|
madeinthailand
Forum Admin
 149 Posts |
Posted - May 31 2008 : 04:07:39
|
แต่งและเขียนโดย เพนกวินใจดี
29 มิถุนายน 2550
ตอนที่ 18 เรื่องบีเวอร์จอมยุ่ง มุ่งสร้างเขื่อน
ดวงอาทิตย์ตื่นขึ้นในยามเช้า แสงอรุณเดินทางทอดยาวมายังป่าเขาลำเนาไพร่ นาฬิกาป่าปลุกสิ่งมีชีวิตให้เริ่มต้นวัฎจักรของวันใหม่อีกครั้ง น้ำค้างร่วงโรยลงสู่พื้นดิน บางหยาดน้ำค้างไหลลงสู่สรรพสัตว์ ปลุกให้กระต่ายน้อยตื่นขึ้นมา เจ้าขนสีขาวหูยาวเงยหน้า เห็นแสงทอดยาวลอดผ่านใบ ช่างสวยงามดังไหมทองที่ถักทอด้วยแสงอาทิตย์
จิ๊บ จิ๊บ จิ๊บ [เสียงนกร้อง] นกสองตัวโบยบินออกจากรัง เบื้องล่างนกน้อยทอดยาวดังพรมสีเขียว ทั้งคู่ต่างบินหาอาหารและได้ตกลงแวะลงที่หนึ่ง จิ๊บ จิ๊บ จิ๊บ นอกจากหาอาหารแล้วต่างเป็้นคู่รักกัน บรรดาเหล่าสัตว์ทั้งหลายได้เห็นต่างอิจฉานกคู่นี้
จิ๊บ จิ๊บ จิ๊บ "ระวั...........ง ไฮ.....โห........." จิ๊บ จิ๊บ จิ๊บ ครือออออออ เสียงนกถูกรบกวนด้วยเสียงอันดังจากที่ไหนสักแห่ง กิ่งไม้ที่ตนเกาะอยู่รู้สึกเปลี่ยนไป ทั้งคู่เริ่มตัวเอียงตามแรงของกิ่งที่เอนลง จังหวะนั้นเอง นกน้อยเห็นว่าสิ่งที่เกาะอยู่ไม่ปลอดภัยจึงรีบบินหนีไป
ครือออออออ [เสียงของต้นไม้ค่อยๆล้ม] เฮ........... [เสียงอันแหลมของเด็ก] ความสนุกสนานของเด็กทั้งหลายเริ่มต้น ณ แห่งนี้ วันนี้เป็นวันแรกของบีเวอร์ที่ได้ออกมาชมกิจกรรมกัน ความตื่นตาตื่นใจของกลุ่มเด็กที่ได้เห็นต้นไม้สูงใหญ่ล้มลงต่อหน้าต่อตาเป็นครั้งแรก
"นักเรียนค่ะ ฟังครูทางนี้ด้วย" เสียงครูตุ้ม ณ โรงเรียนจุ๊บจุ๊บบีเวอร์วิทยา ได้เรียกให้เหล่าเด็กหันมาสนใจ ผู้สอนมีรูปร่างอ้วนตุ้ยนุ้ย แก้มบวมแป่งเป็นสีชมพู ที่สำคัญครูของโรงเรียนนี้เป็นขวัญใจของเด็กซะด้วยสิ
"เมื่อครู่ ครูได้อธิบายไปแล้วว่า เวลาดำน้ำสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับพวกเราคืออะไรค่ะ"
"หรี่ตาลงค่ะ/ครับ" บีเวอร์น้อยตอบกันอย่างพร้อมเพรียง
"อ๊ะอ้า...ยังมีอีกอย่างหนึ่งนะเด็กๆ สำคัญด้วยเหมือนกัน" ครูตุ้มทำมือหยิกแก้มตัวเองอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมกระโดดหันหลัง สบัดหางกระดุกกระดิก
"บังคับหางให้ดีค่ะ/ครับ ฮ่า ฮ่า ฮ่า" ทุกคนเห็นครูทำท่าแปลก ต่างหัวเราะอย่างสนุกสนาน
"จำสัญลักษณ์ขอความช่วยเหลือได้มั้ยค่ะ เวลาเราอยู่ใต้น้ำต้องทำมืออย่างไร"
