กลัวคนผิวดำ คนจีน คนอีสาน *
พื้นฐานอย่างหนึ่งสำหรับการพัฒนามนุษย์ให้ก้าวหน้าคือความขยันและความอดทน ชาวต่างชาติบางคนกลัวคนจีน คนอินเดีย คนเขมรเพราะประวัติศาสตร์พวกนี้เจริญมาก ชาวต่างชาติบางคนกลัวคนเอเชียพัฒนาแข่งกับพวกเขา พวกเขาเหล่านั้นเลยใส่ความคิดผู้นำตามประเทศต่างๆ เหตุผลเพราะประชาขนขาดองค์ความรู้ที่แท้จริง จึงเชื่อที่ผู้นำสอนอย่างไม่ลืมหูลืมตา
ด้วยเหตุนี้อาวุธที่มีประสิทธิภาพในการทำลายประเทศคือการเข้าหาผู้กุมอำนาจอย่างแท้จริง เมื่อสามารถเป่าหูผู้นำได้และชี้นำได้เมื่อไร พวกเขาสามารถคุมประเทศได้เมื่อนั้น
ในมุมมองของผมประเทศไทยยังแบ่งชนชั้น สิ่งหนึ่งที่ผมสังเกตุได้คือคนอีสานถูกทำลายไปแล้ว ตอนนี้ผมว่าพวกเขากลัวคนจีนจะพัฒนาไปทั่วโลกจึงพยายามหาทางทำลายคนจีน ด้วยการปล่อยข่าวทำลายคนจีนเหมือนที่ทำกับคนยิว ผมจึงเตือนคนจีนผู้ซึ่งมีความโลภในจิตใจเห็นแก่เศษเงินที่พวกเขาโยนให้ คอยทำลายพวกเดียวกันหรือคนอื่นอย่างเห็นแก่ตัว
ระวังสักวันหนึ่งคนจีนจะโดนทำลายเหมือนคนยิวคือคบไม่ได้ อย่าคิดว่าแผนของพวกเขาใช้เวลา 5 ปีหรือ 10 ปี คนพวกนี้ต่อให้ใช้เวลา 100 ปี พวกเขายังคงทำต่อไป

* มีชีวิตให้ผู้อื่นอิจฉา *
ชาวต่างชาติบางคนชอบสอนหรือแสดงให้เราดำรงตนอย่างมีความสุขและพยายามให้ผู้อื่นอิจฉาเราให้ได้ คนพวกนี้ภายนอกรักกันดูมีความสุข เรื่องนี้ผมว่าเหมือนกฏแห่งกรรมและเป็นเวรกรรมของผู้นำบางประเทศที่ยังมองไม่ออก
ชาวต่างชาติต่างหากที่อิจฉาชาวเอเชีย คนเอเชียหรือคนผิวดำมีความสามารถตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว ชาวต่างชาติบางคนจึงอิจฉาและพยายามปล่อยข่าวทำลายอย่างตำราโบราณ หรือติวัฒนธรรมของคนชาติอื่นว่าไม่ดี
ขอยกตัวอย่างเช่นบางคนชอบด่าว่าฮวยซุ้ยเชื่อถือไม่ได้ โหรเป็นเรื่องเหลวไหล ฮิบฮอบเป็นของชั้นต่ำ ตำรายาโบราณเป็นของไม่น่าเชื่อถือ สังคมแบบครอบครัวใหญ่ดูวุ่นวาย(ญาติชอบยุ่งเรื่องส่วนตัว) หรือพยายามติตำราบางอย่างของชาวเอเชียและคอยด่าสิ่งไม่ดีเพื่อให้เรารังเกียจของเราเอง
จริงๆแล้วพวกเขาต่างหากที่อิจฉา อิจฉาในสิ่งที่เรามี อิจฉาสังคมที่คอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน พวกเขาพยายามให้เรารังเกียจในสิ่งที่เรามีด้วยการจ้างพวกเห็นแก่เศษเงิน(ชาติเดียวกัน) ค่อยสร้างกระแสว่าสิ่งที่เรามีดูไม่ทันสมัย เคยมีคนบอกผมว่าพวกฝรั่งผิวขาวและคนผิวดำไม่ชอบชาวเอเชีย มองชาวเอเชียบางขาติเหมือนแมลง (หมายถึงประเทศที่คนในชาติทำลายกันเอง กินกันเอง ซึ่งผมเห็นด้วยอย่างมาก)
ในนทางกลับกันชาวต่างชาติบางคนแอบเอาตำราฮวยซุ้ย โหรต่างๆ ตำรับยาโบราณไปวิจัยและพัฒนาเป็นตำราแนวใหม่ อย่างแนวปรัชญาฝรั่งที่เอามาสอนชาวเอเชียมันก็เป็นสิ่งที่ชาวเอเชียถูกสอนมานานแล้ว ผมเสียดายมากผู้นำบางประเทศกำลังทิ้งและไม่เคยมองของดีที่ตนมี จึงไม่พยายามวิจัยและพัฒนาต่ออย่างเช่นผมเคยดูสารคดีหนึ่งที่ฝรั่งมีการรักษาตามแบบโบราณของประเทศหนึ่ง โดยต้นตำรับกลับออกกฎหมายห้ามรักษา

