|
madeinthailand
Forum Admin
 149 Posts |
Posted - Jun 01 2008 : 03:58:45
|
เรื่องจริงถูกเขียนโดย นบณัฐพงศ์ (ธีรวุฒ คือชื่อเดิม)
30 เมษายน 2550
ตอนแรกผู้เขียนไม่แน่ใจว่าจะเขียนบทความนี้ดีไหม เพราะพิจารณาว่าบทความนี้ผู้เขียนอาจหมิ่นเหม่ต่อบุคคลอื่น และอาจทำให้ความน่าเชื่อถือของผู้เขียนน้อยลงหรือไม่น่าเชื่อถือเลย เรื่องราวของผู้เขียนในบทความนี้เคยบอกเล่าแก่บุคคลที่อยู่ในธนาคารไทยพาณิชย์ SCB หมดแล้ว แต่บุคคลเหล่านั้นยังไม่รับผิดชอบผู้เขียน ทำให้ผู้เขียนรู้สึกรังเกียจเดียดฉันท์ประเทศไทยมาก ถึงอย่างไรผู้เขียนยังไม่หนีไปไหน ผมจึงขอเขียนเรื่องราวทั้งหมดให้ผู้อื่นได้รับทราบและผู้เขียนไม่มีวันให้อภัยบุคคลเหล่านั้นได้ --------------------------------------------------------------------------------------------- ตอนที่ 2 เรื่องสองครั้งเสมอ (ควรอ่านตั้งแต่ตอนที่ 1)
ผมไม่ใช่ดาราเรื่องราวของผมบางคนอาจไม่อยากรับรู้ก็ได้ ผมยังอยากให้ผู้อ่านช่วยอ่านนิดหนึ่งก่อนเพราะอยากให้เรียนร ู้และเข้าใจชีวิตผู้เขียนมากขึ้น
ในสมัยเด็กของผมนั้นชอบมีคนถามเสมอว่าคนที่คุยกับผมด้วยคุยอะไรบ้าง เด็กอย่างผมไม่เข้าใจว่าเวลาคุยกับใคร ทำอะไร ทำไมชอบมีคนถาม และมีคนชอบสอนสองครั้งเสมอ บางทีคนเดียวกันแต่สอนไม่เหมือนกันเช่นพี่สาวผม
ตอนแรกสอนว่าเวลาทานข้าวควรจะทานเหลือกับข้าวไว้ เด็กอย่างผมเข้าใจแล้วแต่เวลาไม่นานพี่สาวผมสอนอีกว่ายังมีคนมากมายที่หิวโหย ฉะนั้นเวลาทานข้าวควรจะทานให้หมดอย่าให้เหลือ เวลาที่ผมทานข้าวผมก็เชื่อตามที่สอนคือทานให้หมดทั้งข้าวและกับข้าว ปรากฏว่าพี่สาวผมว่าผมอีก หาว่าสอนแล้วไม่จำทำให้ผมงงมาจนถึงปัจจุบัน
ส่วนที่บอกว่ามีคนเข้ามาถามเสมอว่าคุยอะไรบ้าง เพราะในวัยเด็กนั้นมักมีคนแถวบ้านหรือคนแปลกหน้าเข้ามาคุยเสมอ ซึ่งผมไม่เข้าใจเหมือนกันว่าคนที่คุยด้วยเป็นใคร แถมชอบบอกอะไรแปลกๆเช่นมีสาวใส่ชุดไทยคนหนึ่งเดินมาหาแล้วบอกว่า"ท่านจะทำลายศาสนาพุทธ คุณต้องช่วยศาสนาพุทธด้วย"
เขื่อหรือไม่ สาวใส่ชุดไทยหายไปต่อหน้าต่อตาผู้เขียน และมีคนแถวบ้านชอบเดิมเข้ามาถามว่าผมคุยกับใคร โดยคนแถวบ้านชอบกล่าวหาว่าผมบ้า อันนี้วิเคราะห์ว่าคนแถวบ้านคงเห็นผมคุยคนเดียวเลยหาว่าบ้ามากกว่า โดยคนแถวบ้านมักให้ผมคุยแบบเดิมด้วยการนำผู้หญิงอีกคนให้คุยเหมือนที่เล่าไป
สรุปก็คือ ผมมักจะทำเหตุการณ์เหมือนเดิมสองครั้งเสมอ เพราะอะไร?