ขณะที่กำลังสอนอยู่นั้น พลันมีใครสักคนกำลังเรียกครูตุ้ม "ครูครับ ครูครับ แย่แล้วครับ เกิดเรื่องแล้ว" บีเวอร์ตัวหนึ่งดำน้ำมาทางกลุ่มนักเรียนอย่างรวดเร็วครูตุ้มและกลุ่มเด็กหันมองตามเสียงเรียก เห็นพี่บีเวอร์จากหมู่บ้านว่ายน้ำขึ้นจากฝั่ง "แย่แล้วครับ ฟรังโก้ ฟรังโก้ สะดุดท่อนไม้หกล้มไม่ฟื้นครับ อยากให้ครูไปช่วยดูหน่อย"
เมื่อได้ทราบเรื่อง ครูจึงกำชับบีเวอร์ทั้งหลาย "ให้อยู่ตรงนี้นะนักเรียน อย่าไปไหน โดยเฉพาะในป่าที่กำลังตัดไม้ เข้าใจนะค่ะ"
"ค่ะ/ครับ" ทุกคนตอบรับกันอย่างแข็งขัน
.... ครูและบีเวอร์รีบรุดไปดูบีเวอร์ที่บาดเจ็บ ....
โจชัว บีเวอร์คิ้วเข้มหางโต ด้วยความอยากรู้อยากเห็นและอยากดูต้นไม้ให้ใกล้ชิดมากกว่านี้ จึงขัดคำสั่งครู แอบหนีออกจากกลุ่มเพื่อนเพื่อเข้าไปในเขตป่าอันตราย เมื่อได้เห็นอย่างใกล้ชิดรู้สึกสนุกที่เห็นพี่ ลุง น้าที่ตนรู้จักกำลังใช้ฟันแทะต้นไม้อยู่ เด็กคิ้วเข้มหลบอยู่พุ่มไม้คิดว่าไม่ใครเห็น น่าเสียดายหางของบีเวอร์น้อยโผล่มาทักทายพอดี
"โจชัวมาทำอะไรที่นี่" เสียงป้าแอนนาทักทาย
"พอดีผมเข้ามาดูป้าทำงานฮับ"
"ต้องระวังหน่อยนะ เอ๋.......เธอแอบเข้ามาหรือเปล่า" ป้าแอนนาชักสงสัย
ตนเองมีความผิดกลัวโดนจับได้ หากมีใครรู้เข้าว่าแอบหนีเข้ามา โจชัวได้จังหวะคิดว่าป้าแอนนาไม่น่าจะตามทัน รีบวิ่งหนีไป ป้าเห็นเส้นทางเด็กหนีไปก็ตกใจเพราะเข้าอยู่ใจกลางเขตอันตราย "โจชัว อย่าวิ่ง อันตรายอยู่ใกล้ป้าไว้" . . . . . "ระวั..........ง ไฮ..........โห" เสียงนักตัดไม้ตะโกนเตือนให้เพื่อนระวังบริเวณนั้น ไม้ต้นหนึ่งค่อยๆล้มลง ว๊าย เสียงนั้นหาใช่ใครไม่ ป้าแอนนาเห็นโจชัวและต้นไม้อยู่แนวเส้นเดียวกัน เพื่อนในบริเวณนั้นตกใจต้นเสียงและเห็นต้นไม้กำลังล้มทับโจชัว กรี๊ดดดดดดดดด......ทรึม[เสียงไม้ล้มลง] เสียงร้องด้วยความตกใจ ฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่ว ทุกคนเห็นโจชัวอยู่แถวนั้นคิดว่าเด็กในหมู่บ้านต้องได้รับอันตรายแน่ เมื่อหมอกฝุ่นได้จางลง "แม่ครับ แม่ครับ แม่เป็นอะไรไหม" เด็กน้อยเขย่าตัวบีเวอร์ที่กำลังนอนแน่นิ่งอยู่ใต้ท่อนไม้ โจชัวพยายามปลุกแม่พร้อมยกท่อนไม้ที่หนักว่าตัวเองกว่าร้อยเท่า ทุกอย่างเงียบสงัดไม่มีเสียงตอบใด ทั้งป่าสงบมีแต่เสียงร้องไห้และเสียงเรียกแม่ของบีเวอร์น้อยเท่านั้นเอง
.... ต่อมา .....