ในมุมมองของผมฮวยซุ้ย โหราศาสตร์ การฝั่งเข็ม ความเชื่อ การดูลายมือเป็นวิทยาศาตร์ สามารถบอกเหตุและผลได้ ผมเสียดายหากสิ่งเหล่านั้นกำลังสูญหายไป

* สังคมโรคจิต *
นอกจากชอบให้ผู้อื่นเป็นคนขี้อิจฉาแล้ว สังคมพวกนั้นชอบทำตัวเป็นผู้ดี ผู้ดีแบบพวกเขาเป็นอย่างไร คงเป็นแบบด่าตรงๆเหมือนพวกชาวบ้านปากตลาดไม่ได้ ต้องด่าอ้อมๆ ว่ากล่าวแบบตีวัวกระทบคราด พวกคุณคงบางคนเมื่อเข้าสู่สังคมพวกเขาคงแปลกใจไม่น้อยว่า เวลาเราพูดจาปกติทำไมเพื่อนเราหรือคนที่เราคุยด้วยโมโหหรือโกรธเราแบบไม่มีเหตุผล

เรื่องนี้ผมเคยเจอด้วยตนเอง ผมทานพิซซ่ากับเพื่อนคนหนึ่ง ผมสั่งพิซซ่าสองหน้าแบบว่าเพื่อนผมเลือกหน้าหนึ่งแล้วผมเลือกหน้าหนึ่ง ปกติผมไปกับเพื่อนคนไหนผมก็สั่งแบบนี้ ปรากฏว่าเพื่อนผมโมโหผมกล่าวหาว่าผมไปด่ามัน

เพื่อนผมทำหน้าโมโหแล้วบอกว่าจะรอผมขอโทษ ผมคิดว่าผมไปทำอะไรให้ว่ะ จึงไม่ขอโทษ ตอนนั้นผมไม่เข้าใจ มาตอนนี้ผมเข้าใจแล้วว่า การสั่งพิซซ่าสองหน้าเหมือนไปด่ามันว่าพวกสองหน้า

เวรกรรมไม่รู้สังคมอะไร สังคมแบบไหน ขนาดไม่ได้ด่าอยู่เฉยๆยังโดนเลย จึงไม่แปลกใจว่าทำไมคนพวกนั้นชอบผิดใจกัน ขอบอกว่าผมอยู่สังคมผู้ดีแบบนั้นไม่ได้

* เกลียดคนจน *
สิ่งหนึ่งที่ผมเรียนรู้จากสังคมพวกเขาคือขุนนางบางคนไม่ชอบไพร่จริงๆ พวกเขาถือว่าพวกคนจนนิสัยไม่ดี พวกไพร่เป็นเพียงเครื่องมือหาเงินให้พวกเขาเท่านั้น

อะไรทำให้พวกเขาคิดแบบนั้น?

