talk2me
talk2me
Home | Profile | Register | Active Topics | Active Polls | Members | Private Messages | Search | FAQ
Username:
Password:
Save Password
Forgot your Password?




 All Forums
 CANUC
 ใครจะเชื่อ?
 CANUC No.๔
 New Topic  Reply to Topic
 Printer Friendly
Author Previous Topic Topic Next Topic  

madeinthailand
Forum Admin


Thailand
203 Posts

Posted - Jun 30 2008 :  04:27:20  Show Profile  Visit madeinthailand's Homepage Send madeinthailand a Private Message  Reply with Quote

30/06/2551

บทนำ : You must be logged in to see this link. หรือ You must be logged in to see this link.

การเดินทางของมนุษย์มีหลากหลายวิธี ตอนทำงานแถวรัชโยธิน ผมเดินทางครบวงจรมากและหลีกเลี่ยงรถติดด้วยการขึ้นรถเมล์เพื่อต่อเรือ จากเรือเดินไปต่อรถไฟฟ้า จากรถไฟฟ้าต่อด้วยรถเมล์ จากรถเมล์ต่อรถมอเตอร์ไซร์อีกครั้ง คิดว่าหากมีเฮลิคอปเตอร์ได้ก็จะใช้มัน นั้นคือสมัยตอนทำงานครับ

สมัยเรียนม.กรุงเทพบางครั้งผมเดินทางด้วยรถไฟฟ้าเพื่อต่อรถตู้ หากหลีกเลี่ยงได้มักจะเลือกรถเมล์มากกว่า เนื่องจากต้องรักษาค่าใช้จ่าย ผมยังจำได้บางทีขึ้นเรือเพื่อต่อรถเมล์หน้าโรงแรมเอเชีย เคยมีคนเดินมาถามผมด้วย เหตุใดผมไม่ขึ้นรถไฟฟ้า ผมตอบไปว่า "ขี้เกียจเดินขึ้นบันได หากมีบันไดเลื่อนก็จะขึ้นรถไฟฟ้า" ตอนนั้นรู้สึกจะมีบันไดเลื่อนอยู่สองที่มั้ง ที่หนึ่งคือสยาม อีกที่ผมไม่แน่ใจ

อีกเหตุผลหนึ่งที่ไม่ใช้บริการรถไฟฟ้าคือค่าบริการช่วงนั้นแพงมาก ราคาสูงเกินไปสำหรับการใช้ชีวิตในประจำวัน ตอนที่ค่ารถยังแพงอยู่ ผมจำไม่ได้แล้วผมกำลังกลับบ้านหรือกำลังเดินทางไปเรียนหนังสือ แต่มีผู้หญิงคนหนึ่งใส่ชุดพนักงานบีทีเอสเดินมาหาผม (ประมาณพ.ศ. 2540)

บีทีเอส : "น้องว่างไหม พี่เป็นพนักงานการตลาดของบีทีเอส หัวหน้าให้มาคุยกับน้อง"
ผมเอง : "ไม่ได้รีบครับ" (แต่ตอนนั้นผมสงสัยนะ ผมไปรู้จักหัวหน้าหรือผู้ใหญ่บีทีเอสตอนไหน)
บีทีเอส : "ปกติน้องขึ้นรถไฟฟ้าบ่อยไหม"
ผมเอง : "ไม่บ่อยครับ"

ผมไม่พูดมากแล้วกันเอาเป็นว่าผมบอกสาเหตุที่ไม่ค่อยขึ้นเพราะเรื่องราคานี้ล่ะ ตอนนั้นพี่อยากให้ผมคิดแก้ปัญหาครับ ในตอนแรกตัวผมปฏิเสธ ผมพูดทำนองว่าไม่ได้เรียนการตลาดและยังเรียนหนังสืออยู่ พี่ผู้หญิงเห็นผมขอตัวและกำลังจะเดินขึ้นรถไฟฟ้า แต่พี่ยังอยากให้ผมลองดู ส่วนผมคิดว่าไม่เสียหายอะไร ตอนนั้นผมขอข้อมูลด้วย ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกมีคนขึ้นรถไฟฟ้าประมาณสองแสนคนต่อวัน สำหรับผมคิดว่าเยอะแล้วนะ ส่วนพี่ยังบอกว่าขาดทุน คุยไปคุยมาผมเสนอพี่ว่าเราต้องสมมุติเป็นคนขึ้นรถเมล์ หากเราขึ้นรถเมล์หรือขับรถยนต์ เราจะทำอย่างไรให้คนหันมาขึ้นรถไฟฟ้า

