|
madeinthailand
Forum Admin
 149 Posts |
Posted - May 29 2008 : 03:57:51
|
แต่งและเขียนเรื่องโดย เซบาสเตียน
13 มิถุนายน 2550
เรื่องนี้เป็นจินตนาการของผู้แต่งเท่านั้น หากชื่อบุคคล สถานที่หรือเหตุการณ์ตรงกับใคร ทางผู้จัดทำ ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย -------------------------------------------------------------- ตอนที่ 19 เรื่องผู้ใหญ่ใจดี
"ยินดีด้วยครับ" สายยูประธานบริษัทจับมือนักศึกษาผู้ที่ได้รับรางวัลการประกวดการออกแบบผลิตภัณฑ์ ทั้งคู่หันหน้ามาทางช่างกล้องเพื่อถ่ายรูปเป็นที่ระลึกและเป็นเกียรติประวัติแก่สถาบันรวมทั้งตัวนักศึกษาเองด้วย
สายยูเป็นแบบอย่างให้กับนักศึกษาคนทำงานรุ่นใหม่ว่าสายยูไม่ได้ทำงานเอากำไรอย่างเดียว แต่คืนสู่สังคมไม่ว่าแจกทุนให้นักเรียน นักศึกษา การจัดประกวดต่างๆเพื่อค้นหาดาว ทุกคนต่างเคารพสายยู แม้งานของสายยูจะมากแต่ไม่เคยลืมตัวและมักสอนให้คนทั่วไปรู้ว่า"ทุกคนที่ทำงานในบริษัทผมต้องมีผมเป็นผู้สัมภาษณ์ด้วย"
ใครๆต่างตื่นเต้นที่คนมีชื่อเสียงบริษัทใหญ่ลงมาสัมภาษณ์ด้วยตัวเอง สายยูเก่งไปซะทุกอย่าง ทุกคนต่างรู้สึกทึ่งกับความอัจฉริยะของบุคคลที่ตนเคารพ ผู้ที่สามารถเข้าใจงานที่ตนชอบรักในสิ่งที่ตนทำ
"สวัสดีครับ" นักศึกษาพึ่งจบไฟแรงยกมือไหว้สายยู ทุกคนที่จบอยากหาประสบการณ์กับบริษัทที่ตนชื่นชอบ ตอนนี้นักศึกษาเกรดน้อยไม่คิดว่าบริษัทของสายยูจะเลือกตนเข้ามาสัมภาษณ์
"เชิญนั่งครับน้อง ทำตัวตามสบาย" สายยูมองผู้สัมภาษณ์และมองดูประวัติการศึกษาของผู้ถูกสัมภาษณ์ สายยูยิ้มเพราะไม่ชอบปั้นหน้าดุเพื่อกดดันใครหรือทดสอบใคร สิ่งเหล่านั้นต้องผ่านจากฝ่ายบุคคลมาก่อนแล้วสายยูชอบอ่านความคิดของผู้สัมภาษณ์มากกว่า "แนะนำตัวเองหน่อยนะ"
ตัวนักศึกษาพูดตามบทที่ตนได้เตรียมมา หลังจากได้อ่านในอินเตอร์เน็ตว่าสัมภาษณ์อย่างไรให้ได้งาน แน่นอนบทที่พูดเหมือนทั่วไป ถ้าใครสักคนได้อ่านจากเว็ปเดียวกันกับนักศึกษา จะรู้เลยว่าคนที่ถูกสัมภาษณ์เตรียมคำตอบไว้แล้ว
"เตรียมตัวมาดีนะครับ ตำแหน่งที่น้องต้องการทำงานคืออะไร" (ผมขอเขียนให้อ่านง่ายๆ) ผู้ถูกสัมภาษณ์ : "โปรแกรมเมอร์ ครับ" (Programmer) สายยู : "ตัวน้องเองเขียนภาษาโปรแกรมอะไรได้บ้าง"
ผู้ถูกสัมภาษณ์อธิบายไปว่าตนเรียนอะไรมาบ้าง ถนัดอะไร เคยทำอะไรให้สายยูเข้าใจ
