talk2me
talk2me
Home | Profile | Register | Active Topics | Active Polls | Members | Private Messages | Search | FAQ
Username:
Password:
Save Password
Forgot your Password?




 All Forums
 โอ้ย......เรื่องเครียดจ้า
 หลังม่านประวัติศาสตร์
 ตอนที่ 10 เรื่องคาถาอาคม
 New Topic  Reply to Topic
 Printer Friendly
Author Previous Topic Topic Next Topic  

madeinthailand
Forum Admin


Thailand
203 Posts

Posted - Jun 01 2008 :  04:05:09  Show Profile  Visit madeinthailand's Homepage Send madeinthailand a Private Message  Reply with Quote
เรื่องจริงถูกเขียนโดย นบณัฐพงศ์ (ธีรวุฒ คือชื่อเดิม)

14 กรกฏาคม 2550

ตอนแรกผู้เขียนไม่แน่ใจว่าจะเขียนบทความนี้ดีไหม เพราะพิจารณาว่าบทความนี้ผู้เขียนอาจหมิ่นเหม่ต่อบุคคลอื่น และอาจทำให้ความน่าเชื่อถือของผู้เขียนน้อยลงหรือไม่น่าเชื่อถือเลย เรื่องราวของผู้เขียนในบทความนี้เคยบอกเล่าแก่บุคคลที่อยู่ในธนาคารไทยพาณิชย์ SCB หมดแล้ว แต่บุคคลเหล่านั้นยังไม่รับผิดชอบผู้เขียน ทำให้ผู้เขียนรู้สึกรังเกียจเดียดฉันท์ประเทศไทยมาก ถึงอย่างไรผู้เขียนยังไม่หนีไปไหน ผมจึงขอเขียนเรื่องราวทั้งหมดให้ผู้อื่นได้รับทราบและผู้เขียนไม่มีวันให้อภัยบุคคลเหล่านั้นได้
--------------------------------------------------------------------------------
ตอนที่ 10 เรื่องคาถาอาคม (ควรอ่านตั้งแต่ตอนที่ 1)

ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองและเป็นอีกครั้งที่ผมประกาศไว้ บางคนอาจรอดูว่าเรื่องของผมเป็นเรื่องจริงหรือไม่ บางคนคงรอดูว่าผมเป็นของจริงหรือของปลอม ผมไม่เข้าใจ หากผมเป็นของปลอมแล้วพวกใจตุ๊ดจะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้อย่างงั้นเหรอ บุคคลที่มีจิตสำนึกในสิ่งที่ดี ย่อมรู้อยู่แก่ใจว่าตัวเองทำอะไร ย่อมรู้ว่าตนเองควรรับผิดชอบในสิ่งที่กระทำอะไรไว้ ในชีวิตพวกคุณหากทำในสิ่งที่ถูกต้องสักครั้งหนึ่ง มันลำบากมากนักเหรอ
สำหรับคนไทยไม่แปลกหากไม่สารภาพในสิ่งที่ตนเองกระทำ คนต่างชาติส่วนใหญ่มักชอบว่าคนไทยพวกขี้ขลาด ผมเห็นด้วยอย่างมาก ใครมาอ่านไม่ต้องด่าผมว่าขี้ขลาดนะครับ ผมยอมรับว่าผมขี้ขลาด ตอนนี้ผมอยากรู้ว่าไอ้พวกต่างชาติที่ชอบด่าคนไทยว่าเป็นชาติที่ขี้ขลาดนั้น เมื่อถึงตัวเองบ้างจะกล้าหาญขนาดไหน บางคนภูมิใจมากว่าเป็นนักเลง นักรบ ซามูไร จอมยุทธ อัศวิน ทหารและอื่นๆ ผมชักอยากรู้แล้วว่าเมื่อถึงคราวตนเองจะกล้าหรือไม่ ไอ้พวกที่ชอบอ้างตนเป็นลูกผู้ชายหรือลูกผู้หญิงทั้งหลาย
หากเป็นคนไทยรับสารภาพผมถือว่าเป็นพวกขี้ขลาดแล้ว สำหรับชาวต่างชาติผมยังให้เวลาอีกหนึ่งเดือนหลังจากนี้ หากหลังจากนั้นใครส่งมาช่วงไหนก็ตาม ผมถือว่าเป็นพวกขี้ขลาดหมด และหวังว่าไม่ต้องด่าคนไทยเป็นคนขี้ขลาดนะครับ (โปรดมองตัวเองด้วย) อีกอย่างหนึ่งขอย้ำ ผมขอย้ำว่าหากผมมีโอกาสทำได้เมื่อไร ผมจะทำตามที่ได้ประกาศไว้
ผมเชื่อว่าทั้งผมและผู้อ่านเคยมีจินตนาการ การจินตนาการของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนฝันว่าตนเองเป็นดารา เป็นไอ้แมงมุม หรือมนุษย์กลายพันธุ์ สำหรับผมสมัยเด็กผมชอบจินตนาการว่า "ผมเป็นนินจา" (นิน นิน นิน นิน)
มนุษย์ชอบสบายและชอบสิ่งวิเศษต่างๆ หากเราสามารถบินได้คงดีกว่าเดิน หากเรามีเวทมนตร์เสกตัวเองหายได้คงน่าสนุก หรือแปลงร่างเป็นคนนู่นคนนี้คงมันมิใช่น้อย ใครจะรู้ว่าสิ่งที่มนุษย์จินตนาการจะเป็นจริงในอนาคตได้หรือไม่ ยกตัวอย่างเช่นเครื่องบิน ในสมัยก่อนใครคิดว่ามนุษย์สามารถทำความฝันให้เป็นจริงได้ แล้วในหนังที่เราชอบดูว่ามีแม่มด มีเรื่องเวทมนตร์ล่ะ คุณคิดว่ามีจริงมั้ย?
ผมไม่รู้ว่าเป็นเรื่องโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่ เวลาผมคุยกับใครมักไม่ค่อยลืม หากสิ่งที่เคยพูดแล้วผ่านไปมันก็คงจะดี สิ่งที่ไม่ดีคือมีบางคนเอาสิ่งที่ผมคิดเล่นๆไปใช้อย่างสนุก อย่างเรื่องนี้เป็นต้น เป็นเรื่องที่เกิดประมาณม.3-ม.4
เพื่อนผม : "นายเรามีอะไรจะอวด"
ผู้เขียน : "อะไรเหรอ"
เพื่อนผม : "นายว่าถาคาอาคมมีจริงไหม"
ผู้เขียน : "พูดเป็นนิยายไปได้"
เพื่อนผม : "สมมุติว่ามีจริงทำไง"
ผู้เขียน : "มีจริงที่ไหน"
เพื่อนผม : "ถ้ามีจริงๆอย่างเช่นอ่านใจคนได้"
ผู้เขียน : (สงสัยไอ้นี้มันบ้า) "มีที่ไหน"

สักพักเพื่อนผมเอากระดาษออกมาเป็นภาษาบาลีหรือสันสกฤตไม่รู้ บอกให้ผมอ่าน ผมก็อ่าน ไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้นเลย
เพื่อนผม : "ถ้ามีจริงๆให้ทำไง"
ผู้เขียน : "เป็นกูจับขายเวทมนตร์ดีกว่า"
เพื่อนผม : "อย่างไง"
ผู้เขียน : "ถ้ามีอาคมตามที่มึงบอกนะ กูจับขายอาคมดีกว่า เก็บเงินคนที่ต้องการเวทมนตร์"
เพื่อนผม : "ขายขาดเลยดีปะ"
ผู้เขียน : "อย่าเลย ขายขาดไม่ดี ขายแบบเช่าดีกว่า แบบสัญญาปีต่อปี"

ผมคุยเล่นสนุกตามประสาคนที่มีจินตนาการและชอบค้าขาย ไม่คิดจริงๆว่าคาถาอาคมจะมีในโลกนี้ คุยสักพักไม่ได้สนใจอะไร ในวันต่อมาไม่นาน
เพื่อนผม : "คำพูดแกน่าสนใจ"
ผู้เขียน : "อะไร"
เพื่อนผม : "เรื่องอาคมไง"
ผู้เขียน : (สงสัยไอ้นี่จะบ้า ยังไม่จบอีก) "เรื่องอะไร"
เพื่อนผม : "เอาคาถาออกขายไปทั่วโลกดีกว่า ประมาณว่ามีไลเซนส์(LICENCE)ด้วย"
ผู้เขียน : "ไลเซนส์คืออะไร"
เพื่อนผม : เงียบ (ไอ้นี้พูดยังไม่รู้ความหมายเลย)
ผู้เขียน : "แล้วไลเซนส์คืออะไรว่ะ"

