talk2me
talk2me
Home | Profile | Register | Active Topics | Active Polls | Members | Private Messages | Search | FAQ
Username:
Password:
Save Password
Forgot your Password?




 All Forums
 CANUC
 ใครจะเชื่อ?
 CANUC No.๖
 New Topic  Reply to Topic
 Printer Friendly
Author Previous Topic Topic Next Topic  

madeinthailand
Forum Admin


Thailand
203 Posts

Posted - Jul 20 2008 :  06:46:37  Show Profile  Visit madeinthailand's Homepage Send madeinthailand a Private Message  Reply with Quote

20/07/2551

CANUC No.6

บทนำ You must be logged in to see this link. หรือ You must be logged in to see this link.

ผมเคยเอาเรื่องที่ผมโดนธ.ไทยพาณิชย์ SCB ที่กระทำกับผมปรึกษาศาลแรงงานกลางและสภาทนายความ ซึ่งทนายที่ปรึกษาด้วยแนะนำว่าเรื่องสิทธิมนุษยชนของประเทศไทยทำตามกฏบัตรสหประชาชาติ ผมตีความว่ากฏหมายว่าด้วยเรื่องสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยยังคงไม่มีมั้ง คำว่าไม่มีอาจหมายถึงมีไว้อวดชาวโลกเท่านั้นก็ได้ ผมฟังแล้วงงเพราะไม่รู้ภาษากฎหมายและต้องให้ศาลหรือผู้รู้จริงตีความก่อน เวลาผมปรึกษาก็มีคนแนะนำให้ยื่นเรื่องที่รัฐสภา บางท่านแนะนำให้ปรึกษาประกันสังคม สรุปคืนโยนไปโยนมาจนผมรู้สึกว่าเราพึ่งพาไม่ได้

ผมจึงตัดสินใจโพสข้อความโจมตีธนาคารไทยพาณิชย์ SCB ในอินเตอร์เน็ต(เริ่ม 2549) และบางครั้งก็แจกใบปลิว จนวันหนึ่งผมเจอร้านขายของเก่าแถวราชดำเนิน ผมได้แวะเดินดูของเก่าและได้เจอเจ้าของร้านขายของเก่าท่านหนึ่ง ท่านผู้นี้ดูมีอายุมาก เราก็คุยกันเรื่อยเปื่อย ใครที่ชอบให้ผมเล่าเกี่ยวกับธนาคารไทยพาณิชย์ SCB ผมจะชอบมาก ผมยินดีเล่าซ้ำได้ไม่เบื่อ เจ้าของร้านก็ชวนคุยไปเรื่อยและก็พูดถึงร้านที่เธออยู่ เธอบอกว่า"ที่ที่เธออยู่เป็นที่หลวง หากหลวงทวงคืนเธอก็ยินดีที่จะคืน" ตัวผมฟังท่านเล่าก็รู้สึกว่าคงรักหลวงมาก และคุณยายรักมากจนกระทั่งโจมตีคุณทักษิณว่า "ราชดำเนินตรงนี้ในตอนแรกจะทำเป็นห้างร้านค้าขายของแฟชั่นเสื้อผ้าให้ฝรั่งซื้อของจนมีการไล่ที่ โชคดีที่ในหลวงทรงห้ามไว้เพราะห่วงประชาชนที่อาศัยอยู่แถวนี้" ผมฟังก็รู้สึกแปลกใจอาจเป็นเพราะท่านอายุมากจึงชอบเล่าเรื่องเก่าก็ได้ ผมฟังไปฟังมาเหมือนเรื่องที่คุณยายเล่าเป็นเรื่องพึ่งเกิดจนผมอดถามไม่ได้ว่า "เรื่องนี้เกิดมานานแล้วเป็นเรื่องที่ทักษิณเข้ารับตำแหน่งนายกในช่วงแรก" ผู้มีอายุฟังแล้วทำหน้าตกใจแล้วพูดประมาณเหมือนพึ่งเกิด ตัวผมก็เล่าตามที่จำได้ว่า "เรื่องนี้เคยมีคนจะทำแต่โดนทวงติงเรื่องมีคนอยากอนุรักษ์ให้เป็นโบราณสถานมากกว่าซึ่งไม่เหมาะจะทำเป็นห้างสรรพสินค้า" ผมยังยืนยันว่า "เรื่องนี้เป็นเรื่องนานมากแล้วเป็นเรื่องที่ทักษิณเข้ารับตำแหน่งนายกในสมัยแรกด้วยซ้ำ"