สายยู : "ตอนนี้ตัวผมเองอยากตั้งบริษัทที่ทำเกี่ยวกับอีเมล คุณเคยใช้อีเมลอะไรบ้าง" ผู้ถูกสัมภาษณ์ : "ผมใช้ hotmail ครับ เวลาใช้แล้วรู้สึกว่าใช้ง่ายดี" สายยู :"ถ้าให้คุณควบคุม mail server คุณคิดว่าทำได้ไหม" ผู้ถูกสัมภาษณ์ : "ตรงนี้ผมอยากทราบรายละเอียดก่อนครับว่าต้องทำอะไรบ้าง ถ้ารายละเอียดงานตรงกับสายที่เรียนมาก็คิดว่าทำได้ หากตรงไหนที่ผมไม่เคยมีประสบการณ์แต่คิดว่าจากการศึกษาของสายงานที่เรียนมา ทำให้ผมเรียนรู้และเข้าใจได้ไม่ยากและใช้เวลาไม่นานครับ" สายยู : "งั้นผมขอถามอะไรสักอย่างหนึ่งจากประสบกาณ์ ผมขอคาดการณ์ว่าเมลที่ผู้สมัครมา บางคนสมัครไว้แล้วไม่ได้ใช้ปล่อยทิ้งไว้นานมาก เราจะทำอย่างไร" ผู้ถูกสัมภาษณ์ : "ผมคิดว่าควรกำหนดบอกผู้ใช้ว่าถ้าในระยะเวลาหนึ่งจะลบชื่ออีเมลออกจากระบบ" สายยู : "ผมว่านั้นเป็นการบังคับผู้ใช้มากเกินไป" ผู้ถูกสัมภาษณ์ : "แต่ถ้าปล่อยไว้ หากผู้ใช้ไม่ได้ใช้แล้วจะทำให้ข้อมูลเป็นขยะ และทำให้เปลื้องพื้นที่การเก็บข้อมูลนะครับ (hard disk)" สายยู : "ถ้าให้ลบอีเมลของผู้ใช้ไปเลยจะดูหักดิบกับผู้ใช้มากเกินไป ลบข้อมูลที่ผู้ใช้ไม่ใช้ดีกว่า คุณคิดว่ากำหนดระยะเวลาเท่าไรดี" ผู้ถูกสัมภาษณ์ : "ตรงนี้แล้วแต่พฤติกรรมของผู้ใช้ครับว่าผู้ใช้มีพฤติกรรมอย่างไร ถ้าให้ผมคิดผมว่าประมาณสามเดือน ถ้าผู้ใช้ทิ้งไว้สามเดือนถือว่าอีเมลนี้เป็นอีเมลขยะแล้ว" สายยู : "ถ้าอย่างนั้นจะตรวจสอบอย่างไรดี" ผู้ถูกสัมภาษณ์ : "ก็ทำการตรวจเช็คทุกวันครับ ถ้าอีเมลไหนไม่ได้เปิดใช้สามเดือนก็ลบข้อมูลอีเมลของผู้ใช้ทิ้งไป" สายยู : "ไม่ไหวหรอกเพราะว่าผู้ใช้มีอยู่ทั่วโลก อยู่ๆไปลบทิ้งเลยไม่ได้ ทำให้ผู้ใช้คนอื่นเข้ามาใช้ได้ช้าลง" ผู้ถูกสัมภาษณ์ : "ถ้างั้นเราก็ลบตอนกลางคืนก็พอโดยตั้ง mail server ไว้ตามจุดต่างๆเช่นเอเชียก็ตั้ง server ที่จีนหรือตั้งตามแต่ละประเทศไปเลยก็ได้" สายยู : "คุณคิดว่าสมมติเรามีปัญหาเรื่องพื้นที่ไม่พอให้บริการลูกค้าเพราะอีเมลขยะเยอะ ควรทำอย่างไรดี" ผู้ถูกสัมภาษณ์ : "ผมว่าควรรวม hard disk เป็นก้อนเดียวแล้วกำหนดให้ผู้ใช้แต่ละคนควรใช้ได้ลิมิตเท่าไร โดยไม่แบ่งให้แต่แรกเพราะบางคนใช้มากใช้น้อยแต่ละคนไม่เหมือนกัน ถ้าแบ่งให้ทันทีโดยแบ่งให้สักสิบแต่ถ้าผู้ใช้ใช้เพียงแค่หนึ่ง ที่เหลืออีกเก้าจะไม่ได้ใช้ให้เกิดประโยชน์ แต่มีข้อเสียเรื่องความปลอดภัยถ้าใครสักคนเข้ามาที่ hard disk ก้อนเดียวกันได้ จะสามารถดูข้อมูลทั้งหมดใน hard disk นั้นได้ทันที" สายยู : "ใช้ได้ ผมทำงานตรงนี้ถ้าสมมติผมเป็น hot mail แล้วผมอยากพัฒนาอีเมลต่อไปผมทำอย่างไรดี" ผู้ถูกสัมภาษณ์ : "ผมว่าทำโปรแกรมแบบ ICQ ก็ดีนะครับ" สายยู : "ICQ ผมก็พอได้สัมผัสบ้างแต่อยากให้คุณอธิบายรายละเอียดเวลาที่คุณใช้ คิดอย่างไรกับโปรแกรมนี้" ผู้ถูกสัมภาษณ์ : "ผมว่าดีครับ อีเมลบางทีเราต้องรอผู้ใช้ตอบ แต่ ICQ เราคุยได้โดยตรงเลยหากผู้ใช้ online อยู่พร้อมกัน" สายยู : "แล้วคุณคิดว่าบริษัทผมจะพัฒนาด้วยโปรแกรมอะไรดี" ผู้ถูกสัมภาษณ์ : "ตอนผมเรียน เคยเรียนรู้เรื่องพัฒนาโปรแกรมคล้าย ICQ โดยใช้ภาษาจาวาครับ" สายยู : "ตรงนี้ไม่มีปัญหา แสดงว่าคุณไม่รู้ว่า hotmail เป็นของใคร สมมติถ้าผมสร้างโปรแกรมนี้ขึ้นมาผมหาลูกค้าอย่างไรดี" ผู้ถูกสัมภาษณ์ : "ผมว่าไม่มีปัญหาเลยถ้าสมมติ hotmail สร้างโปรแกรมแบบ ICQ ขึ้นมา บริษัท hotmail มีลูกค้าในมือแล้วคืออีเมลนั้นเอง" สายยู : "ผมทำโปรแกรมนี้ขึ้นมาแล้วผมจะได้อะไร พัฒนาโปรแกรมต้องจ้างคนทำงาน" ผู้ถูกสัมภาษณ์ : "ได้ค่าโฆษณาหรือต้องการประชาสัมพันธ์อะไรก็ได้ เพราะจะมีคนเห็นตัวโฆษณานับร้อยล้านคู่"
สายยู : "อืมตรงนี้เดียวทางเราคิดอีกที เอาละสมมติผมอยากตั้งบริษัทเกมแล้วผมมีเกมหนึ่งผมจะประชาสัมพันธ์อย่างไรดี" ผู้ถูกสัมภาษณ์ : "ผมไม่ทราบว่าคุณมีงบประมาณเท่าไรแล้วจะเจาะกลุ่มฐานลูกค้าระดับไหนครับ" (เอ๋...กูสมัครตำแหน่งโปรแกรมเมอร์หรือการตลาดว่ะ) สายยู : "ผมไม่ได้จริงจังขนาดนั้นสมมติเจาะกลุ่มเด็กทั่วไปละกัน" ผู้ถูกสัมภาษณ์ : "ผมว่าโฆษณาบนตัวรถเมล์ก็ดีนะครับ" สายยู : "ผมว่าเป็นการโฆษณาที่ไม่ดีทำให้ภาพลักษณ์ของสินค้าดูไม่มีเกรด" ผู้ถูกสัมภาษณ์ : "แต่ผมว่าดีนะครับเพราะว่านักเรียนในกรุงเทพวันหนึ่งขึ้นรถเมล์เยอะมาก แต่ละคนต้องผ่านตาโฆษณาบ้างเพราะต้องนั่งรถไปโรงเรียน" สายยู : "คุณจะทำให้สินค้าของเราดูตกต่ำ รถเมล์มันกระจอกผมจบบริหารจากเมืองนอก" ผู้ถูกสัมภาษณ์ : "แต่ผมว่าเกมราคาไม่ได้แพงขนาดที่คนขึ้นรถเมล์จะซื้อไม่ได้นะครับ อีกอย่างผมไม่เห็นว่าเกมไปโฆษณาบนรถเมล์จะทำให้สินค้าอย่างเกมจะดูตกต่ำขนาดนั้น" สายยู : "คุณเถียงผมเหรอผมจบจากเมืองนอก" ผู้ถูกสัมภาษณ์ : "ผมไม่ทราบครับพอดีถามความคิดเห็นผมก็ตอบไปตามความคิด แต่ผมไม่ได้เรียนสาขาการตลาดโดยตรง บางอย่างอาจจะมองไม่ลึกเท่าคนที่เรียนได้" สายยู : "ผมถามอีกอย่างตอนนี้เรามีเวปบริษัทแต่มีปัญหาว่าข้อมูลที่ลูกค้ากรอกผิดมีตัวอักษรแปลกๆเข้ามากควรจะทำอย่างไร" ผู้ถูกสัมภาษณ์ : "แล้วปรกติตอนนี้ถ้าทางบริษัทเห็นกรอกอักษรแปลกๆ แก้ไขอย่างไรครับ" สายยู : "เราทำโปรแกรมดึงข้อมูลออกแล้วให้พนักงานแก้ไขแล้วเซฟ(save) กลับไป" ผู้ถูกสัมภาษณ์ : "ยังงี้ไม่ยุ่งหรือครับเพราะว่ามันก็จะผิดเรื่อยๆ" สายยู : "ผมถึงอยากเห็นความคิดคุณไง" ผู้ถูกสัมภาษณ์ : "ตรงนี้ผมคิดว่าต้องให้โปรแกรมเมอร์เขียนโปรแกรมตรวจสอบความถูกต้องไปเลยครับ หากพิมพ์อักษรแปลลงมาจะไม่เก็บข้อมูลนั้น" สายยู : "แล้วโปรแกรมเมอร์จะยอมหรือ" ผู้ถูกสัมภาษณ์ : "ผมไม่ทราบครับ แต่จริงๆแล้วโปรแกรมเมอร์เขียนได้อยู่แล้ว" สายยู : "ผมจะไปสั่งได้ไง" ผู้ถูกสัมภาษณ์ : "ผมว่าคุณเป็นเจ้าของน่าจะสั่งได้นะครับ เพราะเป็นสิ่งที่ทำได้เว้นแต่โปรแกรมเมอร์ไม่อยากทำเท่านั้นเอง"
ตอนนี้สายยูคุยกับผู้ถูกสัมภาษณ์ไปเรื่อยจนจบ โดยเหมือนทั่วไปคือถ้าสนใจเราจะติดต่อกลับไป ผู้ถูกสัมภาษณ์ยกมือไหว้ขอบคุณแล้วเดินจากไป อย่างน้อยก็คิดว่าทำดีที่สุดแล้ว
----------------- บทสรุป ----------------------- การประกวดทุกงานผู้เข้าประกวดอยากทดสอบฝีมือและอยากได้เงินรางวัลทั้งนั้น แต่การประกวดคุณคิดว่ามีอะไรแอบแฝงหรือไม่ ผมเคยเห็นประโยคหนึ่งตอนที่มีการโฆษณาการประกวดว่า * ผลงานที่ผู้เข้าประกวดส่งมาถือว่าเป็นลิขสิทธิ์ของบริษัท * อันนี้คือความน่าเกลียดของบริษัท หากเอาลิขสิทธิ์เฉพาะผู้ที่ได้รับรางวัลคงไม่เท่าไร แต่บางคนคิดฉกฉวยผลงานผู้อื่นทั้งหมดเลย คนบางคนก็รู้แต่ก็ยอมเพราะทุกคนย่อมอยากได้ปัจจัยในการดำรงชีวิต
บางบริษัทไม่ลอกทั้งหมดแต่เอาผลงานของหลายคนมาผสมกัน บางบริษัทให้ผู้สมัครส่งผลงานที่เคยเรียนเพื่อก๊อปปี้ผลงานของผู้สมัครงานก็มี
เดี๋ยวผมพูดแบบนี้ไม่มีใครกล้าสมัครงานหรือส่งประกวดกัน แต่ผมอยากบอกว่าประกวดหรือส่งผลงานไปเถอะครับ เป็นการพัฒนาฝีมือและเรียนรู้โลกภายนอกด้วย ส่วนพวกหน้าด้านก็ปล่อยให้หน้าด้านต่อไป บริษัทที่ไม่มีจรรยาธรรมสักวันบริษัทแบบนี้อยู่ได้ไม่นานแน่นอน
บางบริษัทไม่ได้อยากรับสมัครพนักงานแค่อยากฟังความคิดของคนทำงานเพื่อเอามาใช่กับบริษัทตนเท่านั้น บางบริษัทรับพนักงานเข้ามาเพื่อดูว่าทำงานอย่างไรแล้วหาทางถีบพนักงานออกจากบริษัท เมื่อทำสำเร็จก็หน้าด้านบอกว่าเป็นความคิดตน ความสามารถตน บางคนคิดว่าฉลาดแค่เอาเศษเงินแจกก็มีคนเอาผลงานมากมายมาให้ลอกผลงาน
