|
madeinthailand
Forum Admin
 149 Posts |
Posted - May 31 2008 : 04:09:48
|
แต่งและเขียนโดย เพนกวินใจดี
6 กรกฎาคม 2550
ตอนที่ 19 เรื่องฮาซัน หัวใจมหาสมุทร (เรื่องยาว)
(กำลังเขียนใหม่ครับ) ปุม...ปัง...ปุมปุมปุม ปัง [เสียงปืนใหญ่] เรือโจรสลัดกำลังสู้ยิงปืนใหญ่ใส่ทหารน้ำ ณ จังหวะนั้นคลื่นซัดเข้าหาเรือโจร เรือลำเล็กไม่อาจต้านทานแรงคลื่นได้จึงโงกเงกไปมา จังหวะนี้เองทหารระดมยิง ลูกปืนถูกปล่อยดังห่าฝน บางลูกโดนเสากระโดงเรือและบางลูกโดนท้องเรือโจรสลัด
เรือโจรไม่อาจลอยลำและกำลังจมสู่ก้นมหาสมุทร
ฆลาม(คลาม) หนึ่งในลูกเรือที่อาศัยบนเรือตั้งแต่เด็ก อุบัติเหตุจากการต่อสู้ครั้งนี้ทำให้ขาของตนติดอยู่ช่องไม้ เรือเอนไปมาจนเด็กผู้รับใช้พลาดเหยียบตกลงไป แม้พยายามเท่าไรก็ดึงขาขึ้นมาไม่ได้สักที โชคชะตานำพาชีวิตแล้วชีวิตของตนมาถึงแค่นี้รึ?
เรือค่อยๆจมลง ฆลามมองเพื่อนที่ตะเกียกตะกายหนี้ตายเพื่ออยู่เหนือน้ำให้ได้ แสงอาทิตย์ส่องลงมาสัมผัสขอบน้ำทะเล ภาพมรณะภาพนี้คงเป็นภาพสุดท้ายก่อนตายของตนเป็นแน่แท้ ฮึบ...แรงเฮือกสุดท้ายของเด็กผอมบองบางยังไม่อาจหลุดพ้นได้ ฆลามคิดได้อย่างเดียว ตนเป็นลูกชาวเลตายในทะเลคงไม่เสียศักดิ์ศรีเท่าใดนัก สติของตนเริ่มหายลมหายใจเริ่มหมด ภาพสุดท้ายที่เห็นก่อนหลับไปคือภาพปลาโลมาว่ายมาหาตน -.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.
ดวงตาของเด็กผู้เคยเฉียดความตายค่อยๆ ลืมขึ้น ฆลามตื่นมารู้สึกตกใจเตียงอันแสนอบอุ่นหาใช่บ้านที่เคยอาศัยไม่ สภาพแวดล้อมนี้ไม่เคยคุ้น มองไปโดยรอบเห็นปลาหลายชนิดกำลังว่ายอยู่รอบนอก เอ๋....ที่นี้ที่ไหน เงยหน้าขึ้นยิ่งพบความประหลาด ด้านบนเพดานมีหยดน้ำลูกใหญ่เป็นก้อนกลมหลายก้อน ภายในก้อนมีเม็ดเล็กๆคลายอัญมณีบนโลกมนุษย์ลอยอยู่ภายในก้อนนั้น ที่นี้ประหลาดดีแท้
เมื่อปรับสายตาและเริ่มหายตกใจได้สักพัก ฆลามได้พบผู้รับใช้หน้าตาคลายปลาโดยมีร่างกายเหมือนมนุษย์ทุกประการ ทำไมช่างน่าเกลียดเช่นนี้ ผู้มาใหม่พยายามเก็บความรู้สึก ผู้รับใช้นำผู้มาเยือนไปยังห้องหนึ่ง มนุษย์ผู้มาเยือนเป็นครั้งแรกในที่แห่งนี้ กำลังปรากฏตัวต่อหน้านางพันปี ผู้นำแห่งวังใต้สมุทรบาดาล สิริโฉมของสตรีผู้นี้ไม่มีใครเดาออกเลยว่านางมีอายุมากกว่าพันปี "ข้าขอขอบใจท่านที่ช่วยข้า ข้าไม่รู้ว่าควรตอบแทนท่านอย่างไร" เด็กน้อยผู้ไม่เคยได้รับการอบรม แสดงตนได้อย่างเหมาะสมโดยไม่มีใครบอกกล่าว กริยาที่สุภาพเช่นนี้ทำให้จ้าววังรู้สึกเอ็นดู "ไม่ต้องลำบากใจผู้มาเยือน การช่วยเหลือถือเป็นเรื่องธรรมดาของที่นี้"
การสนทนายังดำเนินต่อไป นางถามถึงต้นสายปลายเหตุว่าอะไรทำให้ผู้มาเยือนมายังใต้บาดาล ฆลามรู้สึกแสบตาเล็กน้อยเพราะมีแสงหนึ่งกระทบตาตนเสมอ เมื่อเหลือบมองขึ้นไปบนบัลลังก์เห็นแหวนเพชรบนนิ้วมือนางพันปี ความสงสัยได้คลายลงเมื่อจ้าววังกล่าว่า"หัวใจแห่งแปซิฟิค (Pacific) แหวนอยู่ข้างกายข้ามานาน มันช่วยส่องแสงใต้วังให้สว่างไสวและช่วยเหล่าบรรดาลูกน้องข้าหาอาหารและดำเนินชีวิตอยู่ได้"
ทั้งชีวิตของผู้มาเยือนมีแต่ขโมยสมบัติผู้อื่น วาจานางไม่อาจหยั่งถึงจิตใจเด็กผู้โลภมากได้ หากข้าเอาไปขายคงได้หลายโขและบรรดาพี่น้องข้าคงพอใจ มนุษย์เริ่มคิดแผนอย่างหนึ่งได้ -.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.
