talk2me
talk2me
Home | Profile | Register | Active Topics | Active Polls | Members | Private Messages | Search | FAQ
Username:
Password:
Save Password
Forgot your Password?




 All Forums
 CANUC
 ใครจะเชื่อ?
 CANUC No.๒
 New Topic  Reply to Topic
 Printer Friendly
Author Previous Topic Topic Next Topic  

madeinthailand
Forum Admin


Thailand
203 Posts

Posted - Jun 28 2008 :  02:52:59  Show Profile  Visit madeinthailand's Homepage Send madeinthailand a Private Message  Reply with Quote


17/07/2551

บทนำ You must be logged in to see this link. หรือ You must be logged in to see this link.

ก่อนเขียน No.2 ผมเขียน No.4 ก่อน เมื่อเขียนเสร็จผมส่งอีเมลให้พนักงานบริษัทบีทีเอส เพียงใช้เวลาไม่กี่วันมีพนักงานที่อ้างว่าตนเป็นพนักงานการตลาด ซึ่งคุณคนนี้บอกผมไว้หลายอย่างว่าผมโกหกและจับจุดผิดได้หลายจุด ตัวผมเองก็ตอบกลับไปตามแนวของผม และผมได้ยืนยันกับพนักงานว่าขออภัยหากทำให้พนักงานการตลาดบางคนเคือง แต่ผมยังยืนยันในสิ่งที่ได้เขียนลงไป แล้วผมจะเอามาลงว่าบีทีเอสและตัวผมโต้ตอบอะไรกันบ้าง

สิ่งหนึ่งที่ผมต้องระวังคือการตกหลุมพรางเพราะผมจำในสิ่งที่เคยคุยได้ ตอนอยู่ SCB (2546) ผมจำได้เพื่อนชอบถามว่า "ผมเคยเดินที่นู่นที่นั้นล่าสุดเมื่อไร" ผมก็ตอบไปตามความเป็นจริง เวลาตอบเสร็จเพื่อนจึงค่อยคุยเรื่องแนวคิด ตัวผมเองจึงไม่แน่ใจว่าเพื่อนเอาสิ่งที่ทำไปมาพูดเพื่อให้ผมสับสน เวลาผมเดินไปเจอผมจะโมเมว่าตัวเองคิดหรือมีคนใช้วิธีสกปรกขโมย สุดท้ายเมื่อโดนข้อพิสูจน์ก็จะหน้าแตกเอง ฉะนั้นเวลาผมเขียนอะไรลงไปผมจะตรวจสอบเสียก่อน บางอย่างผมตรวจได้ บางอย่างผมไม่สามารถค้นหา แต่ผมไม่อยากซีเรียสและกังวลกับมันมาก สุดท้ายผมอยากเขียนอะไรก็เขียนลงไปเลย

ถ้าเอาให้แน่ชัด เช่น
- สะพานลอยตรงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิตรงโรบินสันและร้านหนังสือดอกหญ้า
ปกติจะมีสะพานลอยอันหนึ่งที่ยังไม่ได้เชื่อมต่ออีกสะพานลอยอันหนึ่ง ซึ่งตัวผมพูดประมาณว่ารำคาญสะพานลอยสองอันนี้ จะเชื่อมต่อกันเพื่อให้คนเดินสะดวกแล้วมันเสียหายตรงไหน ทำไมต้องบริหารงานให้มันยุ่งยาก หากเป็นผมจะเชื่อมตรงสองสะพานลอยนี้ไปเลย สิ่งที่แน่นอนคือถ้าหากคุณอ่านหลังม่านประวัติศาสตร์ "ผมอยากเป็นกษัตริย์" ฉะนั้นกษัตริย์ต้องมีวาจาสิทธิ์ ช่วงหลังสะพานสองอันนี้ก็เชื่อมต่อกัน หากกทม.รู้ตัวว่าตนใช้วิธีสกปรก กรุณาทำให้เป็นเหมือนเดิมด้วย อันนี้ชัวร์แน่นอน