-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-
งานศพแม่โจชัวเกิดขึ้นใต้ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ มีเพียงต้นเดียวในป่าแห่งนี้ ลำต้นและใบไม้ของต้นนี้มีแสงงามระยิบระยับ หากตกกลางคืนเมื่อไร จะมีเสียงร้องจากต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ ไม้ใหญ่นี้เกิดขึ้นใกล้น้ำตกอันไหลผ่านลงไปยังหมู่บ้าน เนื่องจากเป็นสิ่งเคารพของหมู่บ้าน จึงไม่มีบีเวอร์คนไหนกล้าทำเขื่อนบริเวณนั้น
"อย่าเสียใจไปเลยโจชัว ทุกอย่างในโลกล้วนไม่ยั้งยืน" เด็กอย่างโจชัวรู้สึกเสียใจที่เป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้ บีเวอร์ทุกคนต่างปลอบใจ มันเป็นอุบัติเหตุ ไม่มีใครโทษใครแม้แต่เด็กน้อยสักคน และนั้นยิ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้โจชัวรู้สึกผิดตลอดเวลา
....หนึ่งปีผ่านไป....
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว บีเวอร์อย่างโจชัวชอบเล่นแถวต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์แทนเล่นน้ำเหมือนเพื่อนคนอื่น การพลัดพรากจากแม่และเด็กน้อยถูกทดแทนด้วยการแอบเล่นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ อันเป็นสถานที่ที่สามารถใกล้ชิดแม่ได้ ความอยากรู้ของเด็ก โจชัวชอบแอบเด็ดใบไม้เล่นบ้าง ปีนต้นไม้เล่นบ้าง จนกระทั่งวันหนึ่งเพื่อนบ้านมาเห็นเข้า จึงนำเรื่องนี้ไปบอกพ่อโจชัว
"ผมสงสัยนิครับ ไหนบอกว่าทุกอย่างในโลกไม่มีอะไรอยู่ได้ตลอดไป แสดงว่าต้นศักดิ์สิทธิ์อยู่ไม่ได้ตลอดไปสิฮะ"
"หยุดนะ แกกำลังลบหลู่ท่าน"
พ่อพยายามอธิบายเรื่องราวว่า ของบางอย่างไม่ควรดูหมิ่น สิ่งที่ลูกทำหากคนอื่นมาเห็น จะทำให้เทพพิโรธและลงโทษหมู่บ้านเราได้ แม้ในใจยังสงสัยต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์แต่เด็กน้อยสัญญากับพ่อว่า จะไม่ปีนต้นไม้และเด็ดใบไม้มาเล่นอีกอย่างเด็ดขาด
.... ต่อมา ....