ตอนแรกผมคิดเขียนเหตุผลที่หลังแต่กลัวคนตัดต่อข้อความบางอย่างของผมไป จึงขอเขียนไปเลยว่าเวลาที่คนรวยแจกสิ่งของหรือให้เงินกับคนจน อย่าคิดว่าพวกคนรวยแจกแล้วจบ พวกเขาให้คนคอยติดตามว่าสิ่งที่คุณเอาไปเป็นอย่างไรบ้าง บางคนรู้สึกแย่ที่ของที่ให้ไปโดนพวกที่ขอเอาสิ่งของไปขายเปลี่ยนเป็นเงิน พวกเขาโกรธแค้นพวกคนจน

การคิดแบบนี้อันตรายมาก บางคนแปลกใจว่าเหตุการณ์ต่างๆ ทำไมถึงเกิดอย่างโหดร้ายกับคนชั้นล่างได้ เพราะพวกเขาถูกปลูกฝั่งให้เกลียดคนชั้นล่างอยู่แล้ว หากไม่อยากเป็นไพร่ คุณต้องถีบตัวเองให้มีเงิน มีชื่อเสียงหรือมีอำนาจ บางคนไม่เชื่อว่าพวกที่ยุให้คนฆ่ากันมีจริงๆ สำหรับผมไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะจากประสบการณ์คนพวกนี้ทำได้ทุกอย่าง

คำแนะนำ ผมอยากให้คนจนอย่าขออะไรจากพวกคนรวยนอกจากความยุติธรรม เพราะขอจะเป็นหนี้บุญคุณเปล่าๆและควรยืนด้วยลำแข้งตัวเอง

* กลัวคนชั้นล่าง *
นอกจากผู้นำบางประเทศโดนใส่ความคิดให้เกลียดคนชั้นล่างแล้ว สิ่งหนึ่งที่ผู้นำกลัวคือกลัวคนชั้นล่างคิดตีเสมอ ผู้นำบางคนกลัวคนชั้นล่างโค่นอำนาจจึงพยายามให้คนชั้นล่างไม่พัฒนา อย่าแปลกใจทำไมบางประเทศถึงไม่พัฒนาเพราะพวกเขาโดนเป่าหูเรื่องแบบนี้ตั้งแต่เด็ก จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมไม่ยอมให้ประชาชนพัฒนาหรือให้ประเทศชาติเจริญ

ผมมองอย่างเป็นกลางตามประวัติศาสตร์เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นจริง ผู้มีอำนาจอยากขยายอำนาจไปเรื่อยๆ ปัญหาเหล่านี้เราจะแก้ไขในสิ่งที่พวกเขากลัวได้อย่างไร

* คนไทยหรือเปล่า *
พวกเขาชอบแสดงความเป็นลูกผู้ชายให้คนอื่นเห็น แต่จริงๆแล้วพวกเขาอ่อนแอ(ไม่กล้าสู้ที่ใหญ่กว่า เก่งรุม) สิ่งหนึ่งที่ชอบทำกันคือยุให้กระบือชนกัน จากประสบการณ์ของผมพวกเขาจะไม่สู้ตรงๆ แต่ใช้วิธียุแหย่และพยายามให้แต่ล่ะฝ่ายเข้าใจผิดว่าอีกฝ่ายเป็นคนทำโดยมีตนเป็นผู้คุมเกมอยู่เบื้องหลัง ผมจึงไม่เชื่อในสิ่งที่เห็นและสิ่งที่ได้รับข้อมูลจากผู้อื่น ต่อให้เอาบัตรประชาชนมายืนยันว่าเป็นคนนั้น ผมยังไม่เชื่อเลย