เวลาผ่านไปได้ไม่นาน จ้าววังยืดมือออกไปกลางวงแหวนใหญ่ เพชรบนมือนางลอยออกมาอยู่กลางวงแหวนนั้น ทันใดนั้นเองเพชรค่อยๆใหญ่เรื่อยๆ นางเอาผ้าคลุมปิดไว้ วังทั้งวังมืดหมดเหลือเพียงแสงอัญมณีในหยดน้ำที่ส่องแสงเรืองรองเท่านั้น ด้วยความละโมบประกอบกับที่นางพันปีไว้ใจมนุษย์ ผู้มาเยือนฉวยโอกาสนี้ขโมยหัวใจแห่งแปซิฟิคแล้วจากไป ไม่มีใครรู้จักนิสัยมนุษย์มาก่อน การหนีออกจากวังใต้สมุทรจึงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับคนเจ้าเล่ห์
ลูกชาวเลอย่างฆลามไม่ยากที่ว่ายหนีออกจากวังใต้สมุทร เมื่อหัวตนโผล่พ้นจากน้ำแล้ว ทาสผู้ซื่อสัตย์ต่อนาย ดีใจได้เห็นเรือของพวกตนออกตามหาลูกน้องที่ยังเหลืออยู่ ฆลาม.....เด็กน้อยผู้โชคดีได้กลับบ้าน บ้านอันเป็นเกาะมหาสมบัติและเป็นที่รวมสิ่งมีค่าจากที่ต่างๆ เด็กน้อยดีใจได้สมบัติชิ้นใหม่มาให้ผู้เป็นนายได้เชยชม
เกาะของพวกโจรอยู่ทามกลางหมู่เกาะต่าง ๆ หลายพันเกาะ โจรสลัดอาศัยเกาะเหล่านี้หลบหนีการจับกุมของทหาร เด็กฉลาดผู้ทำงานให้นายอย่างไม่คิดชีวิต คิดว่านางพันปีหารังตนไม่พบแน่นอน -.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.