-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.- หมู่บ้านเริ่มมีเรื่องประหลาด แม่น้ำที่ไหลผ่านต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ลดน้อยลง ทั้งหมู่บ้านมีปัญหาเรื่องการหาอาหารและที่อยู่อาศัย บางคนคิดว่าเป็นคำเตือนจากเทพเจ้า บ้างว่าเพราะมีคนลบหลู่เทพเจ้า แน่นอน โดยเฉพาะเพื่อนบ้านโจชัว "ฉันเห็นโจชัวลบหลู่ท่าน"
เรื่องนี้ถูกลือไปทั่วทั้งหมู่บ้าน บีเวอร์คิดว่าโจชัวเป็นตัวโชคร้าย บังอาจลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ นอกจากฆ่าแม่แล้วยังนำภัยพิบัติมาสู่หมู่บ้านด้วย ขณะนี้โจชัวกำลังแย่ เพื่อนบ้านอยากขับไล่ตัวซวยออกจากหมู่บ้านไป แม้แต่พ่อของโจชัวยังไม่อาจต้านทานแรงที่กระหน่ำเข้ามาได้ ด้วยความรักของพ่อจึงขอร้องให้โจชัวออกไปจากหมู่บ้านชั่วคราวก่อน
ผู้โชคร้ายของผู้บ้านเข้าใจว่าพ่อตนเองเหมือนกับคนอื่น คอยกล่าวหาว่าตนเองเป็นตัวโชคร้าย โจชัววิ่งหนีออกมาอย่างไม่คิดถึงชีวิต ความโกรธแค้นทำให้บีเวอร์อย่างโจชัวไม่หันกลับมามองหมู่บ้านของตนเองอีกเลย .............................................................................. ..................................................................... ............................................................. ...................................................... ................................................. ............................................. ....................................... ............................ ความโกรธและการวิ่งอย่างไม่ยั้ง ทำให้ความอ่อนล้ามาเยือน ตัวของโจชัวรู้สึกตัวอีกที อยู่กลางทุ่งดอกไม้ที่ตนไม่เคยเห็น ความเหนื่อยจึงขอนอนสักพัก คิดว่าตื่นขึ้นมาค่อยหาทางว่าเราจะไปไหนดี ทันใดที่ล้มตัวนอนลง สักครู่
"โอ้ย...." [บีเวอร์รู้สึกเจ็บเหมือนมีอะไรกัด]
"อืมมมม อืมมมม อืม อืม อืมมม อืมมมมม อืม อืมมมม อืม" เสียงผึ้งกำลังโมโหที่โจชัวนอนทับและรบกวนการหาอาหารของผึ้งอยู่
"ฉันขอโทษ"
ผึ้งไม่ยอมรับคำแถมชวนบีเวอร์ทะเลาะ ทั้งคู่เถียงกันไปเถียงกันมา ความเหนื่อยล้าและความอึดอัดของตน ทำให้โจชัวยอมแพ้และจนร้องไห้ออกมา ตัวผึ้งเองเห็นโจชัวร้องไห้บ้างก็ร้องตาม
แง แง แง แง แง แง แง แง แง แง แง แง แง อืม อืม อืม อืม อืมมมมมม อืม อืมมม อืม อืมม
โจชัวเห็นผึ้งขี้แยรู้สึกแปลกใจและเป็นฝ่ายปลอบใจก่อน เมื่อได้คุยกันจึงรู้ว่าผึ้งตัวนี้ถูกไล่ออกจากฝูงเพราะรังผึ้งถูกหมีรบกวน ผึ้งทั้งฝูงต่างโทษตน ตอนนี้โจชัวเข้าใจความรู้สึกของผู้ถูกไล่ ยอมรับผึ้งและสัญญาว่าเราทั้งสองจะเป็นเพื่อนกัน
"เราตั้งชื่อนายว่า มิคาเอลนะ" "อืมมม อืมม อืมม" ผึ้งบินรอบไปมาแสดงว่าชอบชื่อนี้ หลังจากทะเลาะกันไม่นาน ตอนนี้กลับเข้าใจกันเสียแล้ว
โจชัวได้รับคำแนะนำจากเพื่อนใหม่ ถ้าเดินจากแม่น้ำขึ้นไปเรื่อยๆ อาจเจอสาเหตุที่ทำให้แม่น้ำของหมู่บ้านบีเวอร์ลดหายแน่ ถ้ารู้สาเหตุจะไม่มีใครในหมู่บ้านว่าโจชัวแน่นอน บีเวอร์ตัดสินใจทำตามคำแนะนำโดยเดินตามสายแม่น้ำขึ้นไป อย่างน้อยมีผึ้งเป็นเพื่อนเดินทาง ทั้งคู่ได้พบหมู่บ้านบีเวอร์ต่างๆ น่าแปลกใจมีแต่โจชัวเท่านั้นที่เข้าใจว่ามิคาเอลพูดอะไร บีเวอร์ตัวอื่นฟังไม่เข้าใจ ทั้งคู่มาถึงหมู่บ้านที่ใช้แม่น้ำสายเดียวกับหมู่บ้านตน เห็นได้ว่าต่างเดือนร้อนเหมือนหมู่บ้านโจชัวเช่นกัน โจชัวขออาสาหาสาเหตุและได้รู้จักเพื่อนใหม่ชื่อนิลโย่
เพื่อนใหม่จัดหาที่พักในโพรงอันแสนปลอดภัย เด็กคิ้วเข้มสังเกตได้ว่าไม่มีหมู่บ้านไหนมีต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เหมือนหมู่บ้านตน
คืนนี้โจชัวพักอาศัยได้ยินเสียงหมู่จิ้งหรีดร้องดัง ทำให้คิดถึงเสียงร้องของต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ของหมู่บ้านตน
งี้ งี้ งี้ [เสียงจิ้งหรีด] -.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.- งี้ งี้ งี้ [เสียงจากต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์]
.... ณ หมู่บ้านโจชัว ....