เพราะบัตรประชาชนผู้เขียนหายไปจากกระเป๋าเช่นกันโดยเงินในกระเป๋ายังอยู่(แปลกไหม) ผมไปแจ้งความเพื่อขอทำหลักฐาน ตำรวจบอกว่าบัตรประชาชนหายไม่ต้องแจ้งความก็ได้ ผู้เขียนไม่ยอม ผมบอกว่าถ้าคนเอาบัตรประชาชนผมไปสมัครนู่นนี้หรือซื้อของผมไม่แย่หรือ ที่เขียนเพราะอยากเตือนให้คนอื่นระวังด้วยเหมือนกัน

พวกเขาชอบยุให้คนจีนทะเลาะกันครับ พวกขุนนางบางคนรู้สึกสะใจที่เห็นคนเชื้อชาติเดียวกันทะเลาะกันเอง สิ่งหนึ่งที่คุณสังเกตได้คนพวกนั้นชอบถามว่าคุณเป็นไทยหรือไม่ หากคุณตอบว่าเป็นคนชาติอื่นที่ไม่ใช่คนไทยพวกเขาจะรังแกคุณได้โดยถือว่าคุณไม่ใช่คนไทย(พยายามให้คุณลืมตีนตัวเอง)

คำแนะนำ หากมีใครถามคุณว่าเป็นคนไทยหรือเปล่า ให้ตอบไปว่าเป็นคนไทยไม่งั้นคุณจะเป็นพลเมืองชั้นสอง ส่วนผมขอตอบว่าผมเป็นคนจีนเพราะผมภูมิใจที่ชนชาติจีนมีวัฒนธรรมในด้านดีอย่างยาวนาน มีขงจื๊อที่สอนให้มองในแง่มนุษยชาติมากกว่ามองในแง่เชื้อชาติ

* เหมือนเจ้านาย *
คนทุกคนในประเทศไทยถ้าอยากก้าวหน้าต้องเดินตามเจ้านาย ไม่ใช่การเดินตามหลังต้อยๆแต่หมายถึงเลียนแบบประวัติเจ้านายเช่นเจ้านายจบคณะนิเทศคุณต้องจบตาม เจ้านายกินอะไรคุณต้องกินตาม เจ้านายฟังเพลงแนวไหนคุณต้องฟังตาม เจ้านายมีโรงงานน้ำปลายี่ห้อเอคุณต้องใช้ยี่ห้อเอเท่านั้น ประวัติเจ้านายคุณต้องท่องให้ขึ้นใจ หากพวกเขาเจอคุณ แล้วคุณแสดงให้เขาเห็นว่าคุณคือแฟนพันธ์แท้ พวกเขาจะชอบคุณมากตำแหน่งในหน้าที่การงานดีขึ้นด้วย
บางคนถึงขนาดสร้างประวัติว่าใส่เสื้อผ้ายี่ห้อดังๆ ยี่ห้อเดียวไว้เสมอเพราะว่าสักวันเผื่อโชคดีได้รับรางวัลด้วยการเป็นพรีเซนเตอร์ยี่ห้อนั้น อย่าคิดว่าไม่มีนะครับ มีคนใส่ความคิดผมว่าต้องแสร้งทำเป็นชอบยี่ห้อนั้น ผมคิดว่าแปลกแต่ถ้ามองอีกมุมหนึ่งขอยอมรับว่าเสื้อผ้ามียี่ห้อใส่แล้วดูดี ดูสวยจริงๆ (ไม่โหล) บางคนอาจชอบเป็นการส่วนตัวก็ได้


* การหาเลี้ยงชีพ *
อีกแนวคิดหนึ่งที่เจอ เวลาเราดูทีวีพวกผู้ใหญ่ชอบสอนว่าการศึกษาเป็นรากฐานของชีวิตใช่ไหมครับ จริงๆแล้วผู้ใหญ่บางคนมีความคิดไม่ตรงที่พูด เบื้องหลังมักสอนว่าเรียนไปทำไม โตมาเราต้องทำงานหาเงินเลี้ยงชีพอยู่ดี (ฟ้งเหมือนดูดีแต่ถ้าฟังดีๆแล้วดูไม่ดี)