ตรงนี้วิเคราะห์แล้วว่าจากตอนที่ 1 ผมพูดว่า"อยากเป็นกษัตริย์" ฉะนั้นผมจะถูกทำแบบกษัตริย์คือ "ถูกจดบันทึกไว้หมดว่าทำอะไรบ้าง เนื่องจากเหตุการณ์ของผมชอบคุยกับคนที่มองไม่เห็น ฉะนั้นต้องมีการทำเหมือนเดิมอีกครั้งเพื่อบันทึก" ไม่รู้ว่าผู้อ่านพอเข้าใจไหม เรื่องนั้นไม่สำคัญสิ่งที่สำคัญคือผู้หญิงใส่ชุดไทยบอกว่าท่านจะทำลายศาสนาพุทธ
ท่านที่โดนกล่าวหมายถึงใคร? ผมไม่เข้าใจเหมือนกัน?
ยังมีเหตุการณ์ทำนองนี้อีก ช่วงที่ผมได้ดูวีดีโอเรื่องเจ้าแม่กวนอิม ตอนที่องค์ราชาตกนรกนั้นมีคนแถวบ้านอยู่ๆเข้ามาในบ้านผมแล้วพูดว่า"เห็นแล้วใช่ไหม องค์ราชาตกนรกได้" คนแถวบ้านพูดอะไรอีกเยอะแต่ผมในตอนนั้นเป็นเด็กขี้สงสัย จีงถามไปว่า"พี่เข้ามาบ้านคนอื่นได้อย่างไร"
พี่คนนั้นวิ่งออกไปโดยมีเด็กอย่างผมวิ่งตาม ปรากฏว่า"พี่คนนั้นค่อยๆหายไปต่อหน้าต่อตา" ผมไม่ได้ดูหนังมากแล้วเอามาจินตนาการ ถึงบอกไงเล่าไปใครจะเชื่อผม ยังมีคนแถวบ้านอีกคนเข้ามาคุยกับผมแล้วหาว่าเด็กอย่างผู้เขียนขี้โกหก ผมตอบไปว่าเห็นจริงๆ ในที่สุดพี่คนแถวบ้านให้ทำแบบที่ผมเล่ากับคนอื่นอีกครั้ง (บางคนสงสัยว่าบ้านผู้เขียนฐานะดีหรือไม่ สมัยเด็กผมไม่ค่อยรู้เรื่องว่าอะไรคือรวยหรือจน แต่รู้ว่าเมื่อจำความได้ก็มีทีวีแล้ว เชื่อหรือไม่ ผมยังจำเรื่องเปาบุนจิ้นบางตอนได้เพราะสมัยก่อนเคยฉายไปแล้ว)
เรื่องแบบนี้ผู้เขียนเจอบ่อยมากในสมัยเด็กและยังมีอีกเช่น
*** พบบุคคลที่อ้างว่าตนคือพระเยซู*** สมัยเด็กผมวิ่งเล่นเหมือนเด็กทั่วไป เอาอีกแล้วเล่นๆอยู่มีบุคคลหนึ่งเดินเข้ามา บุคคลแปลกหน้า : "คุณไม่เชื่อพระเจ้าหรือ" ผู้เขียน : "ไม่เชื่อ ผมเชื่อพระพุทธเจ้าเท่านั้น" บุคคลแปลกหน้า : "พระเจ้ามีจริง ผมลงมาเองผมคือพระเยซู" ผู้เขียน : "ผมไม่เชื่อพระเจ้า พระเจ้าไม่มีจริง" บุคคลแปลกหน้า : "คุณดื้อจริงๆ ผมคือพระเยซู" (ตอนนั้นผมไม่รู้จักว่าพระเยซูคือใคร แต่พระเจ้าพอรู้ว่าเกี่ยวกับศาสนาคริสต์)
บุคคลแปลกหน้า : "อนาคตคุณศรัทธาพระเจ้า" (บุคคลแปลกหน้าร้องไห้ขึ้นมา ผมยังงงเลยว่าทำไมคุยอยู่ดีๆถึงร้องไห้) บุคคลแปลกหน้า : "ผมสงสารคุณแต่คุณบอกว่าอดีตต้องปล่อยให้เดินไป" (ยังพูดทำนองว่าให้ผมอดทนแล้วบุคคลแปลกหน้าเดินจากไป)