- อีกอันคือเรื่องแท็กซี่ ปกตินักท่องเที่ยวเวลามาเที่ยว บางคนเจอคนดีก็ชมว่า "คนไทยนิสัยดี" เจอคนไม่ดีก็ด่าว่า "คนไทยนิสัยไม่ดี" แล้วแต่โชคใครโชคมันว่ายืนอยู่ในสังคมไหน สิ่งหนึ่งสำหรับนักท่องเที่ยวที่มักเจอคือมักชอบโดนแท็กซี่โกงและนิสัยไม่ดี นักท่องเที่ยวบางคนมีปัญหา "ไม่รู้จะแจ้งแท็กซี่โกงได้อย่างไร" ตอนที่คุยกันผมก็แนะนำว่าปกติทะเบียนรถแท็กซี่มักเป็น ทม-789 ก็ให้แนบติดสติกเกอร์เป็น TM-789 ให้นักท่องเที่ยวจำเป็นภาษาอังกฤษได้ด้วย ปรากฏว่าพวกเขาก็บอกไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้ สำหรับผมก็คิดว่ามันจะเสียหายตรงไหนว่ะ สรุปว่าผมขึ้นแท็กซี่แล้วเจอทะเบียนที่ติดภาษาอังกฤษอยู่แล้วครับ ผมคิดอีกสงสัยผมคงไม่ได้สังเกตุ หากรู้ตัวว่าตนใช้วิธีสกปรก กรุณาทำให้เป็นเหมือนเดิมด้วย อันนี้ชัวร์เก้าสิบเปอร์เซนต์

บทเรียนหรือกลยุทธ์หนึ่งตอนที่ผมทำงานธ.ไทยพาณิชย์ SCB คือ "แกล้งทะเลาะกัน" พวกเขาจะแกล้งประมาณว่าเพื่อนในกลุ่มธุรกิจหรือกลุ่มการเมืองทะเลาะกันแล้วออกข่าวว่าไม่ถูกกันเกลียดกัน เพื่อให้อีกคนที่ออกจากกลุ่มแทรกตัวเข้าไปกลุ่มอื่น หมายทำลายศัตรูด้วยการสร้างความไว้ใจเสียก่อนแล้วค่อยทำลายที่หลัง ตรงนี้ผมไม่อยากเล่าแต่จะรอดูผลศึกการต่อสู้ของกลุ่มนี้ก่อน หากอยากเขียนเดี๋ยวผมจะเขียนใน "หลังม่านประวัติศาสตร์" หรือ "CANUC" ครับ

อีกอาวุธหรือกลยุทธ์หนึ่งที่เจอตอนอยู่ในธ.ไทยพาณิชย์ SCB ที่พวกเขาใช้เชือดผมคือ "มีดที่มองไม่เห็น" ผมโดนกดดันอย่างหนักมาก การกดดันเป็นลักษณะที่คนภายนอกมองไม่ออก ผมโดนอย่างหนักจนกระทั่งผมนอนไม่หลับเครียดและโดนแกล้งจนไม่กล้าลงไปข้างล่างเพื่อทานข้าวกลางวันในช่วงแรก

ในช่วงแรกผมโดนพนักงานธ.ไทยพาณิชย์ SCB ใน SCB Park มองมาที่ผมจุดเดียว ในมุมมองของผมหากผมมีอำนาจและมีเงินแล้ว การแกล้งด้วยการจ้างคนทำด้วยวิธีแบบนี้ไม่ยากเลย ตัวผมเป็นคนที่ไม่ชอบเป็นจุดสนใจ ผมจะรู้สึกอึดอัดหากใครมานั่งมองผมตลอดเวลาด้วเหตุนี้ผมจึงไม่อยากเป็นดารา ตอนนั้นผมไปพบจิตแพทย์ด้วย คุณหมอฟังก็บอกว่าผมคิดไปเอง จะคิดไปเองหรือไม่ก็ช่างเถอะเพราะเรื่องมันผ่านมาแล้ว

ในช่วงหลังตอนทำงาน SCB ผมพยายามเอาชนะด้วยการลงไปทานอาหารกลางวันและทำตัวเหมือนไม่มีอะไรแม้ใครจะมองมาที่ผมก็ตาม เวลาทานข้าวกับเพื่อน เพื่อนชอบคุยเกี่ยวกับราชวงศ์ไทยและชอบพูดประมาณให้ผมว่ากล่าวพวกลูกท่านหลานเธอให้ได้ ผมขอยกตัวอย่างเช่น

- เพื่อนชอบพูดประมาณว่าลูกหลานท่านถ่ายแฟชั่นในนิตยสารซึ่งไม่เหมาะสม สำหรับผมก็บอกว่า "ไม่เห็นเสียหายตรงไหน" เพื่อนพยายามพูดและโน้มน้าวผมให้พูดจาว่ากล่าวพวกท่านให้ได้ จนสุดท้ายผมก็บอกว่า "ไม่เหมาะก็ไม่เหมาะแล้วแต่จะมองล่ะกัน" บางทีถามว่าผมคิดอย่างไรกับพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ และชอบถามว่าพระองค์สวยไหม ผมตอบว่า"ท่านหน้าตาสวยดี หน้าท่านคล้ายคัทลียา แมคอินทอช" เวลาผมพูดจบ อีกไม่กี่วันต่อมา ผมอ่านหนังสือพิมพ์ไทยรัฐหน้าไฮโซ ได้อ่านข่าวของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พูดประมาณว่า "ขอบคุณที่ชมว่าท่านสวยและหน้าคล้ายคัทลียา แมคอินทอช"