เพื่อนเดินออกจากห้องไป สักพักกลับเข้ามาใหม่แล้วอธิบายเรื่องไลเซนส์กับผม ตอนนั้นเพื่อนผมอธิบายผมยังงงอยู่เหมือนเดิม แต่ไม่ได้สนใจอะไร
เพื่อนผม : "สมมุติไง ถ้ามีอาคมเราขายแบบไหนดี"
ผู้เขียน : "นาย...มันจะมีได้ไง"
เพื่อนผม : "คุยสนุกไง คิดว่าสร้างวัดเลยดีปะ ให้คนมาทำบุญแล้วขายอาคมให้คนเชื่อศาสนา ถือว่าเป็นการเผยแพร่ศาสนาด้วย"
ผู้เขียน : "พูดถึงเผยแพร่ศาสนาก็ดีนะ หากเผยแพร่ควรเจาะกลุ่มทุกระดับ อย่างเด็กเราเอาการ์ตูนแสดงเพื่อเรียกกลุ่มเด็กๆ"
เพื่อนผม : "แล้วยังไงต่อ"
ผู้เขียน : "ให้คนทำบุญตามศรัทธาไง"
เพื่อนผม : "ดีเหมือนกัน ใครทำบุญมากจะได้อาคมแถม (ไฮโซ) อีกอย่างมีแม่ชีด้วยดีปะ เป็นแม่ชีขี่หลังเสือ"
ผู้เขียน : "ผู้หญิงขี่หลังเสือไม่เหมาะนะ เราว่าขี่นกยูงดีกว่า"

ผมไม่อยากเขียนมาก ในช่วงม.ปลาย เพื่อนที่โรงเรียนยังพูดแนวนี้อีก ในตอนนั้นผมคุยเรื่อยเปื้อยสนุกมากกว่า เพื่อนบางคนถามผมวิธีหลอกชาวบ้านทำอย่างไร ผมเป็นพวกหัวการค้า ผมคุยว่าเราดักฟังแล้วดูจากนิสัยสร้างหมอดูให้น่าเชื่อถือแล้วหลอกเอาเงิน
เรื่องพูดจาผมจำได้ว่าพูดอะไรบ้าง ใครจะไปคิดว่าคาถาอาคมจะมีจริงได้อย่างไร ช่วงที่ผมอ่านภาษาบาลีหรือสันสกฤตผมจำได้ว่าเพื่อนแตะตัวผมด้วย พูดถึงเรื่องแตะตัวก็แปลก ชอบมีคนมาขอแตะตัวผมหรือขอตามผม อย่างเรื่องนี้เป็นต้น

....เจ้าแม่กาลี....
ผมไม่รู้ว่าสิ่งที่พบเป็นของจริงหรือไม่ เพราะว่าเวลาย้อนกลับไปผมชักไม่แน่ใจว่าเป็นเรื่องฝันหรือเรื่องจริง อย่างสารจากพระเจ้าเป็นเรื่องที่เกิดจริงแน่นอน แต่เมื่อย้อนกลับไปใครจะไปสร้างได้ขนาดนั้น กลางวันมืดสนิทได้อย่างไร จริงไหมครับ
อย่างเรื่องเจ้าแม่กาลีเหมือนกัน ผมพบทั้งหมดสามครั้ง
ครั้งแรก ประมาณม.ต้นมั้ง ผมไปวัดอะไรจำไม่ได้แล้ว สมัยนั้นผมเห็นเทวรูปถือดาบอะไรสักอย่าง ผมคิดในใจว่า"เป็นพระ เป็นเจ้าต้องมีความเมตตา จะมาถือดาบได้อย่างไร"

....สักพักมีคนเดินมาหาผม...