ข้อหนึ่งที่ผมเสนอคือเรื่องราคาก่อนเลย อันเป็นปกติสามัญของการตลาดทั่วไปที่ชอบทำกัน
ผมเอง : "ผมอยากให้ลดราคาเพราะราคาที่จ่ายยังแพงเกินไปครับ"
บีทีเอส : "ต้นทุนสูงมาก"
ผมเอง : "ผมหมายถึงเราต้องให้คนที่ขึ้นรถเมล์หันมาขึ้นรถไฟฟ้า"
บีทีเอส : "ทำอย่างไร"
ผมเอง : "อันดับแรกรถปอ. (รถเมล์แอร์) ก็เหมือนรถไฟฟ้า เราต้องทำให้คนที่ขึ้นรถปอ.หันมาขึ้นรถไฟฟ้าให้ได้"
บีทีเอส : "ลดค่าโดยสารให้เท่ารถปอ.หรือน้อง"
ผมเอง : "ใช่ครับ แต่เราจะคิดแพงกว่านิดหน่อย อาจจะขึ้นสักสองสามบาท ที่เราขึ้นนิดหน่อยเพราะต้องการให้ผู้ใช้บริการรู้สึกว่าเราจ่ายไม่แพงเกินรถปอ.สักเท่าไร"
บีทีเอส : "พี่ว่าเราลดราคาเท่ารถปอ.เลยดีกว่า แค่บาทสองบาทเอง"
ผมเอง : "ตอนนี้มีคนขึ้นรถไฟฟ้ากี่คนครับ"
บีทีเอส : "ประมาณสองแสนคน" (ตัวเลขอาจผิดพลาดได้นะครับ)
ผมเอง : "ก็เยอะนะพี่"
บีทีเอส : "ยังขาดทุนอยู่มากค่ะน้อง"
ผมเอง : "หากสมมุติเราใช้วิธีนี้แล้วมีคนเพิ่มขึ้นสองเท่าคือสี่แสนล่ะ ฉะนั้นสี่แสนคนต่อวัน เรากินเศษเงินคนล่ะสองบาท แสดงว่าวันหนึ่งเรามีรายได้เพิ่มเป็นแปดแสนบาทต่อวัน หมายถึงยี่สิบสี่ล้านบาทต่อเดือน"

หากผมจำไม่ผิดเราคุยกันถึงเจาะกลุ่มนักเรียนด้วย เราต้องแยกราคาระหว่างนักเรียนและคนทำงานประมาณนี้คร่าวๆครับ เหตุการณ์มันนานมากแล้ว ผมอาจพลาดจำสลับตกหล่นหรือเพิ่มเติมก็ได้ สิ่งหนึ่งที่พี่บีทีเอสพูดกับผมคือ "เธอเป็นนักการตลาดได้" รู้สึกพี่จะชวนผมทำงานด้วยมั้งแต่ผมอยากเรียนหนังสือมากกว่าครับ ผมตอบพี่ว่ากำลังเรียนหนังสือและตัวผมเองไม่ค่อยสนใจเรื่องที่คุยกันสักเท่าไร ผมกำลังรีบเพราะใช้เวลาคุยนานเหมือนกัน

หลังจากนั้นประมาณหนึ่งเดือนก็มีโปรโมชั่นแนวนี้ออกมาครับ ผมเองไม่ค่อยสนใจหรอก เพราะสิ่งที่คุยกันมันคนล่ะสาขากับที่เรียน อีกอย่างเราคุยเหมือนแลกเปลี่ยนความรู้กันมากกว่า แต่สิ่งที่น่าเกลียดคือหลังจากนั้นผมมีเพื่อนชอบคุยเกี่ยวกับบีทีเอสโดยไม่รู้ตัว