ฆลามคิดผิด นางพันปีรับทราบว่าหัวใจแห่งแปซิฟิคถูกขโมยไปจึงเกิดบรรดาโทสะ นางกำหนดฌานล่วงรู้ถึงที่อยู่ของเด็กที่ตนเคยไว้ใจ การตามหาทำได้ไม่ยากแต่เมื่อไปถึงเห็นสมบัติมากมายของพรรคพวกโจร ความอดทนต่อความโกรธได้ระเบิดออกมา ผู้มีณานสังหารคนบนเกาะจนหมด "พวกท่านอยากได้สมบัติมาก ดีล่ะ.....งั้น จงเป็นวิญญาณผู้หิวโหย คอยเฝ้าสมบัตินี้ชั่วนิรันดร์"
นางร่ายเวท ต้นไม้บนเกาะลอยขึ้น ฟ้าผ่าหาดทรายอย่างบ้าคลั่ง ท้องทะเลปั่นป่วนไปทั่ว ไอร้อนปกคลุมทั่วทั้งเกาะ สิ่งที่นางร่ายไว้เริ่มเป็นรูปร่าง เมื่อไอร้อนเริ่มจางลงขวดแก้วกองดั่งภูเขา ข้างในมีแผนที่เกาะมหาสมบัติ จ้าววังนำเหรียญทองของโจรใส่ไว้ข้างใน สุดท้ายสิ่งที่นางทำคือนำขวดแก้วให้ลอยกระจายไปทั่วพื้นพิภพและมหาสมุทร ตัวนางสะกดวิญญาณทั้งหลายไม่ให้ออกไปจากเกาะและไม่ให้ไปเกิดใหม่ได้ โดยกำหนดกฎว่ายามใดมีผู้ใดหยิบสมบัติไปได้แม้แต่ชิ้นเดียว ยามนั้นวิญญาณทั้งหลายต้องปวดแสบปวดร้อนจากการตกนรกและไม่สามารถเกิดใหม่ได้ วิญญาณฟังแล้วรู้สึกหวาดหวั่น คอยระแวดเฝ้าสมบัติไว้เป็นอย่างดี
ตกค่ำนางรู้สึกเสียใจที่กระทำเหตุการณ์อันโหดร้ายเช่นนี้ คืนนี้ผู้โทสะกลายร่างเป็นเต่าทะเล เดินไปตามหาดทรายช้าๆ ตามทำนองเพลงด้วยความโศกาอาดูร เกาะแห่งนี้รับรู้ถึงบทเพลงที่ถูกขับขานออกมา ต้นไม้บนเกาะเริ่มขยับไปมา เสียงโหยหวนของไม้บนเกาะร้องระงม หากมีผู้ใดฟังคงรู้สึกสะพรึงกลัว ภูเขาเริ่มดูทมิฬ แผ่นดินสั่นระริกรุนแรงสะท้านทั่วพิภพ พายุหมุนไปมาทั่วบริเวณนี้ คลื่นสมุทรโหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง เกาะนับหมื่นเคลื่อนย้ายไปมาเป็นเขาวงกต บทเพลงของนางมีเสียงแห่งความโกรธา ยามใดที่สิ่งมีชีวิตบทเกาะได้รับฟังบทเพลงของนางยิ่งทำให้ความร้ายกาจของสิ่งมีชีวิตบนเกาะมีความร้ายมากขึ้น
ไม่ว่าโจรสลัดหรือนักเดินเรือทั้งหลาย เมื่อได้รับขวดแก้วต่างเข้ามาหาสมบัติตามที่ผู้วางแผนวางไว้ บางเรือหลงเขามาจนหาทางออกไปไม่ได้ และเมื่อมีผู้ใดสามารถมาถึงเกาะมหาสมบัติ มันผู้นั้นไม่สามารถรักษาชีวิตรอดกลับไป สุดท้ายนางพันปีจะเป็นผู้ฆ่ามนุษย์ทั้งหมด คนทั้งหลายที่ถูกฆ่าต้องเป็นวิญญาณคอยเฝ้าสมบัติและมีจำนวนมากขึ้นทุกครั้งตลอดเวลา
วันใดมีการฆ่าฟัน ตกดึกนางเต่าทะเลร้องคร่ำครวญด้วยความเศร้า น้ำตาที่ไหลกระทบแสงจันทราเมื่อไร เมื่อนั้นกลายเป็นไข่มุกอันงดงามทุกครั้ง สิ่งสำคัญคือบทเพลงของนางทำให้สิ่งมีชีวิตบนเกาะมีความร้ายกาจมากขึ้นทุกทีๆ
.....................................100 ปี ผ่านไป ....................................... ................................................................................................................................................................................................ .............................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................... ........................................................................................................................... .................................................................................................. .......................................................................... ........................................................