สรุปว่าคนเราต้องหาเงินเพื่อเลี้ยงชีพ

ด้วยเหตุนี้เราจะไปเรียนหนังสือไปทำไมให้เปลืองเงิน สู้ออกมาทำงานหาเลี้ยงชีพตั้งแต่เด็กจะดีกว่าไหม ขอยกตัวอย่างเช่นที่บ้านเปิดร้านอาหารเราเรียนทำอาหารตั้งแต่เด็ก จะได้เก่งเร็วขี้น ทำงานเป็นเร็วขี้น มีเงินรวยเร็วตั้งแต่เด็กดีกว่าหรือไม่ และถ้าเราอยากเป็นนักดนตรีเราออกมาเล่นดนตรีตั้งแต่เด็กเลยดีกว่า เสียเวลาไปเรียนหนังสือทำไม อย่างนักร้องบางคนรวยกันตั้งแต่เด็ก สบายตั้งแต่เด็ก ฟังแล้วดูดีมาก

ด้วยความคิดนี้ทำให้วงการศึกษาของบางประเทศเป็นเพียงธุรกิจ ผู้ที่ก้าวเข้ามาไม่ว่าอาจารย์หรือครูจึงเป็นเพียงบุคคลที่สักแต่ว่าสอนเพื่อทำมาหากิน ไม่ได้ทำด้วยใจรักจริง ในชีวิตหนึ่งของคนพวกนี้เวลาคุณสอนนักเรียน นักศึกษา คุณปล่อยคนที่ไม่มีคุณภาพออกมากี่คน

คำแนะนำ ผมมองเรื่องการศึกษาที่ดีเป็นสิ่งที่จำเป็น ตลอดมาผมไม่เห็นด้วยกับความคิดนี้ แม้มีคนอื่นใส่ความคิดเข้ามาในสมองผม ผมปฎิเสธผู้ที่ใส่ความคิดนี้มาตลอดเวลาครับ

* รังแกเฉพาะคนที่ไม่แคร์เรา ไม่ชอบเราหรือคนรวยที่ไม่มีงานก็ไม่เดือดร้อนอะไร *
คนพวกนี้มีความคิดอีกว่าเราทำดีเฉพาะคนที่แคร์เรา ส่วนคนที่ไม่ดีหรือคนที่ไม่ชอบเรา เราไปแคร์ทำไม แกล้งมันหรือทำลายมันดีกว่า(หาที่ระบายความเก็บกด) คนพวกนี้ยังมีความคิดอีกว่าถ้าคนรวยโดนแกล้งให้ไม่มีงานทำหรือหาเลี้ยงชีพไม่ได้ ก็ไม่เป็นไร เพราะถือว่ามีเงินกินได้ตลอดชาติแบบสบายๆอยู่แล้ว

อย่างที่ผมโดนเป็นต้น ผมโดนเขย่าให้พูดไม่ชอบคนดังหรือให้ติคนดัง(อ่านคัมภีร์มหาโกง ตอนที่ 24 เรื่องขี้หอม) ที่ทำแบบนี้จะได้เป็นข้ออ้างในการแกล้งผม เหมือนเราแกล้งคนเฉพาะคนนิสัยไม่ดี ผมอยากให้ลองคิดนะครับเป็นสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่

ผมมีประสบการณ์ที่ยังจำได้และน่าสนใจมาก ตอนนั้นผมยังซื่อ(ไม่รู้ตัวว่าโดนแกล้ง) ขอยกตัวอย่าง

... ณ บริษัทเพลงเบเกอร์รี่มิวสิค (bakerymusic) ...