หัวหน้าหมู่บ้านและพ่อของโจชัวยืนอยู่หน้าต้นไม้ประจำหมู่บ้าน พ่อรู้สึกเสียใจที่ต้องจากลูกชายไป หัวหน้าหมู่บ้านรู้สึกแย่ที่ไม่สามารถช่วยเหลือครอบครัวโจชัวได้
พ่อโจชัวมองต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ในมือถือพร้าอยู่เล่มหนึ่ง เมื่อหันมองที่หัวหน้าหมู่บ้าน เห็นท่านพยักหน้าให้สัญญาณ ตนได้รับอนุญาตจึงคว้าพร้าที่ถือไว ้ฟันไปยังกิ่งไม้ของต้นไม้ศักดิ์สัทธิ์ ดวงตาของพ่อมีน้ำเอ่อล้นออกมาด้วยความคิดถึงลูกชายของตน -.-.-.-.-.-.-.-.-.-
โจชัวปาดน้ำตาที่ไหลเอ่อ เราไม่มีเวลาแล้วต้องรีบหาสาเหตุ ทันใดนั้นมีเสียงเรียก
"ได้เวลาเดินทางแล้วเพื่อน" [บีเวอร์นิลโย่] "อืม อืมมมม อืม" [เสียงผึ้ง] เสียงเพื่อนเรียกโจชัวให้เดินทางต่อ ตอนนี้ผู้ร่วมเดินทางมีมิคาเอล นิลโย่และโจชัว ทั้งหมดเดินทางมาถึงหมู่บ้านหนึ่ง
บีเวอร์ทุกตัวกำลังร้องเพลงพร้อมสร้างเขื่อนอย่างไม่เคยเห็นมาก่อน ผู้มาใหม่อย่างโจชัวและนิลโย่ไม่เคยเห็นเพราะหมู่บ้านนี้ไม่ได้ตัดไม้และใช้ฟันแทะต้นไม้เหมือนบีเวอร์ทั่วไป ทุกตัวสวมหมวก มีการผสมปูนร้องเพลงอย่างมีความสุข ที่สำคัญฟันของบีเวอร์หมู่บ้านนี้ขาว ไม่เหมือนบีเวอร์หมู่บ้านอื่นที่ฟันสีเหลืองแถมเขื่อนของที่นี้สวยงามมีหลายเขื่อน บางเขื่อนมีน้ำตกถึงสิบห้าชั้น โจชัวและนิลโย่ต่างรู้สึกทึ่งในนวัตรกรรมนี้
.... บีเวอร์ร้องเพลงจบ ....