กำลังเขียนต่อครับ
.... ณ เมืองกัมปุระ .... ผู้มากหน้าหลายตาจากหลายเชื่อชาติ มุ่งสู่ท่าเรือของเมืองนี้ เช้านี้เหมือนเช้าที่ผ่านมา มีการถ่ายโอนสินค้า เรือหาปลาเทียบท่าเพื่อรอพ่อค้ามาซื้อ
"เชิญครับ เชิญครับ อยากได้ลูกเรืออีกสักคน" กัปตันเรือผู้หนึ่งกำลังหาลูกเรือเดินทางไปยังเกาะมหาสมบัติ "แฮก แฮก แฮก ขอข้าไปด้วย" "ท่านมีนามว่าอะไร" กัปตันเอ่ยถามผู้ที่วิ่งมาเหมือนกำลังหนีอะไรสักอย่าง "ข้า.....ฮาซัน ข้ารักทะเลและพร้อมยินดีร่วมงานกับท่าน" "เจ้าเคยได้ยินเกาะมหาสมบัติไหม มันอันตรายและข้าอยากได้คนที่พร้อมร่วมเคียงข้า" "คนอย่างข้า ไม่สนใจเรื่องสมบัติ ข้ารักการผจญภัยท่านรีบนำข้าขึ้นเรือเถิด" หนุ่มใบหน้าคมเข้มหันซ้ายหันขวาเหมือนกำลังมองหาอะไรสักอย่าง "เจ้าพูดได้ถูกใจข้ามาก ข้ายินดีให้ท่านเป็นลูกเรือข้า"
ทั้งฮาซันและกัปตันได้ขึ้นเรือเพียงสักพักที่เรือออก
"มันอยู่นั้นไอ้หัวขโมย" ทหารผู้ตรวจแห่งเมืองกัมปุระชี้ไปบนเรือ เห็นไอ้หนุ่มหัวขโมยที่ตนกำลังตามจับอยู่
กัปตันเห็นตำรวจชี้มือชี้ไม้มายังเรือตน จึงเข้าใจเรื่องทั้งหมดว่าทำไมฮาซันถึงอยากเป็นลูกเรือกัปตัน "ข้ารักการผจญภัย แฮะ แฮะ" ฮาซันทำเป็นหน้าตายเมื่อเห็นกัปตันมองมาที่ตน
.....ณ ค่ำคืนหนึ่งบนท้องมหาสมุทร..... เกลียวคลื่นคำคืนนี้แสนสงบ เรือของกัปตันค่อยๆลอยไปตามหมายที่กำหนดไว้ "กัปตันมานั่งทำอะไรบนเรือ" ฮาซันเห็นกัปตันนั่งเหมอลอยมองดวงดาวในค่ำคืน
"เปล่า ข้าคิดว่าดาราค่ำคืนนี้งามจับจิตร จึงขอนั่งพินิศดวงดาวในราตรีนี้สักหน่อย"
"ท่านพรรณนาเหมือนผู้หญิงไปได้ ไม่ว่าค่ำคืนไหนท้องฟ้ามันก็เหมือนเดิมล่ะท่าน"
กัปตันรู้สึกไม่พอใจที่ลูกน้องว่าตนเหมือนผู้หญิง ทั้งที่แข็งแกร่งและเป็นผู้ช่วยให้ฮาซันให้รอดพ้นจากทหาร
ถึงทั้งคู่ไม่ชอบกันอย่างไร แต่เมื่อไม่สามารถหนีไปไหนได้ฮาซันยังคงเป็นลูกเรือที่ช่วยกัปตันไว้เป็นอย่างดี เรือของกัปตันล่องมาตามแผนที่เข้าสู่เกาะเขาวงกต ได้พบเรือที่ลอยลำอยู่มีซากศพบนเรือ พวกตนจึงเข้าใจว่าเรือพวกนี้คงหลงอยู่ในเกาะวงกต กัปตันมีความฉลาดพอที่จะใช้ดวงอาทิตย์และดวงดาวเป็นเครื่องมือในการบอกทิศทาง
สิ่งหนึ่งที่ลูกน้องนางพันปีไม่อยากให้หัวหน้าทำคือการฆ่ามนุษย์ ลูกน้องนางพันปีจึงเป็นผู้ลงมือเสียก่อน ตอนนี้เรือของกัปตันโดนปลาตัวใหญ่ชน โดนสัตว์บนท้องทะเลทำให้เรือจมลง
บางคนโดนปลากัดตาย บางคนโดนลากลงทะเลยกเว้นกัปตัน ฮาซันและหมาน้อยของกัปตัน
ทั้งคู่และหมาน้อยลอยไปยังเกาะแห่งหนึ่ง เกาะแห่งนี้หาดทรายกระทบแสงอาทิตย์อย่างสวยงาม หาดทรายที่ผู้หลงเข้ามาเห็นคือไข่มุกนั้นเอง ซึ่งเป็นสิ่งยืนยันว่าฮาซันและกัปตันได้มาถึงเกาะมหาสมบัติแล้ว แต่สิ่งมหัศจรรย์ที่ฮาซันตกใจมิใช่ไข่มุกบนหาดแต่เป็น
กัปตันที่ดูอ่อนหวานที่แท้คือผู้หญิงนั้นเอง นางอธิบายให้ฮาซันเข้าใจว่านางมาตามหาพ่อที่หายสาบสูญไป
"ข้าชื่อฮัซซูน่า ข้ามาตามหาพ่อข้าที่มาหาสมบัติแล้วหายสาบสูญไป"
"เจ้าเคยว่าข้าว่าขี้ขโมยแถมทวงบุญคุณที่ช่วยข้า ตัวเจ้ากับพ่อเจ้าไม่ต่างกับข้าเท่าไรหรอก อีกอย่างตัวข้ารับไม่ได้ที่มีผู้หญิงอย่างเจ้ามาสั่งข้า ข้าขอลา"