"คุณคิดไม่ดีกับท่าน ตอนนี้คุณยังเด็ก เมื่อโตขึ้นไปจะเข้าใจว่าทำไมต้องมีดาบ"
ผมจำไม่ได้เป็นเทวรูปของเจ้าแม่กาลีหรือไม่ เพราะมีคนพาผมไปพบเจ้าแม่กาลี

คนแปลกหน้า : "คุณคิดไม่ดีกับท่าน แน่จริงคุยต่อหน้าเลย ผมพามาแล้ว"
เจ้าแม่กาลี : "ฉันเจ้าแม่กาลี " (ภาพที่เห็นเป็นผู้หญิงแต่งตัวธรรมดา ไม่ได้ใส่ชุดแขกอย่างในหนัง)
ผู้เขียน : งง (ผมในตอนนั้นคิดว่าคนพวกนั้นแกล้งผมเล่นมากกว่า จะเป็นเจ้าแม่กาลีได้ไง)
เจ้าแม่กาลี : "ฉันมาแล้วมีอะไรพูด พูดมาเลย"
ผู้เขียน : "ผมไม่เห็นด้วย ที่มีการฆ่าสัตว์เพื่อบูชายัญ"
เจ้าแม่กาลี : "ฉันไม่เคยสอน มนุษย์ทำกันเอง"

ครั้งที่สอง เรื่องแบบนี้ยังมีอีก มีผู้หญิงคนหนึ่งมาคุยกับผม ผมคิดว่าน่าจะเป็นเจ้าแม่กาลีคนเดิม
เจ้าแม่กาลี : "มีคนกล่าวว่าคุณชอบโกหก ตอแหล" (ใช้คำว่าตอแหลจริงๆ)
ผู้เขียน : (เฉยๆ) "ผมโกหกหรือตอแหลอะไร"
เจ้าแม่กาลี : "มีคนว่าคุณเป็นคนชอบโกหก ตอแหล"
ผู้เขียน : (เฉยๆ)
เจ้าแม่กาลี : "คุณไม่โกรธ"
ผู้เขียน : "อ้าว เวลาผมถามว่าผมโกหกตอแหลอะไร คุณตอบไม่ได้ ผมจะโกรธทำไม" (จริงๆแล้วเป็นนิสัยผม ผมไม่ค่อยใส่ใจเรื่องพวกนี้)
เจ้าแม่กาลี : "ฉันอยากพิสูจน์ช่วยไปสี่แยกที่คุณไหว้หน่อย บอกเจ้าของตึกใหม่ด้วย ตึกบังแดดท่านท่านไม่ชอบ"
ผู้เขียน : "แล้วทำไมพี่ไม่ไปบอกเองละ" (มันจริงไหม นี้ก็นิสัยผม)
เจ้าแม่กาลี : "ฉันเริ่มโมโหแล้วนะ"

อยู่ๆมีคนแปลกหน้าที่ไหนมารู้โผล่มา "คุณช่วยฟังท่านหน่อย"

เจ้าแม่กาลี : "ช่วยไปบอกด้วย"
ผู้เขียน : "ก็ได้"

ช่วงนั้นรู้สึกเป็นช่วงปิดเทอมหรือเปล่าไม่แน่ใจ เพราะผมไม่ได้ไปศาลพระพรหมทันที ผมติดขายของที่บ้าน เวลาไม่นานมีคนแปลกหน้ามาหาอีก"คุณช่วยไปสี่แยกสักที ท่านรออยู่"
ผู้เขียน : "เดี๋ยวก่อนสิ ขายของเหนื่อย ขอเป็นวันหยุดได้ไหมครับ"
ในที่สุดวันหยุดมาถึงเป็นวันอาทิตย์มั้ง ผมไปสี่แยกราชประสงค์ตามคำขอของพี่คนนั้น ช่วงที่เดินเข้าไปมีคนไหว้เยอะเหมือนปกติทุกวัน ผมไม่รู้จะไปหาใครดี พอดีมีพี่ผู้ชายคนหนึ่งอยู่แถวนั้นกำลังเก็บธูปมั้ง ไม่แน่ใจ ผมเห็นว่าเป็นเจ้าหน้าที่ข้างใน ผมเดินไปหา
ผู้เขียน : "พี่ครับ พี่ครับ"
เจ้าหน้าที่ : "มีอะไรน้อง"
ผู้เขียน : "พี่ช่วยไปบอกเจ้าของตึกหน่อย บอกว่าตึกใหม่บังแดดท่าน ท่านไม่ชอบ ช่วยบอกเจ้าของตึกขอขมาท่านหน่อย" (ผมชี้ไปที่ตึกนั้น)
เจ้าหน้าที่ : "แล้วน้องรู้ได้ไง"
ผู้เขียน : "มีคนบอกผมมา"