1.เพื่อนถามจะหารายได้ให้กับบีทีเอสอย่างไร ผมแนะนำโฆษณาแบบรถเมล์ก็ได้ ติดโฆษณาบนรถไฟฟ้าหลังจากไม่กี่วัน รถไฟฟ้าก็มีโฆษณาติดบนตัวรถครับ

อันนี้ผมไม่แน่ใจเพราะมันเร็วจนตัวผมสับสนว่าเพื่อนเอาสิ่งที่มีอยู่แล้วมาขอความเห็นหรือผมเป็นคนนำเสนอ หากผมนำเสนอช่วยยกเลิกด้วย

2.บางครั้งเพื่อนผมให้ช่วยวิจารณ์โฆษณาที่ติดในตัวรถไฟฟ้าว่าโฆษณาแบบนี้เป็นอย่างไร ดีไหม ตัวผมก็นึกว่าเราคุยกันสนุกเหมือนเวลาคุยกันเรื่องทั่วๆไป

ตรงนี้ขี้เกียจเล่าครับ แค่ซึ้ง

แน่นอนผมไม่ลืมเล่าเหตุการณ์ในช่วงทำงานธนาคารไทยพาณิชย์แน่ ผมลาออกประมาณเดือนตุลาคม พ.ศ. 2546

3.เพื่อนถามอีก ถ้าผมเป็นนักการตลาดบีทีเอสอยากให้บีทีเอสทำอะไร ผมบอก "ผมรอว่าเมื่อไรตั๋วบีทีเอสจะเปลี่ยนหน้าตาบ้าง ปกติผมซื้อเป็นราย 15 วันหรือ 30 วัน ผมเบื่อล่ะ เห็นแต่รูปเดิม"

เพื่อนผม : "ทำแล้วบีทีเอสจะได้อะไร"
ผมเอง : "เราอาจได้ลูกค้าที่ชอบสะสมบัตรก็ได้ บางคนซื้อตั๋วราย 15 วัน อาจจะยอมเสียเงินเยอะหน่อยเพื่อซื้อตั๋วราย 10 วัน ซึ่งจ่ายแพงกว่า 15 วันแต่อยากสะสมบัตรก็ได้" (ตั๋วรายวันอาจคาดเคลื่อนผมจำไม่ค่อยได้)


เราพูดประมาณนี้คร่าวๆครับ เรื่องพวกนี้ผมเคยคุยกับรุ่นพี่คนหนึ่ง รุ่นพี่คนนี้เราเจอกันวันงานรวมรุ่นม.กรุงเทพ แล้วเขาก็เคยถามผมว่าหากบีทีเอสจะทำการตลาดต่อจะทำอะไรดี ผมก็บอกตามที่อ่านไปเนี้ยล่ะ อีกอย่างผมจำรายละเอียดที่คุยทั้งหมดไม่ได้หรอกครับ หัวผมไม่ได้ไบร์ขนาดนั้น หลังจากที่เราคุยกันไม่เท่าไร ผมกับเพื่อนกลับบ้านพร้อมกัน แน่นอนผมเจอบัตรที่มีลายใหม่เยอะครับ ผมคิดว่าผมซื้อตั๋วรายวันตลอดเลยไม่ได้สังเกตว่า "บีทีเอสทำไปตั้งนานแล้ว"

ฉะนั้นถ้าบีทีเอสพึ่งทำช่วงปี 2546 กรุณาเอาออกด้วย ผมไม่ชอบคนใช้วิธีสกปรกและชั้นต่ำ