ทั้งคู่แยกจากกันฮัซซูน่ามีหมาของตนเป็นเพื่อน ส่วนฮาซันเดินเข้าป่าไปคนเดียว ตอนนี้เองฮาซันเจอต้นไม้และดอกไม้แปลกๆบนเกาะด้วยความหิวจึงเด็ดผลไม้มากิน ความพลั้งเผลอฮาซันทำให้โดนเถาวัลย์จับตัวจนขยับไม่ได้ จังหวะที่ดอกไม้อาปากเพื่อกินฮาซัน
"ข้าว่าเจ้าต้องมีผู้หญิงช่วยแล้วล่ะ"
โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง
ฮาซันหันไปเจอฮัซซูน่าใช้ดาบฟันดอกไม้จนขาด ช่วยแกะเถาวัลย์ที่มัดตัวฮาซันไว้ ฮาซันนอกจากไม่ขอบใจแล้วยังเอาดาบแทงที่ไปฮัซซูน่า
"ข้าว่าเจ้าต้องรู้จักระวังข้างหลังบ้าง"
นางตกใจที่ฮาซันแทงมาที่เธอ เมื่อรู้ว่าดาบที่แทงไปโดนดอกไม้ที่กำลังจะกัดนาง ทั้งคู่ต่อสู้กับเหล่าดอกไม้จนหลุดออกจากอาณาเขตอันตรายได้
.... ดวงอาทิตย์หมดหน้าที่ลงคราใด เวลานั้นค่ำคืนได้มาเยือน .... ตอนนี้ทั้งคู่เริ่มมีความสนิทมากขึ้นและได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน ช่วงกลางคืนมันน่ากลัวแต่อย่างน้อยมีใครสักคนที่ยังเป็นเพื่อนเรา ฮัซซูน่าเจอเต่าตัวหนึ่งในขณะที่ฮาซันกำลังก่อกองไฟ ฮาซันเตือนว่าสัตว์เหล่านี้ล้วนน่ากลัวสิ่งที่แปลกใจทำไมเต่าที่นางจับได้ถึงไม่ทำร้ายพวกตน
"ดีเลยข้าว่าเราจับมากินเลยดีกว่า"
"แต่ข้าว่ามันน่ารัก อีกอย่างมันไม่ได้ทำอะไรเราข้าว่าเจ้าหาอย่างอื่นกินเถอะ" โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง
ฮาซันเถียงอัซซูน่าไม่ขึ้นเพราะเห็นเป็นผู้หญิง ไม่อยากไปต่อล้อต่อเถียงจึงปล่อยให้นางเล่นกับเต่าไป เมื่อทั้งคู่เผลอไปสักพักมีหิ่งห้อยบินอยู่รอบๆตัวทั้งคู่
โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง (หมาน้อยกำลังไล่งับหิ่งห้อย)
ทั้งคู่ได้ยินบทเพลงอันโศกเศร้าจากที่ไหนสักแห่งดังมาแต่ไกล หิ่งห้อยที่พวกตนเห็นบินหมุนไปมาอย่างสวยงามจนทั้งคู่มองอย่างหลงใหล
ไม่นานฮาซันและฮัซซูน่าตกอยู่ในภวังค์ "โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง" สุนัขของเธอเห่าวิ่งไปมาไม่มีเสียงตอบรับจากฮาซันและเจ้าของได้
"โอ้ย..... เจ็บ ๆๆๆ " ฮาซันรู้สึกเจ็บเหมือนมีใครมากัดบริเวณขา
เจ้าสุนัขแสนรู้วิ่งไปหาฮัซซูน่าแต่กัดเท่าไร เห่าเท่าไร เจ้านายมันไม่ตอบสนองอะไรเลย แม้แต่ฮาซันเขย่าตัวหรือฉุดเธอไว้ก็ไม่ได้ เธอกำลังเดินตกเหว
ฮาซันคิดได้ดังนั้นจึงนำท่อนไม้ที่ติดไฟไล่หิ่งห้อย หิ่งห้อยหนีไปชั่วครู่แล้วสักพักย้อนกลับมาจุดเดิม ฮาซันรู้สึกหมดปัญญาที่จะแก้ไขได้ นึกได้ว่าตนมีน้ำมันที่พกติดตัวไว้ใช้ยามติดเกาะหรือเวลาต้องการจุดไฟ ฮาซันอมน้ำมันในปากแล้วพ่นออกไป ไฟลุกโชติเป็นสายยาวดังมังกรพุ่งไปที่หิ่งห้อย หิ่งห้อยตกใจรีบบินหนีไปอยู่ตามพุ่มไม้
ฮาซันเองรู้สึกตกใจที่ไฟพุ่งออกมาอย่างน่ากลัว ตนไม่คิดว่าจะทำได้ถึงขนาดนี้แต่ฮาซันห่วงฮัซซูน่ามากกว่า
ฮัซซูน่ารู้สึกตัวแล้วปรากฎว่าเธอกำลังยืนอยู่บนขอบเหว ด้วยความตกใจเธอพลาดตกลงไปแต่มีสุนัขแสนรู้คอยดึงผ้าเธอไว้ สุนัขรั้งเธอไว้ได้ไม่นานเธอตกลงไปอีก แต่โชคดีที่ฮาซันจับมือเธอไว้ได้
ดูเหมือนสิ้นเสียงเพลงทุกอย่างดูสงบลง ทั้งคู่เหนื่อยกับคืนนี้มาก
...และแล้วค่ำคืนที่แสนวุ่นวายได้ผ่านไป...