- บางครั้งเพื่อนถามผมว่าอยากทำอะไร ผมตอบว่าชอบน้ำ เวลาเข้าห้องน้ำผมชอบดูน้ำกระจาย สมัยก่อนชอบทำหยดน้ำตกลงพื้นน้ำ ดูน้ำกระจายเป็นรูปต่างๆ ผมชอบดูน้ำพุและน้ำตก ดูการกระเซ็นของน้ำ ผมคิดว่าหากเราเล่นแสงสีแล้วถ่ายภาพน่าจะสวย อีกไม่กี่วันต่อมาทีวีบ้านผมออกข่าวช่างถ่ายภาพน้ำผู้หญิงชาวญี่ปุ่นได้พบราชินี ผมก็คุยกับเพื่อนประมาณว่า "อืม....มีคนทำไปแล้ว"

- บางทีเพื่อนให้ผมดีไซน์และให้ตั้งโจทย์ ผมก็ตั้งโจทย์ประมาณว่า หากผมทำร้านอาหารหรือผับบาร์ ผมจะสร้างร้านให้ยืนพื้นสีขาวทั้งหมด แต่จะให้แสงเข้ามาตกแต่งแทนอุปกรณ์ตกแต่งร้าน แบบว่าเราสามารถเล่นแสงสีและเปลี่ยนแสงไปมาได้อย่างไม่น่าเบื่อ อีกไม่กี่วันปรากฏว่าทีวีบ้านผม มีข่าวว่ามีการสร้างในทำนองนี้ไปแล้ว เพื่อนผมก็พูดว่า "มีคนทำไปแล้ว"

- ผมชอบโดนเขย่าแบบนี้ไงครับ เวลาพูดอะไร อีกไม่กี่วันจะการลงข่าวแบบนี้ให้ผมอ่าน ผู้อ่านลองคิดดูว่าผมโดนมีดที่มองไม่เห็นค่อยๆเชือดอย่างช้าๆอย่างไร แต่ยังไม่หมดนะครับ เพื่อนผมพูดถึงเกี่ยวกับดาราด้วยซึ่งตัวดาราชอบกลัวข่าวเสียหาย ผมก็ตอบว่า "อยากให้ดารามองโลกในแง่บวกก็จะทำให้เราสบายใจขึ้น การเเป็นดารานั้นผมว่าไม่ใช่การกลัวตกเป็นข่าว แต่จงกลัวการไม่มีข่าวของเราจะดีกว่า เมื่อไม่มีข่าวของเราในหน้าสังคมแล้วแสดงว่าหมดยุคของเราแล้ว" อีกไม่กี่วันต่อมา ผมอ่านหน้าบันเทิงเจอดาราพูดบทประมาณผมไป

- แม้แต่ข่าวไฮโซ เวลาผมพูดคำนิเทศที่ฟังแล้วแปลกจะปรากฏในหน้าไฮโซของหนังสือพิมพ์ที่ผมอ่าน หรือเวลาให้ผมดีไซน์ชุดออกงานของพวกผู้หญิง ผมชอบนกยูงครับ ผมคิดว่าอยากทำแฟชั่นเสื้อออกงานเป็นชุดนกยูงแต่ต้องใช้ขนนกยูงปลอม ปรากฏว่าหลังจากที่พูดไม่กี่วันอ่านเจอไฮโซคนหนึ่งที่ใส่ชุดตามที่ผมบอกไป

- และมีอยู่ตอนหนึ่งเพื่อนถามว่า "โลกในอนาคตเป็นอย่างไร" ผมตอบว่า "โลกในอนาคตจะเป็นโลกของหุ่นยนต์" เพื่อนผมหัวเราะและกล่าวหาว่าผมดูการ์ตูนและหนังมากเกินไป ผมเอ่ยขึ้นมาคำเดียว "อาซิโม (Asimo)" เพื่อนผมยังไม่เข้าใจ ผมตอบว่าฮอนด้าทำหุ่นยนต์มาตั้งนานแล้ว เพื่อนผมไม่ยอมเชื่อผม อีกไม่กี่วันต่อมา ปรากฏว่าฮอนด้าได้นำหุ่นอาซิโมเข้าพบในหลวง