4.อีกอันที่เราคุยกัน ผมเบื่อที่บีทีเอสไม่ยอมเจาะเชื่อมเข้าอาคารครับ ผมรู้สึกลำบากเวลาจะขึ้นรถไฟฟ้าหรือเดินเข้าห้าง ผมแนะนำให้เจาะเชื่อมอาคารด้วย ซึ่งเพื่อนบอกว่า "ที่เป็นของเอกชน หากห้างอยากเชื่อมเข้าอาคารต้องจ่ายเงิน" ตอนนั้นผมฟังแล้วก็ด่าครับ "คนเสียภาษีให้รัฐ รัฐไม่คิดช่วยเหลือเอกชนเลยหรือไง จ้องจะเอาเงินอย่างเดียว การเจาะเชื่อมก็แล้วแต่เอกชนสิ โดยให้เอกชนเป็นผู้จ่ายเงินเองและมีบีทีเอสตรวจรับรองความเรียบร้อยของการสร้างเชื่อมอาคาร"

เพื่อนก็บอกทำไม่ได้ไม่ดีเพราะติดเรื่องพรบ.อาคาร ไอ้กระผมไม่ได้สงสัยอะไรก็เออๆๆๆ แต่ในใจก็คิดว่ามันเสียหายตรงไหนว่ะ ท้ายสุดผมกลับบ้านพร้อมเพื่อนปรากฏว่ากำลังสร้างทางเชื่อมกันอยู่พร้อมประโยคเด็ด "มีคนทำอยู่แล้ว"

(ตรงนี้ผมตรวจสอบไม่ได้และกังวลเรื่องตกหลุมพรางครับ หากมีการเจาะเชื่อมอาคารช่วงปี 2546 กรุณาโบกกำแพงให้เหมือนเดิมด้วย ผมไม่ชอบคนใช้วิธีสกปรกและชั้นต่ำแบบนี้ มันเกินไปจริงๆ)

เพิ่มเติม เราคุยเกี่ยวกับโรงแรมเอเชียด้วย ตอนนั้นโรงแรมเอเชียมีปัญหาเรื่องลูกค้าลดลง ตัวผมเองงงลดได้ไง ปกติขึ้นรถไฟฟ้าตรงโรงแรมเอเชียเห็นมีรถทัวร์มาลงเยอะ สิ่งหนึ่งที่ผมไม่ชอบโรงแรมเอเชียคือโรงแรมเอเชียทำด้านล่างดูมืด อึดอัด ตัวโรงแรมดูเก่ามาก ตอนนี้ผมเห็นโรงแรมเอเชียทำใหม่ ขอบอกได้คำเดียว "เดินหลงทาง" คำว่าเก่ามันดูแย่ แต่เราสามารถทำแนวคลาสสิกได้นะครับ ไม่เข้าใจผู้ออกแบบอาคารและผู้บริหารโรงแรมเอเชียจริงๆเอาเป็นว่าผมแนะนำให้โรงแรมเอเชียทำเจาะเชื่อมกับทางรถไฟฟ้า แล้วโจทย์ของผมก็บอกว่า "ทางโรงแรมต้องอนุญาตให้คนเดินเข้าออกทางโรงแรมได้เพราะผมอยากจะดึงลูกค้าที่เดินเข้าออกโรงแรมมาเป็นลูกค้าของเราให้ได้ เราจะดึงด้วยอะไรล่ะ อาจจะเป็นอาหารหรือสินค้าที่อยากขายหรือตัวโรงแรมที่ต้องการโปรโมท เราเป็นโรงแรมที่เชื่อมต่อรถไฟฟ้าก็ควรแนะนำแขกที่มาพักด้วยว่านักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวอะไรได้บ้าง ที่สามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้าได้อย่างสะดวก ไม่ว่าจะเป็นแนวกลางวันหรือกลางคืน เที่ยวชมอารยธรรมหรือจะเที่ยวผับบาร์ เราต้องแนะนำแขกให้ได้" (พูดแล้วเหนื่อยความจริงมีเยอะกว่านี้อีก ขี้เกียจพิมพ์)

(ตรงนี้ผมตรวจสอบไม่ได้และกังวลเรื่องตกหลุมพรางครับ หากมีการเจาะเชื่อมอาคารช่วงปี 2546 กรุณาโบกกำแพงให้เหมือนเดิมด้วย ผมไม่ชอบคนใช้วิธีสกปรกและชั้นต่ำแบบนี้ มันเกินไปจริงๆ)