เวลาสมัครงานผมชอบโทรไปถามแล้วนัดเวลามากกว่าเสี่ยงเดินเข้าไปเพราะไม่ชอบเสียเวลา ตอนสมัครงานที่เบเกอร์รี่มิวสิค ผู้เขียนถูกสัมภาษณ์สองคน คนหนึ่งเป็นผู้หญิงผมสัมภาษณ์แบบทั่วไป สักพักเขาบอกว่าให้รอเพื่อสัมภาษณ์อีกคนซึ่งเป็นผู้ชาย

ผู้สัมภาษณ์ที่เบเกอร์รี่มิวสิคมีการทำแปลกๆเช่นขอดูลายมือของผู้สัมภาษณ์ ผมไม่ว่าอะไร เนื่องจากผมได้ข่าวว่าบางบริษัทดูโหวงเฮงผู้สมัครงานด้วย สำหรับผมคิดว่าแล้วแต่ความเชื่อของเจ้าของบริษัทครับ

ผู้สัมภาษณ์ชาย : "ขอดูลายมือหน่อยครับ"
ผู้เขียน : (ยืนมือไปให้)
ผู้สัมภาษณ์ชาย : (คุยเรื่องทั่วไป ผมไม่แน่ใจว่าคุยอะไรบ้างเช่นรู้จักเบเกอร์รี่มิวสิคได้ไง รู้จักเพลงอะไรในเบเกอร์รี่มิวสิคบ้าง ชอบวงไหนในเบเกอร์รี่มิวสิค คิดอย่างไรมาสมัครงานที่นี้)
ผู้เขียน : (ตอบแบบทั่วๆไป สักพักไม่นานผู้สัมภาษณ์)
ผู้สัมภาษณ์ชาย : "ไหนลองร้องเพลงเบเกอร์รี่มิวสิคหน่อย" (ผู้สัมภาษณ์หัวเราะชอบใจ)
ผู้เขียน : (ผู้เขียนเห็นเขาหัวเราะสนุก แต่ผมไม่ตลกเพราะผมมองว่าเขาสัมภาษณ์เล่นๆ) "ขอโทษครับ ผมมาสมัครงานในตำแหน่งโปรแกรมเมอร์ ไม่ได้สมัครตำแหน่งนักร้อง"
ผู้สัมภาษณ์ชาย : "คุณเป็นคนแรกที่ไม่ร้อง ที่เราให้ร้องเพราะถ้าเสียงดีจะได้จับมาเป็นนักร้อง"
ผู้เขียน : "แต่ถ้าผมเป็นคุณผมจะถามว่า คุณเขียนภาษา(คอมพิวเตอร์)อะไรได้บ้าง ทำโปรเจคอะไรมาบ้าง"
ผู้สัมภาษณ์ชาย : "เอาตามคุณ คุณเขียนภาษาอะไรบ้าง"
ผู้เขียน : (ตอบเป็นภาษาโปรแกรมทางคอมพิวเตอร์)
ผู้สัมภาษณ์ชาย : (ทำหน้างง)
ผู้เขียน : (ผู้เขียนจำไม่ได้ว่าพูดอะไรบ้าง แต่สิ่งหนึ่งผู้เขียนว่ากล่าวผู้สัมภาษณ์ว่าการสมัครงานไม่ใช่เรื่องล้อเล่น เพราะทุกคนต้องทำมาหากินเลี้ยงชีพ)
ผู้สัมภาษณ์ชาย : "แต่คุณมีเงินหนึ่งร้อยล้าน"
ผู้เขียน : "คุณเอาข้อมูลมาจากไหน ถ้าผมมีร้อยล้านจริงผมคงไปเรียนภาษาอังกฤษที่ต่างประเทศแล้ว เพราะผมอยากเก่งภาษาอังกฤษ"
ผู้สัมภาษณ์ชาย : "แต่เรามีหลักฐาน" (พูดประมาณว่ามีสมุดบัญชี)
ผู้เขียน : (งง ไม่รู้พูดอะไร)

(สรุปคือผู้สัมภาษณ์ไม่ได้เตรียมตัวที่จะสัมภาษณ์ผู้สมัครตำแหน่งโปรแกรมเมอร์ จึงคุยกันไม่รู้เรื่อง สักพักในระหว่างคุยมีผู้สัมภาษณ์หญิงเข้ามาในห้องเหมือนรู้ว่าผมกับผู้สัมภาษณ์ชายเริ่มคุยกันไม่ได้แล้ว)