ผมเองไม่แน่ใจว่าคุณยายเป็นใคร แต่ที่แน่ใจคือผู้สูงอายุท่านนี้ได้รับข้อมูลที่ถูกบิดเบือนแน่นอน จากสิ่งที่เล่าทำให้ผมต้องขอบคุณโลกปัจจุบันคือ "โลกอินเตอร์เน็ต" หากไม่มีอินเตอร์เน็ต (Internet)แล้วผมคงไม่ทราบว่าตัวเองก็โดนบิดเบือนเหมือนกัน ปกตินิสัยผมเป็นคนง่ายๆสบายๆและไม่ค่อยถือตัว ผมชอบมีคนไม่รู้จักมาเข้ามาคุยด้วย ตัวผมก็ยินดีแลกเปลี่ยนทัศนคติกัน แต่ไม่ชอบการใช้วิธีสกปรกเพื่อฉกฉวยโอกาสของคนอื่น เอาเป็นว่าผมเคยคุยกะใครสักคนเกี่ยวกับหนังเรื่องเดอะ ฟิฟท์ อีลีเมนท์ (The Fifth Element ) เคยมีคนถามเรื่องยานพาหนะลอยได้ ผมก็ใส่ไอเดียว่าทำก๋วยเตี๋ยวเรือเหาะดิ เท่ดี ปรากฏว่ามันไปปรากฏในหนังเรื่องนี้ อาจเป็นเรื่องบังเอิญก็ได้ แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่บังเอิญแน่นอน มันมีช่วงที่นักร้องที่ต้องร้องเพลงโชว์โอเปร่า ตอนผมดูกับเพื่อนตอนนั้นผมฟังแล้วไม่เพราะเลย เพื่อนผมก็ถามว่าฟังแล้วเพราะไหม ผมตอบว่า"ไม่เพราะ" แต่เพื่อนที่เหลือบอก "เพราะ" ตอนนี้ผมบังเอิญได้ดูเรื่องนี้อีกครั้ง ผลปรากฏว่าเพลงโอเปร่าที่ผมเคยฟังในโรงหนังกับทีวีของเรื่องนี้คนล่ะเสียงเลย งงว่ะ ยังมีอีกนะครับ มีไอเดียเล็กๆน้อยๆที่เพื่อนมาถามผมแล้วมันปรากฎในหนังฝรั่ง ตัวผมไม่ได้สงสัยหรือติดใจเพราะเป็นหนังต่างประเทศไง บางครั้งผมเห็นในหนังแต่ไม่มีในซีดี อาจเป็นเพราะเวลาลงซีดีแล้วโดนตัด แต่ฉากที่โดนตัดกลับเป็นฉากที่ผมเคยแสดงไอเดียกับเพื่อนไป แล้วผมจะเล่ารายละเอียดอีกครั้งครับ

อีกอันที่ผมโดนบิดเบือนแน่นอน เคยมีเพื่อนถามไอเดียเรื่องเปิดปิดมหกรรมกีฬาแต่ผมก็แสดงความคิดเหมือนเราคุยสนุกกับเพื่อนเรา ผลปรากฎว่าทีวีบ้านผมมันมีตรงเลยเช่นผมแนะนำว่าอยากให้เคนนีจีเป่าแซกเพลง Auld lang syne (ทำนองเพลงสามัคคีชุมนุม) แล้วอยากให้คนทุกศาสนามาร้องเพลงร่วมกันโดยตอนแรกให้มีดอกบัวค่อยๆบานแล้วมีเด็กอยู่ข้างในนั้น ทีวีบ้านผมโผล่มาแบบนี้เลย มันตัดต่อเคนนีจีแล้วตัดต่อนักร้องประสานเสียง ตัดไปตัดมาจนผมดูว่ามันแปลกๆ และตอนอยู่ธ.ไทยพาณิชย์ SCB พวกเขาก็ถามว่าเรื่องนี้ผมก็บอกว่าคงบังเอิญมากกว่า (ตอนถามพวกมันคงแอบหัวเราะกัน) แต่พวกเขาอยากรู้ความหมายที่ผมทำแบบนี้ ผมตอบว่า "ดอกบัวเป็นตัวแทนสัญลักษณ์ของความสะอาดที่ผ่านพ้นการเอาชนะใจตนเอง คนทุกคนที่มาที่นี่ ทุกคนต่างอยากได้ชัยชนะกันทั้งนั้น ในความเป็นจริงแล้วนักแข่งขันทุกคนเป็นผู้ชนะ ชนะใจตนที่ไม่ใช้กลโกงในการแข่งขัน ชนะใจตนที่ไม่ใช้สารกระตุ้นใดๆ ฉะนั้นผู้ที่ยืนที่นี่จึงเป็นผู้ชนะแล้ว"