เช้าวันใหม่ทั้งคู่มีจุดหมายเดินไปตามแผนที่ ต่อให้เดินป่าเก่งแค่ไหนแต่มิใช่ป่าที่ตนคุ้นเคย ทั้งคู่กำลังหลงอยู่ในป่าสิ่งที่ไม่น่าเป็้นไปได้คือพวกเขาเจอกระท่อมหลังหนึ่งในป่า
ฮาซันกับฮัซซูน่ายอมเสี่ยงเข้าไปเจอหญิงชราคนหนึ่ง หญิงชราต้อนรับอย่างดีนำอาหารพร้อมนมอุ่นให้ทั้งคู่และหมาน้อย จากความหวาดระแวงภัยอันตรายที่อยู่บนเกาะนี้ ตอนนี้ได้เปลี่ยนเป็นความไว้วางใจ
ฮัซซูน่าถามว่าทำไมเกาะนี้จึงเป็นแบบนี้ "ข้าพูดมากไม่ได้รู้แค่ว่ายามใดที่ภูเขาสั่นสะเทือน ยามนั้นบทเพลงแห่งเกาะจะเริ่มขึ้นในยามค่ำคืน สำหรับข้าข้ารู้หน้าที่ว่าถ้ามีใครมาหาให้นำสิ่งหนึ่งมอบให้"
หญิงชราพูดเสร็จลุกขึ้นหยิบกล่องใบหนึ่งลงมา "มันคือดาบ มันไม่เหมือนนิทานที่เธออ่านหรอกต้องสู้มังกรไฟถึงจะได้ หึ หึ หึ"
ฮาซันหยิบดาบออกมารู้สึกดาบเบาดังขนนก เมื่อตวัดดาบไปมารู้สึกว่าคล่องมาก ฮัซซูน่าอยากตามหาพ่อโดยเร็วจึงขอลาหญิงชรา ทั้งคู่จึงเดินทางต่อไปและได้กล่าวขอบคุณหญิงชราที่ช่วยพวกเขาเรื่องอาหาร "ข้าเองต้องขอบใจที่พวกเจ้าไม่กินข้า"
ฮัซซูน่าแปลกใจกับคำพูดของยายแต่ฮาซันเรียกนางเสียก่อน พวกเธอจึงเริ่มเดินทางต่อ บนเกาะมีสัตว์แปลกประหลาดและการผจญภัยที่น่ากลัว ทั้งคู่ช่วยเหลือซึ่งกันและกันไม่ว่าปีนเขาเพื่อเดินตามแผนที่ จนในที่สุดฮาซันและฮัซซูน่ามาถึงหน้าถ้ำตามแผนที่กำหนดไว้
กลิ่นสาปและเหม็นเน่าโชยมาแต่ไกล หมาน้อยของเธอร้องอย่างเสียงหลง ภายในมีเสียงโหยหวนแห่งความตาย "ยังไงฉันจะเข้าถ้ำ ถ้าเจ้ากลัวข้าเข้าไปคนเดียวได้" เธออยากพบพ่อของเธอเหนือกว่าสิ่งใด
"เราสู้มาจนถึงบัดนี้ หากเพียงข้ายังกลัวสิ่งที่ไม่รู้ข้าคงกลับไปพบใครไม่ได้"
ฮัซซูน่ารู้สึกหวั่นไหว เธอไม่เคยเห็นใครมีความกล้าเช่นนี้มาก่อน ทั้งสองคนเข้าไปเห็นแสงสีเหลืองจากด้านใน
ในชีวิตฮาซันไม่เคยเห็นมาก่อนคือทอง ทองสูงเท่าภูเขาสีทองเปล่งเหลืองอร่ามไปทั้งถ้ำ ก่อนที่ฮาซันจะเอื้อมมือไปหยิบต้องตกใจเพราะมีดาบอันหนึ่งอยู่ตรงหน้าฮาซัน
"อะอ่า ช้าก่อนพวกเจ้าเอาไปไม่ได้ ถ้าเอาไปพวกข้าเดือดร้อนแน่"
เพียงสิ้นเสียงทั้งถ้ำเต็มไปด้วยผี บางตนน่าเกลียดน่ากลัวส่งเสียงร้องไปมา ผีไม่พูดมาก พวกนั้นรู้ดีว่าทำอย่างไรก็ได้ ที่ไม่ให้คนภายนอกนำสมบัติออกไปเพราะนั้นหมายถึงพวกตนต้องปวดแสบปวดร้อนจากการตกนรก