- เรื่องอาซิโมยังไม่จบนะครับ พวกเขาให้ผมคิดเรื่องโฆษณาโฆษณารถยนต์ฮอนด้า ผมก็ตอบไปว่าเอาอาซิโมโฆษณาสิ เพื่อนหัวเราะอีก "หุ่นยนต์มาเกี่ยวอะไรกับรถยนต์" ตัวผมก็ตอบประมาณว่า "ถ้าฮอนด้าสร้างหุ่นยนต์ได้ฉลาด แสดงว่ารถยนต์ก็ทำงานได้ฉลาดเหมือนหุ่นยนต์" ท้ายสุดเพื่อนส่งอีเมลเป็นโฆษณาไฟล์ .exe เป็นโฆษณาฮอนด้าครับ

นี้คือการเขย่าทางด้านจิตประสาท พวกเขาอยากให้ผมเครียดบ้าและเป็นโรคประสาท เรื่องอาซิโมผมไม่สามารถตรวจสอบได้ว่ามีคนอยากแกล้งเอาภาพเก่ามาฉายบนทีวีบ้านผมหรือไม่ เพราะอาซิโมมีมาตั้งนานแล้ว ส่วนโฆษณาผมคิดว่าน่าจะมีอยู่แล้ว

ความไม่แน่ใจทั้งหมดนี้จะเป็นฝีมือลูกน้องเพียงอย่างเดียวที่มีจุดประสงค์ต้องการจะทำลายผมหรือไม่ เพราะในระดับสูงบางทีอาจโดนลูกน้องแอบอ้างหรือแกล้งคนอื่นโดยผู้เป็นนายไม่ทราบก็ได้ หรือต้องการจะขู่ผมให้รู้ว่าใครอยู่เบื้องหลังจงหัดเจียมและยอมรับด้วย สำหรับผมขอวิเคราะห์ว่าไม่ใช่ฝีมือลูกน้องอย่างเดียวแน่เพราะ

ตอนที่ผมเรียนม.กรุงเทพ พระเทพเสด็จมาชมนิทรรศการยาเสพติด มีช่วงหนึ่งที่เด็กย้อมผมสีทองนั่งด้านหน้า โดยทางองครักษ์คงมองแล้วไม่เหมาะสมจึงหาคนอื่นมานั่งแทนที่เด็กย้อมผมคนนั้น เด็กที่นั่งแทนเด็กย้อมผมสีทองคือตัวผมเอง

คุณคิดว่าบังเอิญหรือไม่

ยังมีอีก ตอนช่วงผมช่วยแม่ขายของที่บ้าน มีลูกท่านหลานเธอมาวัดจักรวรรดิแถวบ้านผม ตำรวจขอให้ผมช่วยไปยืนริมถนนหน่อย อยากให้พระองค์เห็นว่ามีประชาชนคอยเฝ้ารับเสด็จ

คุณคิดว่าบังเอิญหรือไม่

สำหรับผมไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่และช่วงอยู่ SCB ผมโดนให้ออกแบบโอลิมปิกที่จีน ปรากฏว่ามีข่าวที่ผู้กำกับหนังชาวยิวได้รับเหมาออกแบบและสร้างมหกรรมเปิดตัวกีฬาโอลิมปิค แล้วคุณคิดว่าบังเอิญไหม ยิ่งตอนผมเขียนเรื่องโอลิมปิกจีนในเวบเด็กดี (dek-d) ปรากฏข่าวอีกชาวยิวคนเดิมขอถอนตัวจากการรับเหมาโอลิมปิคด้วยเหตุผล "สิทธิมนุษยชน"

สรุปพวกเขาจะทำให้ผมเป็นบ้าให้ได้ใช่ไหม ตอนนี้ผมกำลังเขียน No.6 เป็นเรื่องเกี่ยวไอเดียเปิดตัวกีฬาโอลิมปิคครับ อันนี้จะเป็นเวอร์ชั่นเต็ม อาจจะเป็นเรื่องบังเอิญก็ได้ หากผู้อ่านอยากหาหลักฐานก็ดูจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐช่วงปี 2546 หรือทีวีช่วงปี 2546 เช่นเดียวกัน ผมอยากรู้ว่าทีวีและหนังสือพิมพ์ที่ผมดูเป็นของเถื่อนหรือไม่

นี้คือตัวอย่าง "มีดที่(คนภายนอก)มองไม่เห็น" ครับ

ตั้งใจเขียนโดย นบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์

  Previous Topic Topic Next Topic  
 New Topic  Reply to Topic
 Printer Friendly
Jump To:
talk2me © 2000-05 ForumCo.com Go To Top Of Page
This page was generated in 0.12 seconds. Snitz Forums 2000
RSS Feed 1 RSS Feed 2
Powered by ForumCo 2000-2008
TOS - AUP - URA - Privacy Policy
ForumCo Free Blogs and Galleries
Signup for a free forum or Go Banner Free