เรื่องเงินร้อยล้านบาทไม่รู้เอามาจากไหน เพราะตอนทำงานที่ธนาคารไทยพาณิชย์ SCB มีคนพูดว่าผมมีเงินหนึ่งร้อยล้านบาทถึงลาออกจากที่ทำงานไป ยังมีกิน ถึงผมรวยเป็นอันดับหนึ่งของโลกพวกเขามีสิทธิที่เอาขีวิตผมมาเล่นแบบนี้หรือไม่ ผมไม่เข้าใจว่าราชวงศ์ไทยกำลังเล่นอะไรกับผู้เขียน

* ทำตัวเป็นพระเจ้า *
ความคิดอย่างหนึ่งของพวกเขาคือศาสนาเป็นสิ่งที่มนุษย์สมมติขึ้นมา องค์ศาสดาเอาคาถาหลอกผู้คนเท่านั้นจึงมีบางคนเล่นเกมเป็นพระเจ้า พวกเขาเหล่านั้นจารกรรมแอบฟังผู้ที่เข้าวัดที่ขอนู่นขอนี้ บางทีหลอกผู้คนว่ามีเทพเจ้ามาหาในฝัน ถึงจะเป็นสิ่งที่ดีที่อยากให้คนเชื่อศาสนาแต่การหลอกผู้คนแบบนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

คำแนะนำ ความฝันที่คุณฝันถึงแล้วคิดว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ผมขอบอกว่าของปลอมทำได้ครับ จงเชื่อในสิ่งดีงามมากว่าเชื่อในสิ่งมหัศจรรย์

ในขณะที่ผมเขียนอยู่นึกได้เท่านี้ หากผมคิดได้มากกว่านี้จะเขียนเติมลงไปที่หลังครับ

บางครั้งผมท้อมากไม่รู้ทำอย่างไรกับชีวิต คงต้องปล่อยเป็นไปตามชะตากรรม ผู้อ่านคงสงสัยว่าทำไมผมชอบพูดถึงเรื่องชะตากรรม เหตุผลเพราะสมัยมัธยมผมเคยดูหนังช่อง7(BigCinema) มีเรื่องหนึ่งที่นักเขียนโดนลักพาตัวแล้วถูกจับนอนอยู่บนเตียง นักเขียนคนนี้พยายามหนีจึงโดนค้อนทุบขาไม่ให้หนีไปไหน

มีคนแปลกหน้าบอกกับผมว่าผมจะโดนลักพาตัวแบบนี้เหมือนกันเพราะพวกเขาเข้าใจผิด คิดว่าคุณจะเป็นพระพุทธเจ้า คุณยังเป็นไม่ได้คุณเป็นเพียงผู้ส่งสารเพราะชะตากรรม
ผมเองไม่คิดว่าตัวเองเป็นเทพเจ้า อย่าว่าแต่ศีล 227 ข้อเลย แค่ศีล 5 ผมผิดเกือบหมด อาบอบนวดยังเคยเข้าเลยจะเป็นเทพเจ้าได้ไง และตอนนั้นผมไม่อยากเป็นนักเขียนผมจึงบอกว่า"ผมไม่เชื่อ"

ยังมีเหตุการณ์อีกสองครั้ง มีบุคคลอื่นกล่าวถึงอนาคตผู้เขียนว่าผมต้องออกมาเขียน(ไม่กล้าใช้คำว่านักเขียนเพราะรู้สึกว่าตัวเองยังไม่ใช่นักเขียน) และผมต้องออกไปสู้มวลชน(คนบอกบอกเหตุการณ์ไม่ดีเท่าไร)