เอาอีกแล้วคนแถวบ้านเดินเข้ามาหา ถามอีกล่ะคุยกับใคร ผมก็เล่าไป คนแถวบ้าน : "คุณล้อเลียนพระเยซู" ผมไม่โต้ตอบเพราะงง ผมไม่เข้าใจสิ่งที่คนแถวบ้านพูดเพราะผมไม่รู้จักพระเยซูสักหน่อย แต่ที่รู้คนแถวบ้านให้ผมคุยกับอีกคนแบบที่ผมเล่าอีกครั้ง หลังจากนั้นจำไม่ได้เหมือนกันว่าช่วงเวลาห่างกันนานแค่ไหน มีคนในบ้านผมเปิดวีดีโอหรือทีวีฉายให้ดู (ไม่แน่ใจ)
ตอนที่ดูนั้นเป็นภาพพระเยซูกำลังถูกเฆี่ยนตี คนในบ้าน : "นี่คือพระเยซูรู้จักแล้วใช่ไหม" ผู้เขียน : "รู้จักแล้ว" คนในบ้าน : "มึงล้อเลียนพระเยซูยังไม่สารภาพอีก โดนหนักแน่มึง" (ผมจำไม่ได้ว่าคนในบ้านพูดอะไรบ้าง แต่ตอนนั้นน่ากลัวมากสำหรับเด็กอย่างผม)
(ผมยังเด็กไม่เข้าใจคำพูดของคนที่บ้านพูด อีกอย่างยังงงว่าผมล้อเลียนอะไร แต่สิ่งหนึ่งที่แปลกไปคือคนในบ้านที่กำลังพูดขู่ผมอยู่ๆเปลี่ยนบุคคลิกไป) คนในบ้าน : "ผมมาเอง คุณเห็นแล้วใช่ไหมคนพวกมากรังแกคนที่คิดว่าอ่อนแอกว่า แท้จริงแล้วพระเยซูมีเรื่องของการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง พวกเขากลัวพระเยซูจะมีอำนาจเหนือกว่าผู้ปกครอง ดังนั้นคนพวกนั้นต้องแสดงให้เห็นว่าอยู่เหนือกว่าพระเยซู แต่จริงๆแล้วในใจพวกเขากลัวพระเยซู แล้วคุณจะโดนแบบนี้เหมือนกัน ช่วยอดทนหน่อย"
ผมไม่รู้ว่าสิ่งที่ได้พบได้เห็นคืออะไร ทำไมคนในบ้านผมเป็นคนสองบุคคลิกหรือไม่ (หมายถึงคนเรามีการเปลี่ยนพฤติกรรมหรือลักษณะเปลี่ยนไปจากเดิมที่ไม่ใช่ลักษณะปกติของตัวเอง โดยที่ตัวเองก็ไม่รู้ตัวเหมือนกัน) แต่สิ่งหนึ่งที่คนที่อ้างว่าเป็นพระเยซูพูดถูกคือ
1.ในอนาคตผมศรัทธาพระเจ้า 2.ตัวผมโดนบีบรังแกโดยไม่มีใครช่วยเหลือ (ตอนอยู่ธนาคารไทยพาณิชย์ SCB) ถึงอย่างไรผมยังไม่ถึงครึ่งของพระเยซู
ตอนนี้ผมผ่านมาแล้ว ถ้าผมจะโดนแบบเดิมเหมือนตอนอยู่ธนาคารไทยพาณิชย์ SCB อีกครั้งก็ไม่เป็นไร และในปัจจุบันหรืออนาคตกาลผมขอยืนยันว่าสิ่งที่ผ่านมาในอดีตนั้น เป็นไปได้ผมไม่อยากเจอ แต่ถ้าผ่านมาแล้วผมขอให้อดีตเป็นเหมือนที่มันเคยเป็น