เชื่อผมไหมครับ ผมพึ่งรู้ว่าสิ่งที่ดูไปมันไม่มี (You must be logged in to see this link.) ผมดูยูทูบแล้วมันคล้ายกันแต่มันไม่ใช่สิ่งที่ผมเคยเห็น มานั่งคิดแล้วอาจจะไม่เหมาะสมที่จะทำเรื่องคนทุกศาสนามาร้องเพลงแล้วเอาดอกบัวแสดงเป็นพุทธ ซึ่งเสมือนการข่มศาสนาอื่นก็ได้ ยังมีเรื่องที่พวกเขาร้อนตัวอีก ตอนนี้ผมค้นแล้วเป็นกีฬาซีเกมส์นี้เอง มีคนเคยถามเรื่องเรือส่งแขกครับ อันนี้ผมจะข้ามไปก่อนและขอบอกไว้ก่อนเลย "ผมไม่ตลก"

ตอนผมลาออกจาก SCB ผมต้องทนไปทำงานด้วยมารยาทว่าควรลาออกก่อนออกจากงานประมาณหนึ่งเดือน ช่วงท้ายที่ผมกำลังจะออกผมนั่งเม้าท์กับเพื่อนจนเลยเวลา แต่หัวหน้าก็บอกผมว่าไม่มีงานให้ทำก็พักไปเหอะ ตัวผมโดนเขย่าทางด้านจิตประสาทแต่ผมสู้ด้วยการทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ผมโดนจนตัวเองนอนสะดุ้งตื่นในเวลากลางคืน โดนจนตัวเองนอนไม่หลับสามวันสามคืนก็มี เรื่องเปิดตัวปิดตัวมหกรรมกีฬายังไม่จบนะครับ

เพื่อนให้สมมติอีก "หากจีนได้เป็นเจ้าภาพมหกรรมกีฬาโอลิมปิค นายอยากเห็นอะไร" ตัวผมก็บอกว่าเบื่อแล้วนะมุขเก่า "ผมเบื่อมุขทีเอาพัดมาต่อเป็นรูปคลื่นวงกลมหรือเป็นรูปคลื่นทะเล ผมเห็นตั้งแต่เด็กแล้วง่ะ"

เพื่อน : "มันเป็นเอกลักษณ์ที่แสดงถึงความเป็นจีน"
ผมเอง : "ทำไมเราไม่พัฒนาต่อเช่นหลังจากทำเป็นคลื่นทะเลหรือวงกลมแล้ว ผมว่าจะเอาพัดมาต่อเป็นรูปดอกไม้บาน"

ถึงตอนนี้ผมพวกเขาเริ่มสนใจไอเดียผม ผมก็แนะนำว่าทำเป็นดอกไม้เล่นแสงสีได้หรือไม่ โดยใช้ไฟเรืองแสง แบบว่าเราเอาพัดมาต่อเป็นรูปกิ่งไม้ โดยมีดอกไม้ค่อยๆบานออก ผมก็แนะนำว่าถ้าอยากให้มีแสงก็ใช้วิธีกดปุ่มให้ไฟมันเรืองแสงก็ได้ (เอามาจากไฟช็อตยุงที่กดปุ่มแล้วไฟเดิน) ผมคิดประมาณว่าดอกไม้ค่อยๆบานจากข้างในไปข้างนอก น่าจะสวยดี