บางบริษัทกลัวจะมีคู่แข่งเข้ามาแทนที่เลยพยายามจัดประกวด ถ้าคนไหนมีฝีมือก็ดึงตัวหากคนไหนคิดจะไปตั้งบริษัทเองหรือไปบริษัทคู่แข่ง พวกหน้าด้านจะพยายามหาจุดอ่อนแล้วเอาเรื่องเหล่านี้ต่อรองคุณ บางทีกำจัดคุณออกไปให้ทำงานในสาขาอื่น เพราะกลัวคุณพัฒนามาแข่งกับพวกหน้าด้านหากคุณไปอยู่บริษัทคู่แข่ง
"ผู้ใหญ่ใจดีที่คุณเห็นพูดจาดีมีเมตตาธรรมนั้น บางทีสิ่งที่คุณเห็นไม่เป็นอย่างที่คุณคิด " เรื่องสัมภาษณ์ในเรื่องเป็นประสบการณ์จริงของผู้เขียนเอง โดยผู้เขียนถูกสัมภาษณ์สามบริษัทแต่ขอสรุปเป็นบริษัทเดียวเพื่อความสะดวกในการอ่าน --------------------------------------------------------------------------- ถ้าคุณชอบบทความนี้ ช่วยอ่านบทความในเวปนี้ด้วยครับ มีลิงค์บทความให้อ่านอีกมากมาย http://scbbadth.tripod.com หรือ http://www.geocities.com/scb100yr และ http://madeinthailand.forumco.com เหมือนกันหมดครับ -------------------------------------------------------------------------------- ตอนนี้ผมว่างงาน ผมทำงานหรือใช้ชีวิตทำงานแบบปกติไม่ได้เพราะธนาคารไทยพาณิชย์ ผมเลยคิดว่าอยากเขียนบทความ เรื่องสั้น นิยาย นิทาน หากผู้ใดอ่านแล้วชื่นชอบแล้วอยากซื้อ เหมือนเราซื้อหนังสือ แต่เปลี่ยนจากหนังสือเป็นเว็บแทน ยินดีรับเงินจากผู้อ่านตามนี้ครับ หรือใครอยากอ่านเฉยๆไม่อยากให้เงิน ผมก็ยินดีเพราะของฟรีมีในโลกครับ ขอให้อ่านก็พอ
ขอยืนยันอีกครั้งว่านี้ไม่ใช่การบริจาคหรือขอเงินแต่เป็นการใช้สมองของผู้เขียนขายบทความทางเว็บเท่านั้น
แก้ไขเลขที่บัญชีใหม่ ธนาคาร ไทยธนาคาร สาขา ย่อยจักรวรรดิ เลขที่บัญชี 068-2-04705-4 ชื่อไทย นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์ ชื่ออังกฤษ MR.NOBNUTPONG SURIYAROJ
ผมจะไม่ฆ่าตัวตายและชีวิตผมไม่ชอบแช่งใคร เพราะมีคนเคยสอนว่าไม่ดี แต่วันนี้ผมขอสาปแช่งว่า ผู้ใดที่กระทำให้ นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์ เป็นผู้ที่ลำบากกายหรือลำบากใจอย่างปัจจุบันนี้ ในทางตรงหรือทางอ้อม หรือ เบื้องหน้าหรือเบื้องหลัง โดยมีเจตนาหรือไม่มีเจตนาแต่รู้ตัวก็ตาม โดยไม่รับผิดชอบหรือวางเฉยและไม่บอกกล่าวให้นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์ได้รับทราบตลอดไป ผมขอให้ผู้นั้นทั้งตระกูลพินาศและขอให้ธนาคารไทยพาณิชย์พินาศด้วยเช่นกัน
* ผมเปิดให้แสดงความคิดเห็นได้ครับ แต่อย่าลงรูปนะครับเพราะจะทำให้การดึงข้อมูลช้าได้
|
|