ฮัซซูน่าและฮาซันต่อสู้กับผี ดาบที่ฮาซันฟันโดนผีเมื่อไรผีจะส่งเสียงร้องอย่างเจ็บปวด ผีเห็นว่าดาบที่ฮาซันสู้มิใช่ดาบธรรมดาพวกผีต่างกลัวเพราะสู้ไม่ไหว
ต่อมาสิ่งที่ดูวุ่นวายจากการต่อสู้ได้หายไป เปลี่ยนเป็นเสียงโหยหวนจากพวกผีแทน "อย่าเอาสมบัติไปเลย สงสารพวกเราด้วยเถิดเพียงท่านนำออกไปแค่หนึ่งชิ้นพวกข้าต้องตกนรกหมกไหม้"
"สมบัติเหล่านี้เกี่ยวอะไรกับพวกท่าน" ฮาซันสงสัย
"เกี่ยวสิ" เสียงนางพันปีดังก้องไปทั้งถ้ำ
พวกผีกลัวนางมากต่างถอยรนไปข้างถ้ำ "ข้าจะให้ท่านเลือก หากท่านเลือกสมบัติข้าจะปล่อยพวกเจ้าไป แต่พวกผีเหล่านี้ต้องอยู่ที่นี้" "แต่ถ้าท่านเลือกปล่อยผี สมบัติเหล่านี้จะถูกข้าทำลายทิ้ง อย่าลืมพวกมันพยายามฆ่าพวกเจ้า"
นางพันปีหัวเราะอย่างสะใจที่เห็นมนุษย์ด้วยกันฆ่ากันเอง
ฮาซันตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเห็นสมบัติมากมายก่ายกองขนาดนี้ "ข้าเลือกสม....บ"
"พ่อ นั่นพ่อของข้า" เสียงของฮัซซูน่าดังขึ้นมา เธอร้องอย่างดีใจวิ่งไปหาพ่ออย่างไม่เกรงกลัวนางพันปี
"โอ๋ เจ้าหญิงข้าดีใจด้วยที่เจ้าเจอบิดา"
ฮาซันตกใจว่าผู้หญิงที่ตนรักเป็นเจ้าหญิงหรือเนี้ย
"ดีล่ะ ข้าจะให้โอกาสพวกเจ้า ข้ารู้ว่าตอนนี้พวกเจ้าต้องเลือกปล่อยผี ข้าขอเสนอข้อใหม่" "ถ้าพวกเจ้าเลือกสมบัติ ข้าจะปล่อยวิญญาณพ่อของเจ้าหญิงไปเกิดใหม่ พวกเจ้าจะสมหวังในรักพร้อมสมบัติที่ข้ายินดีมอบให้ เพียงแต่ผีชั้นเลวต้องอยู่ที่นี้ในเกาะแห่งนี้ต่อไป"
นางร่ายเวทเพื่ออยากดูใจของฮาซัน ดวงตาของฮาซันโดนสะกดพร้อมส่งเสียงร้องออกไป "ข้า...อยากได้สมบัติ ข้า...อยากได้สมบัติ"
"ข้าอยากได้สมบัติ" ฮาซันได้สติแต่ยังพูดว่าอยากได้สมบัติ
"ในใจเจ้าอยากได้สมบัติ อย่าลังเลทำตามหัวใจของเจ้าแล้วจะสมหวัง" นางหัวเราะภูเขาสะเทือนไปทั้งลูก โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง ฮาซันมองเจ้าหมาแสนรู้ที่เคยเตือนสติเหมือนตอนที่ฮาซันเจอแสงหิ่งห้อย "ข้า..." (ฮาซันลังเล) "ข้าเลือก......" . . . . . . . . . "ข้า....มีสมบัติแล้ว" ฮาซันเอื้อมมือไปทางเจ้าหญิง ฮาซันคิดว่าเจ้าหญิงคือรักแท้ที่ประเมินค่ามิได้ "ข้าขอเลือกปล่อยผี อยากให้ท่านปล่อยพวกเขาเหล่านั้นไปเกิดใหม่เถิด"
นางพันปีกรี๊ดไปมา นางไม่เชื่อว่าจะมีมนุษย์ที่ไม่เห็นแก่ตัวได้ นางรอคอยนานนับศตวรรษว่าจะมีมนุษย์ผู้ใดที่ทำเพื่อผู้อื่นอย่างแท้จริง นางพันปีเปลี่ยนกายที่น่ากลัวเป็นหญิงสาวเหมือนตอนที่นางอยู่ใต้มหาสมุทร