เพื่อนถามอีกนึกถึงจีนนึกถึงอะไร ผมก็ตอบไปว่านึกถึงมังกรจีน ผมเคยอ่านหนังสือว่ามังกรจีนเป็นการผสมของสัตว์หลายชนิด ตัวผมจำได้ไม่หมดว่ามีสัตว์อะไรบ้าง
เพื่อน : "นายประทับใจงานโชว์มังกรจีนอะไร"
ผมเอง : "ที่ชอบจริงๆก็งานประกวดมิสยูนิเวอร์สที่เอาคนถือร่มทำเป็นมังกรเคลื่อนไหว กูชอบว่ะ"
เพื่อน : "ไม่ชอบมังกรโชว์ของนครสวรรค์เหรอ"
ผมเอง : "ประทับใจอันนั้นมากกว่า"

เหมือนเพื่อนผมจะเอามุขนี้ไปใช้ด้วยนะ เห็นมันบอกแต่ผมว่า "ก๊อบ" ไม่รู้งานแสดงจะทำเป็นมังกรเคลื่อนไหวบนอัฒจรรย์หรือเปล่า เราพูดถึงวัฒนธรรมจีนด้วย เนื่องจากผมเป็นคนจีนก็พอรู้บ้าง พูดถึงจีนก็ต้องนึกถึงตะเกียบ มารยาทบนโต๊ะอาหารจีนถือว่าหากคีบอาหารให้ผู้อื่นในขณะที่ตะเกียบยังไม่ถูกใช้ถือว่าเป็นมารยาทที่งดงามครับ เราพูดถึงโต๊ะจีนด้วยตัวผมไม่ทราบว่าชาวจีนเป็นผู้คิดค้นโต๊ะหมุนหรือเปล่า เราพูดถึงรองเท้าเกี๊ยะที่เวลาใส่แล้วมันกระทบพื้นดังเกี๊ยะๆ

- พวกเขาถามผมอีกว่าชอบอะไรจีนบ้าง
ผมตอบว่า ผมชอบตัวอักษรจีนเช่นคำว่า "คน" อักษรจีนจะดัดแปลงจากธรรมชาติมาเป็นตัวอักษร ผมก็เสนอว่าน่าจะทำเป็นรูปทิวทัศน์แบบสวยงาม แล้วรูปทิวทัศน์เหล่านั้นค่อยๆ เปลี่ยนเป็นตัวอักษรจีนเช่นคำว่า ภูเขา เมฆ นาข้าว อะไรประมาณนี้

- พวกเขาถามอีกว่าผมชอบอะไร
ผมตอบว่า ผมชอบภาพวาดขาวดำของจีน หากทำการแสดงโอลิมปิก ผมอยากเห็นภาพม้าขาวดำที่คนจีนวาดมันสวยดี หากเอามาใช้ในการแสดง ผมอยากเห็นม้าเคลื่อนไหวได้ด้วย บางครั้งเราก็พูดถึงภาพทิวทัศน์ขาวดำซึ่งเพื่อนผมเสนอว่าควรทำเป็นนกเคลื่อนไหวในภาพทิวทัศน์ดีไหม ผมตอบว่า "ก๊อบมูแลงรูจง่ะ" น่าจะเนียนประมาณลมพัดแล้วใบไม้ไหวหรือทำหมอกเหมือนภาพวาดจีนก็น่าจะสวยเนอะ (ไอ้จินตการใครๆก็จินได้แต่เรื่องทำจริงไม่รู้ว่ายากหรือไม่) เรื่องภาพขาวดำผมโดยเขย่าด้วยครับ ช่วง 2546 ไปดูข่าวในพระราชสำนักที่มีพระเทพแสดงถือภาพขาวดำ เรื่องที่ผมคุยกับเพื่อนอยู่ในช่วงนั้น

- พวกเขาถามอีกว่าผมชอบอะไร
ผมตอบว่า ผมอยากเห็นการแปลงอักษรภาพเคลื่อนไหวได้ เคยมีคนถามไอเดียผมเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้นานแล้ว ผมเคยเสนอว่าเหมือนเราทำภาพเคลื่อนไหว วิธีทำเช่นเราอาจใช้แผ่นภาพทำเป็นแปดด้านแล้วให้คนหมุนภาพไปเรื่อยๆ เวลาคนดูภายนอกน่าจะเหมือนภาพเคลื่อนไหวได้และผมเสนอว่าน่าจะมีภาพที่เรืองแสงได้ด้วยก็ดี