สักพักเจ้าหน้าที่ชายเดินไปไหนไม่รู้ มีผู้หญิงคนหนึ่งทราบเรื่องเดินมาหาผม ผู้หญิงคนนี้แตะตัวผมแล้วท่องอะไรไม่รู้อีก
ผู้เขียน : (ผมมองพี่ผู้หญิงไม่รู้ทำไร)
พี่ผู้หญิง : "โกหก เด็กคนนี้โกหก"
ผู้เขียน : "ผมไม่ได้โกหก "
เอาเป็นว่าพี่ผู้หญิงบอกว่าผมโกหก แต่เด็กอย่างผมยืนยันว่าไม่ได้โกหก มีคนใช้ให้มาบอกผมทำตามสัญญาที่ให้ไว้ เรื่องนี้มีหลักฐานแน่นอน คุณลองไปตามเจ้าหน้าที่พระพรหมก็ได้ เมื่อ 12-13 ปีที่แล้วมีเด็กคนหนึ่งมาพูดไว้ว่าอย่างไร ผมเชื่อว่าบางคนสร้างละครให้ตัวเองทั้งชีวิต สำหรับผมไม่ได้สร้างหรือวางแผนอะไรทั้งนั้น และเรื่องนี้ผมจำช่วงเวลาได้เพราะหลังจากนั้นตึกที่ผมพูดถึงเกิดไฟไหม้

ครั้งที่สาม ช่วงทำงานธนาคารไทยพาณิชย์ ผมฝันว่ามีผู้หญิงใส่ชุดแขกแลบลิ้นมาเต้นให้ผมดู ผมขอตัดทิ้ง ของปลอมแน่นอน
ผู้อ่านไม่ต้องตกใจว่าผมศักดิ์สิทธิ์ ผมแค่คนธรรมดา จริงๆแล้วผมมานั่งวิเคราะห์ตัวเอง ผมเป็นผู้ใหญ่ตั้งแต่เด็กแล้ว อีกอย่างผมไม่รู้ว่าของจริงหรือของปลอมอย่างที่บอก เอาเป็นว่าผมทำตามสัญญาเพราะเป็นสัญญาที่ไม่ได้หลอกลวงอะไรเลย ส่วนเรื่องไฟไหม้นั้นผมจำได้ดีเพราะเป็นช่วงที่ใกล้เคียงกัน
เป็นเรื่องบังเอิญหรือไม่ ที่ตึกนั้นเกิดไฟไหม้ ในหนังสือพิมพ์บอกว่าช่างก่อสร้างลืมอะไรสักอย่าง แล้วเกิดไอระเหยของสารติดไฟ เมื่อมีช่างไปเสียบปลั๊กแล้วเกิดประกายไฟ อันเป็นสาเหตุเกิดเพลิงไหม้ ผมย้อนนึกกลับไปแล้วเป็นไปไม่ได้ ในความคิดเห็นส่วนตัวผมว่าเป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเองไม่ได้ ต้องมีคนใช้แก๊สที่ไม่มีกลิ่นและไม่มีสีแน่นอน
สรุป เป็นการวางเพลิงเพื่อให้เด็กอย่างผมศักดิ์สิทธิ์เพราะผมมีวาจาสิทธิ์

ผมบอกแล้วผมโดนคนแกล้งให้คิดว่าผมศักดิ์สิทธิ์ ช่วงไฟไหม้หลังจากที่ผมไปหาพระพรหมนั้น ผมยังไม่คิดว่าเกิดจากผมและผมไม่ได้เป็นผู้วางแผนหรือวางเพลิงไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมด้วย มีบุคคลอื่นที่คอยฟังผมแล้วสร้างเรื่องพวกนี้ขึ้นมา เพื่อให้ผมเข้าใจว่าผมศักดิ์สิทธิ์ (แบบว่าจะให้บ้า)
ประเทศไทยชอบสร้างเรื่องพวกนี้เสมอ อย่างตอนที่สร้างรถไฟฟ้าก็ชอบสร้างเรื่องแบบนี้อีก รถไฟฟ้าเสียพอดีตรงสี่แยกต้องทำพิธีขออภัยพระพรหม เรื่องพวกนี้แล้วแต่ละบุคคลหากไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ใคร แต่โปรดจำไว้ว่าเรื่องวางเพลิงตึกนั้นเพราะต้องการให้ผมศักดิ์สิทธิ์ สักวันพวกคุณต้องได้รับกรรม ส่วนผู้อ่านต้องพิจารณาให้ดี อะไรจริง อะไรลวง
โดยส่วนตัวผม ชอบมีคนอื่นขอแตะตัวผมอย่างเรื่องที่เล่าไป อีกอันที่ขอยกตัวอย่างเช่นผมไปวัดแขกมีผู้ชายใส่ชุดขาวขอแตะตัวผมและขอตามผม ไอ้ผมไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรกับเขาหรอก เออๆๆตลอด เรื่องพวกนี้ผมไม่ค่อยอยากยุ่งสักเท่าไร ผมชอบอยู่แบบสงบมากกว่า เอาเป็นว่าประสบการณ์สอนผมให้รู้ว่าเวลาพวกเขาใช้อาคมต้องแตะตัวพวกคุณก่อนเสมอ