ขอยืนยันว่าคนที่พูดยังถูกต้องและสิ่งที่ผมจะเขียนต้องออกไปสู้มวลชนแน่

พูดแบบนี้ผู้อ่านคงไม่เชื่อเพราะพูดในสิ่งที่ผ่านมาแล้ว ยังมีอนาคตอีกสิ่งหนึ่งที่มีคนบอกผมไว้โดยยังมาไม่ถึง และนั้นคือโจทย์เรื่องชะตากรรมว่าพระเจ้าให้เสรีภาพแก่มนุษย์หรือไม่

ผมไม่ขอบอกว่าคนที่บอกอนาคตผมจะเป็นอะไร อยู่ที่ผมจะเดินตามหรือไม่เท่านั้นเอง หากผมเป็นผู้ส่งสารจริงลองอ่านดูนะครับ ผมมีใครส่งอะไรมาให้บ้างหรือเป็นเพียงการเล่นสนุกของคนบางคนเท่านั้น

------------------------------------------------------
ถ้าคุณชอบบทความนี้ ช่วยอ่านบทความในเวปนี้ด้วยครับ มีลิงค์บทความให้อ่านอีกมากมาย You must be logged in to see this link. หรือ You must be logged in to see this link. หรือ You must be logged in to see this link. และ You must be logged in to see this link. เหมือนกันหมดครับ
------------------------------------------------------
ตอนนี้ผมว่างงาน ผมทำงานหรือใช้ชีวิตทำงานแบบปกติไม่ได้เพราะธนาคารไทยพาณิชย์ ผมเลยคิดว่าอยากเขียนบทความ เรื่องสั้น นิยาย นิทาน หากผู้ใดอ่านแล้วชื่นชอบแล้วอยากซื้อ เหมือนเราซื้อหนังสือ แต่เปลี่ยนจากหนังสือเป็นเว็บแทน ยินดีรับเงินจากผู้อ่านตามนี้ครับ หรือใครอยากอ่านเฉยๆไม่อยากให้เงิน ผมก็ยินดีเพราะของฟรีมีในโลกครับ ขอให้อ่านก็พอ

ขอยืนยันอีกครั้งว่านี้ไม่ใช่การบริจาคหรือขอเงินแต่เป็นการใช้สมองของผู้เขียนขายบทความทางเว็บเท่านั้น

แก้ไขเลขที่บัญชีใหม่
ธนาคาร ไทยธนาคาร
สาขา ย่อยจักรวรรดิ
เลขที่บัญชี 068-2-04705-4
ชื่อไทย นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์
ชื่ออังกฤษ MR.NOBNUTPONG SURIYAROJ

ผมจะไม่ฆ่าตัวตายและชีวิตผมไม่ชอบแช่งใคร เพราะมีคนเคยสอนว่าไม่ดี แต่วันนี้ผมขอสาปแช่งว่า ผู้ใดที่กระทำให้ นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์ เป็นผู้ที่ลำบากกายหรือลำบากใจอย่างปัจจุบันนี้ ในทางตรงหรือทางอ้อม หรือ เบื้องหน้าหรือเบื้องหลัง โดยมีเจตนาหรือไม่มีเจตนาแต่รู้ตัวก็ตาม โดยไม่รับผิดชอบหรือวางเฉยและไม่บอกกล่าวให้นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์ได้รับทราบตลอดไป ผมขอให้ผู้นั้นทั้งตระกูลพินาศและขอให้ธนาคารไทยพาณิชย์พินาศด้วยเช่นกัน

* ผมเปิดให้แสดงความคิดเห็นได้ครับ แต่อย่าลงรูปนะครับเพราะจะทำให้การดึงข้อมูลช้าได้


  Previous Topic Topic Next Topic  
 New Topic  Reply to Topic
 Printer Friendly
Jump To:
talk2me © 2000-05 ForumCo.com Go To Top Of Page
This page was generated in 0.16 seconds. Snitz Forums 2000
RSS Feed 1 RSS Feed 2
Powered by ForumCo 2000-2008
TOS - AUP - URA - Privacy Policy
ForumCo Free Blogs and Galleries
Signup for a free forum or Go Banner Free