5.เพื่อนให้ผมแนะนำอีกว่าบีทีเอสควรทำอะไร ผมแนะนำว่าบีทีเอสควรทำแผนที่แสดงการเดินทางที่เชื่อมต่อกัน ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้ารถไฟใต้ดินหรือเรือ ผมอยากให้ทำแผนที่เอาไว้ด้วย เพราะบางคนไม่รู้จริงๆว่าเรามีการเดินทางที่สะดวกและหลากหลายทาง (ผมไม่แน่ใจว่าทำไปยัง หากทำในช่วงปี 2546 กรุณายกเลิกด้วย)

6.สิ่งที่ไม่ลืมคือ"การโฆษณา" พวกเขาให้ลองคิดหากผมเป็นนักโฆษณาจะทำโฆษณาอะไรบนรถไฟฟ้า ผมแนะนำทำนองว่าอยากให้ลูกค้ามีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม เราชอบเดินแจกตัวอย่างสินค้าหรือทำแผ่นป้ายโฆษณา สำหรับผมมันดูจืด ผมอยากทำโฆษณาที่ลูกค้าสามารถโต้ตอบกับสื่อโฆษณาได้เช่นการนำจอทัชสกรีนมาใช้ โดยให้ลูกค้าเลือกสิ่งที่สนใจแล้วกดปุ่มบนเจอเพื่อเลือกหาในสิ่งที่ต้องการหา และถ้าเราต้องการแจกตัวอย่างสินค้า เราก็ทำเป็นเล่นเกมกับลูกค้า หากลูกค้าชนะอาจให้คอมปริ๊นซ์ใบสินค้าไปแลกสินค้าในห้างก็ได้

พวกเขาล่อให้ผมมาทำงานที่ธนาคารไทยพาณิชย์ SCB แล้วคิดว่าผมต้องฆ่าตัวตายแน่นอน จึงกล้ากระทำแบบนี้ ส่วนการตลาด 1 - 5 สำหรับผมถือว่าเป็นวิธีสกปรก ส่วนอันแรกสุดผมยังมองโลกในแง่ดี ผมเชื่อว่าพี่บีทีเอสคนนั้นน่าจะเป็นมืออาชีพเพราะพี่ใส่ชุดพนักงานบีทีเอสแถมแนะนำตัวว่า "ตนเป็นนักการตลาด" ตัวพี่เองไม่ได้พูดจาหลอกล่อให้สับสนหรือพูดเสียงเบาอะไรเลย

อีกอย่างพี่เอาสิ่งที่เราสนทนาไปวิเคราะห์จึงใช้เวลานานประมาณหนึ่งเดือน ถ้าต้องการแกล้งหรือขโมยจริงคงใช้เวลาแป๊ปเดียว การตลาดมันไม่ง่ายอย่างที่คิดนะครับ หากต้องการลดราคาเพื่อสร้างแรงจูงใจอย่างเดียว คิดแบบนี้ให้เด็กมัธยมมาคิดก็ได้ เอาขึ้นตลอดสายห้าบาทก็ได้แต่คืนทุนอีกสามชั่วโครต

ที่ผมเอ่ยขึ้นมาเพราะตอนนี้ผมกำลังเดือดร้อนครับ ผมอยากให้เรื่องของผมมีน้ำหนัก หากพี่บีทีเอสเข้ามาอ่านและคิดอยากให้น้ำหนักกับผม ผมอยากให้พี่แสดงตัว ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ผมแค่หวังไว้อย่างเดียว ตอนผมอยู่ ธนาคารไทยพาณิชย์ SCB ผมหวังว่า "พี่คงไม่อยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วยก็พอ"

ตั้งใจเขียนโดย นบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์
  Previous Topic Topic Next Topic  
 New Topic  Reply to Topic
 Printer Friendly
Jump To:
talk2me © 2000-05 ForumCo.com Go To Top Of Page
This page was generated in 0.19 seconds. Snitz Forums 2000
RSS Feed 1 RSS Feed 2
Powered by ForumCo 2000-2008
TOS - AUP - URA - Privacy Policy
ForumCo Free Blogs and Galleries
Signup for a free forum or Go Banner Free