ว่าแต่........คาถาอาคมมีจริงๆเหรอ? หากมีจริงแสดงว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง องค์ศาสดามีจริง พระเจ้ามีจริง นรกมีจริง แล้วทำไมพวกเขาเหล่านั้นจึงกล้าทำบาป คนพวกนี้ไม่โง่ ต้องมีอะไรสักอย่างที่มากกว่านั้นแน่

------------------------------------------------------
ถ้าคุณชอบบทความนี้ ช่วยอ่านบทความในเวปนี้ด้วยครับ มีลิงค์บทความให้อ่านอีกมากมาย You must be logged in to see this link. หรือ You must be logged in to see this link. หรือ You must be logged in to see this link. และ You must be logged in to see this link. เหมือนกันหมดครับ
------------------------------------------------------
ตอนนี้ผมว่างงาน ผมทำงานหรือใช้ชีวิตทำงานแบบปกติไม่ได้เพราะธนาคารไทยพาณิชย์ ผมเลยคิดว่าอยากเขียนบทความ เรื่องสั้น นิยาย นิทาน หากผู้ใดอ่านแล้วชื่นชอบแล้วอยากซื้อ เหมือนเราซื้อหนังสือ แต่เปลี่ยนจากหนังสือเป็นเว็บแทน ยินดีรับเงินจากผู้อ่านตามนี้ครับ หรือใครอยากอ่านเฉยๆไม่อยากให้เงิน ผมก็ยินดีเพราะของฟรีมีในโลกครับ ขอให้อ่านก็พอ

ขอยืนยันอีกครั้งว่านี้ไม่ใช่การบริจาคหรือขอเงินแต่เป็นการใช้สมองของผู้เขียนขายบทความทางเว็บเท่านั้น

แก้ไขเลขที่บัญชีใหม่
ธนาคาร ไทยธนาคาร
สาขา ย่อยจักรวรรดิ
เลขที่บัญชี 068-2-04705-4
ชื่อไทย นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์
ชื่ออังกฤษ MR.NOBNUTPONG SURIYAROJ

ผมจะไม่ฆ่าตัวตายและชีวิตผมไม่ชอบแช่งใคร เพราะมีคนเคยสอนว่าไม่ดี แต่วันนี้ผมขอสาปแช่งว่า ผู้ใดที่กระทำให้ นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์ เป็นผู้ที่ลำบากกายหรือลำบากใจอย่างปัจจุบันนี้ ในทางตรงหรือทางอ้อม หรือ เบื้องหน้าหรือเบื้องหลัง โดยมีเจตนาหรือไม่มีเจตนาแต่รู้ตัวก็ตาม โดยไม่รับผิดชอบหรือวางเฉยและไม่บอกกล่าวให้นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์ได้รับทราบตลอดไป ผมขอให้ผู้นั้นทั้งตระกูลพินาศและขอให้ธนาคารไทยพาณิชย์พินาศด้วยเช่นกัน

* ผมเปิดให้แสดงความคิดเห็นได้ครับ แต่อย่าลงรูปนะครับเพราะจะทำให้การดึงข้อมูลช้าได้

  Previous Topic Topic Next Topic  
 New Topic  Reply to Topic
 Printer Friendly
Jump To:
talk2me © 2000-05 ForumCo.com Go To Top Of Page
This page was generated in 0.12 seconds. Snitz Forums 2000
RSS Feed 1 RSS Feed 2
Powered by ForumCo 2000-2008
TOS - AUP - URA - Privacy Policy
ForumCo Free Blogs and Galleries
Signup for a free forum or Go Banner Free