นอกจากมีบุคคลที่อ้าง(หรือเปล่า)ว่าเป็นพระเยซูแล้ว ในชีวิตผมได้พบบุคคลที่อ้างว่าเป็นบุคคลสำคัญอีก โดยเรียงตามอักษรดังนี้ 1.เจ้าแม่กาลี 2.เทพเจ้ากวนอู 3.พระพุทธเจ้า 4.พระวิษณุ จากประสบการณ์ทำให้ผมพอเข้าใจเรื่องคนทรงอยู่บ้าง และเหตุการณ์นี้ผมไม่แน่ใจว่าบุคคลที่พบนั้นเป็นของจริง หรือเป็นบุคคลอื่นที่ต้องการแกล้งผมเพื่อต้องการอะไรบางอย่าง(เรื่องจิตวิทยา) ผมต้องขอให้ผู้อ่านช่วยวิเคราะห์และแกะรอยความทรงจำพร้อมผมด้วย
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ถ้าคุณชอบบทความนี้ ช่วยอ่านบทความในเวปนี้ด้วยครับ มีลิงค์บทความให้อ่านอีกมากมาย http://scbbadth.tripod.com หรือ http://www.geocities.com/scb100yr หรือ http://board.dmisc.com/talktome และ http://my.dek-d.com/madeinthailand เหมือนกันหมดครับ -------------------------------------------------------------------------------- ตอนนี้ผมว่างงาน ผมทำงานหรือใช้ชีวิตทำงานแบบปกติไม่ได้เพราะธนาคารไทยพาณิชย์ ผมเลยคิดว่าอยากเขียนบทความ เรื่องสั้น นิยาย นิทาน หากผู้ใดอ่านแล้วชื่นชอบแล้วอยากซื้อ เหมือนเราซื้อหนังสือ แต่เปลี่ยนจากหนังสือเป็นเว็บแทน ยินดีรับเงินจากผู้อ่านตามนี้ครับ หรือใครอยากอ่านเฉยๆไม่อยากให้เงิน ผมก็ยินดีเพราะของฟรีมีในโลกครับ ขอให้อ่านก็พอ
ขอยืนยันอีกครั้งว่านี้ไม่ใช่การบริจาคหรือขอเงินแต่เป็นการใช้สมองของผู้เขียนขายบทความทางเว็บเท่านั้น
แก้ไขเลขที่บัญชีใหม่ ธนาคาร ไทยธนาคาร สาขา ย่อยจักรวรรดิ เลขที่บัญชี 068-2-04705-4 ชื่อไทย นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์ ชื่ออังกฤษ MR.NOBNUTPONG SURIYAROJ
ผมจะไม่ฆ่าตัวตายและชีวิตผมไม่ชอบแช่งใคร เพราะมีคนเคยสอนว่าไม่ดี แต่วันนี้ผมขอสาปแช่งว่า ผู้ใดที่กระทำให้ นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์ เป็นผู้ที่ลำบากกายหรือลำบากใจอย่างปัจจุบันนี้ ในทางตรงหรือทางอ้อม หรือ เบื้องหน้าหรือเบื้องหลัง โดยมีเจตนาหรือไม่มีเจตนาแต่รู้ตัวก็ตาม โดยไม่รับผิดชอบหรือวางเฉยและไม่บอกกล่าวให้นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์ได้รับทราบตลอดไป ผมขอให้ผู้นั้นทั้งตระกูลพินาศและขอให้ธนาคารไทยพาณิชย์พินาศด้วยเช่นกัน
* ผมเปิดให้แสดงความคิดเห็นได้ครับ แต่อย่าลงรูปนะครับเพราะจะทำให้การดึงข้อมูลช้าได้
|
|