นิลโย่เดินสะดุดถังปูนจนเสียงดัง อันเป็นจุดเริ่มต้นที่พวกตนได้รู้จักบีเวอร์ในหมู่บ้านนี้ ที่นี้ยินดีต้อนรับรวมทั้งผึ้งมิคาเอลด้วย
ณ หมู่บ้านแห่งนี้ โจชัวได้รู้จักแองจี้วิศวกรสาวประจำหมู่บ้าน เธอเป็นแฟนมอลก้าลูกชายสุดหล่อของหัวหน้าหมู่บ้าน สาวๆหลายคนต่างหมายปองและรู้สึกหมั่นไส้แองจี้
แองจี้สอนเรื่องการออกแบบเขื่อน การรับน้ำหนักของเขื่อนว่าน้ำมีแรงดันอย่างไร แองจี้และโจชัวรู้จักได้อย่างรวดเร็ว เหตุการณ์นี้ทำให้มอลก้าแอบมองและรู้สึกไม่พอใจ มอลก้าไม่พอใจมากขึ้นยิ่งได้ทราบว่า แองจี้ขอเลิกกับมอลก้า ยิ่งทำให้มอลก้าเข้าใจว่าแองจี้เปลี่ยนไปเพราะโจชัว แท้จริงแล้วแองจี่อยากเลิกกับมอลก้าตั้งนานแล้ว ยิ่งเห็นพฤติกรรมของมอลก้าที่คอยดูถูกโจชัวว่า เป็นพวกบ้านนอกยิ่งทำให้เธอมั่นใจว่าเลือกผิดคน
หมู่บ้านแองจี้เข้าใจแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับหมู่บ้านอื่นที่ใช้สายน้ำเดียวกัน หัวหน้าหมู่บ้านจึงสรุปว่าจะเปิดเขื่อนออกให้น้ำไหลในปริมาณเท่าเดิม แต่มอลก้าไม่ยอมเพราะหมั่นไส้เรื่องแฟนตน จึงอยากแกล้งหมู่บ้านโจชัว พยายามหาทางแกล้งแต่ทำเท่าไรก็ไม่สำเร็จสักที
จนกระทั่งลูกชายสุดหล่อทำในสิ่งที่ทุกตัวในหมู่บ้านไม่คาดคิดคือระเบิดเขื่อนออกไปทั้งหมด
ไม่นานน้ำทะลักไหลออกสู่แม่น้ำอย่างเต็มที่ ตอนนี้ทุกตัวคาดว่าต้องเกิดเรื่องแย่กับหมู่บ้านที่อยู่ถัดไปแน่ โจชัว มิคาเอล นิลโย่และแองจี้วางแผนเพื่อเตือนหมู่บ้านที่อยู่ถัดจากตน ทุกคนคิดว่าน่าจะเตือนทันเพราะแม่น้ำวิ่งอ้อม หากเราเดินทะลุป่าโดยตรงน่าจะเตือนทัน
ทั้งหมดมุ่งสู่หมู่บ้านนิลโย่ บีเวอร์ทั้งสามรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หมู่บ้านเพื่อนเสียหายอย่างมาก บางคนสูญหายตามหาไม่เจอ แองจี้เห็นแล้วรู้สึกผิดเพราะคิดว่าตนเป็นสาเหตุให้มอลก้าทำในสิ่งที่โง่
ไม่มีเวลามานั่งเสียใจ โจชัวได้สติ ตนเองอยากอยู่ช่วยเหลือเพื่อนแต่เมื่อถึงคิดหมู่บ้านตนแล้ว ยังไม่อยากให้หมู่บ้านของเราเป็นเหมือนหมู่บ้านนิลโย่ การเดินทางด้วยความเร่งรีบ จนในที่สุดมาถึงถิ่นอันเป็นบ้านเกิดของตน ทั้งคู่และมิคาเอลต่างบอกถึงสาเหตุและให้เพื่อนในหมู่บ้านช่วยกันอพยพก่อนที่แม่น้ำโคลนถล่ม โจชัวไม่ยอมเสียเวลา ตนพาแองจี้เดินรอบหมู่บ้านเพื่อเตือน ยังไม่ทันได้พักสักเท่าไร น้ำจากแม่น้ำไหลบ่ามาลงสู่หมู่บ้านทันที โชคดีบางตัวหนีทัน บางตัวถูกน้ำพัดไป โจชัวเห็นว่าหากปล่อยไว้แบบนี้ต้องเสียหายมากกว่าหมู่บ้านนิลโย่แน่ "ฉันว่าฉันเห็นต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งตรงน้ำตก ถ้าเราตัดได้แล้วช่วยกันย้ายให้ขวางทางน้ำไว้ต้องช่วยทันแน่ ไม่งั้นหมู่บ้านเธอจมไปกับโคลนดินนะโจชัว" แองจี้สังเกตเห็นต้นไม้แต่เธอยังไม่รู้ประวัติของต้นนั้น โจชัวยังลังเลเพราะไม่แน่ใจว่าจะทำดีไหม เนื่องจากเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ประจำหมู่บ้าน โจชัวมองที่ข้างล่างเห็นบีเวอร์ทุกตัวกำลังร้องไห้ บางตัวไหลไปกับสายน้ำ โจชัวทนไม่ไหวเอาฟันแทะต้นไม้พร้อมแองจี้ เธอทำไม่เร็วและช้าเพราะปกติใช้เครื่องมือช่วย
ในที่สุด ทั้งคู่ทำสำเร็จต้นไม้ล้มลงกลิ้งไปทางแม่น้ำ โชคช่างไม่เข้าข้างหมู่บ้าน ท่อนไม้ไหลกลิ้งอยู่ริมขอบแม่น้ำทั้งคู่ช่วยกันเข็นท่อนไม้ศักดิ์สิทธิ์แต่ไม่ไหว เพื่อนในหมู่บ้านจากตอนแรกเห็นทั้งคู่แทะต้นไม้ กลัวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ลงโทษ อึม อึม อึม อึม [มิคาเอลก็มาช่วย]
แต่เมื่อเห็นทั้งสองตั้งใจช่วยหมู่บ้าน เพื่อนในหมู่บ้านตัดสินใจช่วยยก ช่วยเข็นให้ท่อนไม้ลงแม่น้ำให้ได้ ทุกคนช่วยกันอย่างสุดความสามารถ แต่ท่อนไม้ไม่ขยับสักที ยิ่งเห็นหมู่บ้านของตนบางบ้านหายไปกับสายน้ำ บีเวอร์ร้องไห้ เราไม่สามารถช่วยหมู่บ้านอันเป็นที่รักของเราได้
โจชัวคิดถึงแม่และคิดว่าหากต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์จริง โปรดช่วยหมู่บ้านเราด้วย สักพักสิ่งที่ทุกคนไม่เคยเห็นมาก่อน มีลมพัดจากที่ไหนไม่รู้ช่วยดันต้นไม้พร้อมโจชัว ลมหมุนพัดจนเพื่อนในหมู่บ้านเห็นลมมีรูปเป็นรูปร่างบีเวอร์ แต่โจชัวเห็นลมเป็นร่างแม่มาช่วยตน สิ่งมหัศจรรย์ได้เกิดขึ้น ท่อนไม้ค่อยๆ เคลื่อนตกลงไปในแม่น้ำและไหลไปทางน้ำตก ด้วยความที่ต้นไม้มีขนาดใหญ่จึงขวางทางน้ำตกช่วยปิดกั้นทางน้ำไว้ได้ หมู่บ้านโจชัวรอดพ้นจากดินโคลนถล่มหมู่บ้านแล้ว เฮ...........ทุกคนดีใจเมื่อเห็นหมู่บ้านตนปลอดภัย
"ผมขอโทษครับ ทำต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ของที่นี่ตาย" ช่วงรอดพ้นอันตรายได้ บีเวอร์ทั้งหมู่บ้านดีใจ เมื่อได้สติกลับมา ต่างรู้สึกเสียใจที่เห็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ของพวกเราจากไป
"โจชัว....เราต่างหากที่ต้องขอโทษ พวกเราเอาแต่โทษเธอ ไม่คิดจะหาสาเหตุก่อน เธอพูดถูกไม่มีอะไรอยู่ได้ตลอดไป" หัวหน้าหมู่บ้านกล่าวคำขอโทษต่อผู้เยาว์กว่า
พ่อโจชัวกอดลูกชายตน หลังจากที่เฝ้ามองโจชัวจากหน้าต่างบ้านตนว่าเมื่อไรลูกชายจะกลับมา