- พวกเขาถามอีกว่าผมชอบหรืออยากเห็นอะไร
ผมตอบว่าหากคิดถึงจีนก็ต้องพวกกลอง กลองเป็นเอกลักษณ์ของจีนเลยก็ว่าได้ (เรื่องตีกลองผมเคยติดของเก่าจีนว่าดูแข็งเกินไป) ตอนนั้นหากจำไม่ผิด ผมเสนอไอเดียว่าน่าจะให้อีกคนตีกลองอีกคนก็น่าจะสนุก พวกเขาบอกถือว่าเสียมารยาทหากตีกลองของผู้อื่น ผมก็เออๆๆๆไม่เอาก็ได้ ผมจึงเสนอใหม่ตีกลองสามร้อยหกสิบองศาก็น่าจะสนุก เหมือนเราตีมั่วสะเปะสะปะแต่ความจริงแล้วฟังออกมาเป็นจังหวะ จะให้ดีทำกลองใหญ่แล้วยืนบนกลองน่าจะสนุก (ไม่รู้ทำได้จริงหรือไม่เพราะผมได้แค่จิน)

มีอีกเท่าที่จำได้ เรื่องที่แสดงความเป็นจีนคืองานดีไซน์กรอบ กรอบขอบของจีนถือว่าเป็นเอกลักษณ์ ผมก็อยากเสนอว่าเวลาเราดูหนังสมัยก่อนจะทำขอบไฟกระพริบใช่ไหมครับ น่าจะปรับเป็นขอบจีนเหมือนของใหม่ผสมของเก่าแล้วทำดวงไฟกระพริบวิ่งได้ ประมาณบอกเรื่องราวหรือบอกชื่อหนังที่กำลังแสดงหรือจะไปปรับเป็นป้ายชื่อประเทศก็ถือว่าไม่ก๊อปหรือขโมยหรอก ของแบบนี้เบสิคใครๆก็คิดได้ ยังมีอีกนะ ผมเคยวิจารณ์เรื่องโคมไฟและดอกไม้ไฟว่าจีนแพ้ญี่ปุ่นแล้ว แต่ผมขี้เกียจเขียนครับ ของแบบนี้จะว่าลอกเลียนความคิดกันไม่ได้เพราะเป็นสิ่งที่ใครๆก็คิดได้เช่นเดียวกัน ผมแค่เอาคำพูดที่เคยพูดมาลองเขียนดูเท่านั้น

คนพวกนั้นพยายามติในสิ่งที่ผมคิดว่าไม่ดีเพื่อให้ผมไม่เอาในสิ่งที่คิด หากคุณอ่านคัมภีร์มหาโกง ตอนเสียงสวรรค์แล้ว คุณจะรู้เหตุได้ว่าเวลาเราเตือนคนทำงานที่นโยบายไม่ดี ทำไมพวกเขาถึงไม่ฟังพวกคุณ เหตุเพราะพวกเขากลัวคุณฉกเอาสิ่งที่พวกเขาคิดไปทำ ผู้ใหญ่บ้านเมืองนี้มันทำงานแบบนี้เอง ปัจจุบันผมเห็นหนังสือพิมพ์แสดงตัวอย่างเปิดปิดกีฬาโอลิมปิด เห็นเด็กใส่ชุดที่มีดวงไฟแล้วเหมือนแมลงเลยแต่มุขนี้ผมไม่ได้คิดแน่นอน ถึงจะเอาความคิดผมไปใช้แบบเหมือนกันเด่ะก็เหอะ คนอย่างผมจะไปทำอะไรได้ล่ะ

ตั้งใจเขียนโดย นบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์
  Previous Topic Topic Next Topic  
 New Topic  Reply to Topic
 Printer Friendly
Jump To:
talk2me © 2000-05 ForumCo.com Go To Top Of Page
This page was generated in 0.14 seconds. Snitz Forums 2000
RSS Feed 1 RSS Feed 2
Powered by ForumCo 2000-2008
TOS - AUP - URA - Privacy Policy
ForumCo Free Blogs and Galleries
Signup for a free forum or Go Banner Free