นางร่ายเวทอีกครั้ง แหวนเพชรอันสวยงามลอยอยู่กลางถ้ำ "หัวใจแห่งแปซิฟิค หัวใจของข้าและลูกน้องข้า ความละโมบของมนุษย์มีไม่สิ้นสุดทำให้ข้าเดือดร้อน ข้าเจอแล้วเจอมากกว่าหัวใจแห่งแปซิฟิค ข้าเจอ"
"หัวใจมหาสมุทร"
เมื่อก่อนนางรู้สึกสะใจที่แม้มนุษย์ด้วยกันยังเลือกสมบัติยกเว้น ฮาซัน ฮาซันไม่เพียงช่วยวิญญาณแต่ช่วยนางด้วย หัวใจนางถูกปิดกั้นด้วยความโกรธแค้นมนุษย์นานนับศตวรรษ นางเริ่มร้องเพลงอีกครั้ง เสียงเพลงของนางมีพลังเป็นบทเพลงแห่งความสุข "พวกเจ้าอยากกลับบ้านข้ารู้ ข้าจะส่งพวกเจ้าตามปรารถนา ส่วนข้าเสียงแห่งทะเลรอข้ากลับนานแล้ว"
นางส่งทั้งสมบัติ ฮาซัน ฮัซซูน่าและหมาน้อยลงเรือ เรือยกตัวลอยขึ้นแล่นบนสายรุ้งเพื่อออกสู่ทะเล
นางขับร้องบทเพลงที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและแสนไพเราะ วิญญาณที่เฝ้าเกาะทั้งหลายต่างล่องลอยออกจากเกาะเพื่อเกิดใหม่ ทุกอย่างถูกย้อนกลับไปเหมือนเดิมเหมือนวันแรกที่นางเดินเข้ามา
สุดท้ายฮาซันและฮัซซูน่าเดินเรือกลับถึงเมืองกัมปุระอย่างปลอดภัย
โฮ่ง โฮ่ง...
เด็กๆลองคิดนะครับ นิทานเรื่องนี้สอนอะไร?
-------------------------------------------------------------------------------- ถ้าคุณชอบบทความนี้ ช่วยอ่านบทความในเวปนี้ด้วยครับ มีลิงค์บทความให้อ่านอีกมากมาย http://scbbadth.tripod.com หรือ http://www.geocities.com/scb100yr หรือ http://board.dmisc.com/talktome และ http://my.dek-d.com/madeinthailand เหมือนกันหมดครับ -------------------------------------------------------------------------------- ตอนนี้ผมว่างงาน ผมทำงานหรือใช้ชีวิตทำงานแบบปกติไม่ได้เพราะธนาคารไทยพาณิชย์ ผมเลยคิดว่าอยากเขียนบทความ เรื่องสั้น นิยาย นิทาน หากผู้ใดอ่านแล้วชื่นชอบแล้วอยากซื้อ เหมือนเรา
ซื้อหนังสือ แต่เปลี่ยนจากหนังสือเป็นเว็บแทน ยินดีรับเงินจากผู้อ่านตามนี้ครับ หรือใครอยากอ่านเฉยๆไม่อยากให้เงิน ผมก็ยินดีเพราะของฟรีมีในโลกครับ ขอให้อ่านก็พอ
ขอยืนยันอีกครั้งว่านี้ไม่ใช่การบริจาคหรือขอเงินแต่เป็นการใช้สมองของผู้เขียนขายบทความทางเว็บเท่านั้น
แก้ไขเลขที่บัญชีใหม่ ธนาคาร ไทยธนาคาร สาขา ย่อยจักรวรรดิ เลขที่บัญชี 068-2-04705-4 ชื่อไทย นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์ ชื่ออังกฤษ MR.NOBNUTPONG SURIYAROJ
|
|