"ตั้งแต่เธอไปจากหมู่บ้าน พวกเรารู้สึกเสียใจที่ไม่น่าทำเรื่องน่าละอายเช่นนี้" หัวหน้าพูดในขณะนำต้นไม้เล็กๆ ออกมา
"เราคิดว่าเธอพูดถูก ไม่มีสิ่งใดในโลกอยู่ได้ตลอดไป พวกเราจึงแอบปลูกต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เล็ก ๆ เหล่านี้ เราเห็นแล้วปาฏิหารย์มีจริง สิ่งที่พวกเราเคารพได้ช่วยหมู่บ้านของเรารอดพ้นจากอันตรายได้ โจชัว" หัวหน้าหมู่บ้านพูดจบ ทุกคนในหมู่บ้านล้อมรอบตัวโจชัว และถือต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ไว้ในกระถาง
"เราจะปลูกต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ไปทั่วทั้งป่า" อุปสรรคต่างๆที่เกิดขึ้น เป็นบ่อเกิดความรักที่แท้จริง แองจี้ประทับใจหมู่บ้านของโจชัว ทั้งคู่ตกลงใช้ชีวิตด้วยกันและแต่งงานในเวลาต่อมา โจชัวนำความรู้ที่ได้จากหมู่บ้านอื่นมาสร้างเขื่อนหลายชั้นแบบไม่กระทบสิ่งแวดล้อม และมีลูกน้อยที่น่ารัก อยู่กันอย่างมีความสุดตลอดไป . . . เด็กๆลองคิดนะครับ นิทานเรื่องนี้สอนอะไร?
อ๋อ ลืมบอกไปว่าครอบครัวมิคาเอล(ผึ้ง) สร้างรังใกล้กับเขื่อนของโจชัวและอยู่เป็นครอบครัวเดียวกันอย่างมีความสุขตลอดกาล อืม อืม อืม อืม อืม
-------------------------------------------------------------------------------- ถ้าคุณชอบบทความนี้ ช่วยอ่านบทความในเวปนี้ด้วยครับ มีลิงค์บทความให้อ่านอีกมากมาย <http://scbbadth.tripod.com> หรือ <http://www.geocities.com/scb100yr> หรือ <http://board.dmisc.com/talktome> และ <http://my.dek-d.com/madeinthailand> เหมือนกันหมดครับ -------------------------------------------------------------------------------- ตอนนี้ผมว่างงาน ผมทำงานหรือใช้ชีวิตทำงานแบบปกติไม่ได้เพราะธนาคารไทยพาณิชย์ ผมเลยคิดว่าอยากเขียนบทความ เรื่องสั้น นิยาย นิทาน หากผู้ใดอ่านแล้วชื่นชอบแล้วอยากซื้อ เหมือนเรา ซื้อหนังสือ แต่เปลี่ยนจากหนังสือเป็นเว็บแทน ยินดีรับเงินจากผู้อ่านตามนี้ครับ หรือใครอยากอ่านเฉยๆไม่อยากให้เงิน ผมก็ยินดีเพราะของฟรีมีในโลกครับ ขอให้อ่านก็พอ ขอยืนยันอีกครั้งว่านี้ไม่ใช่การบริจาคหรือขอเงินแต่เป็นการใช้สมองของผู้เขียนขายบทความทางเว็บเท่านั้น แก้ไขเลขที่บัญชีใหม่ ธนาคาร ไทยธนาคาร สาขา ย่อยจักรวรรดิ เลขที่บัญชี 068-2-04705-4 ชื่อไทย นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์ ชื่ออังกฤษ MR.NOBNUTPONG SURIYAROJ
|
|