|
madeinthailand
Forum Admin
 149 Posts |
Posted - Jun 01 2008 : 03:59:57
|
เรื่องจริงถูกเขียนโดย นบณัฐพงศ์ (ธีรวุฒ คือชื่อเดิม)
30 พฤษภาคม 2550
ตอนแรกผู้เขียนไม่แน่ใจว่าจะเขียนบทความนี้ดีไหม เพราะพิจารณาว่าบทความนี้ผู้เขียนอาจหมิ่นเหม่ต่อบุคคลอื่น และอาจทำให้ความน่าเชื่อถือของผู้เขียนน้อยลงหรือไม่น่าเชื่อถือเลย เรื่องราวของผู้เขียนในบทความนี้เคยบอกเล่าแก่บุคคลที่อยู่ในธนาคารไทยพาณิชย์ SCB หมดแล้ว แต่บุคคลเหล่านั้นยังไม่รับผิดชอบผู้เขียน ทำให้ผู้เขียนรู้สึกรังเกียจเดียดฉันท์ประเทศไทยมาก ถึงอย่างไรผู้เขียนยังไม่หนีไปไหน ผมจึงขอเขียนเรื่องราวทั้งหมดให้ผู้อื่นได้รับทราบและผู้เขียนไม่มีวันให้อภัยบุคคลเหล่านั้นได้ ---------------------------------------------------------------------- ตอนที่ 4 เรื่องผู้โชคดี (ควรอ่านตั้งแต่ตอนที่ 1)
ในสมัยเด็กผมชอบอ่านหนังสือพิมพ์ แรกเริ่มดูแต่ภาพการ์ตูนอย่างผู้ใหญ่มากับทุ่งหมาเมินและที่จำได้คอลัมที่เขียนเป็นลายมือเกี่ยวกับการเกษตร ปัจจุบันยกเลิกคอลัมนี้ไปตั้งนานแล้ว ตอนนี้ผมเลิกอ่านหนังสือพิมพ์ไทยรัฐไปแล้วด้วยเหตุผลส่วนตัว
* ตอนป.5 ผมจำได้ว่าโรงเรียนเยาวลักษณ์วิทยา ธนบุรีมีเจ้าชายจากประเทศเกาหลีมาหาด้วยเรื่องอะไรไม่ทราบ ผมจำไม่ได้และไม่แน่ใจว่าลงทางทีวีหรือไม่ แต่สิ่งหนึ่งคือผมได้พบกับเด็กคนหนึ่ง เราทะเลาะกันเรื่องน้ำซุป (ไร้สาระ)
เด็กที่ผมเจอจะมีผู้ใหญ่คอยแปลภาษาให้ เด็กที่เจอ : "ลองกินน้ำซุปนี้ดู" ผู้เขียน : (ผมทานน้ำซุปกลิ่นมันเหมือนเต้าเจี้ยว สมัยเด็กไม่รู้ว่าเต้าเจี้ยวใส่น้ำซุปทานได้) "ใส่เต้าเจี้ยวด้วยแกงเต้าเจี้ยวหรือเปล่า" เด็กที่เจอ : "ไม่ใช่แกงเต้าเจี้ยวและไม่ได้ใส่เต้าเจี้ยว" ผู้เขียน : "แกงใส่เต้าเจี้ยวก็ต้องเรียกแกงเต้าเจี้ยว แกงใส่เต้าหูก็ต้องเรียกแกงเต้าหูสิ" (ผู้เขียนโต้เถียงกลับโดยมีผู้ใหญ่คอยแปล)
ถ้าจำไม่ผิดเด็กหันไปถามผู้ใหญ่คนหนึ่ง คุยกันอยู่พักหนึ่ง เด็กที่เจอ : "นายชนะ"
* ตอนป.6 โรงเรียนเยาวลักษณ์วิทยามีเจ้าชายจากประเทศมาเลเซียมาหา ผมไม่แน่ใจว่าได้คุยกับเจ้าชายโดยตรงหรือเป็นเงาเจ้าชายเพราะคุยภาษาไทยโดยตรง ผมเป็นเด็กเล่นไปตามประสาไม่ค่อยสนใจหรอกว่าจะเป็นเจ้าชายหรือไม่ แต่มีช่วงหนึ่งมีเด็กคนหนึ่งเข้ามาใหม่พร้อมกับเด็กคนอื่นๆอีกในห้องเรียนของผู้เขียน ซึ่งเด็กใหม่คนนี้ท่าทางจะถูกใจผมมาก เด็กที่เจอ : "ผมอยากให้คุณไปอยู่กับผมที่มาเลเซีย" ผู้เขียน : "เราจะไปได้ไงเรามีครอบครัวที่เมืองไทย"
รู้สึกเด็กที่เจอผมวิเคราะห์ว่าต้องเป็นเจ้าชายเพราะเด็กที่เจอบอกกับผมประโยคหนึ่งว่า
เด็กที่เจอ : "นายรู้ไหมผมยืนจุดนี้สิ่งที่ผมอยากได้ที่สุดคืออะไร เด็กอย่างนายไม่เข้าใจหรอก" ผู้เขียน : (เด็กอย่างผมไม่เข้าใจเพราะงงแต่ไม่ได้ตอบอะไร) เด็กที่เจอ : "เพื่อน ผมอยากมีเพื่อน" ผู้เขียน : "เราก็เป็นเพื่อนกัน" (ตอนนั้นผมโดนปิดความลับว่าเด็กที่คุยเป็นเจ้าชายเพราะถ้ารู้แล้วจะไม่กล้าคุย)
แล้วเจ้าชายเล่นกับผมอยู่พักหนึ่ง ท่าทางเจ้าชายอยากให้ผมไปอยู่ให้ได้ จนช่วงหนึ่งผมโดนผู้ใหญ่เขียนบทให้ ผู้ใหญ่ : "เดี๋ยวมีคนถามน้องว่าเกิดวันเดือนอะไร ตอบตามนี้นะ" ผู้เขียน : (พยักหน้าเข้าใจ)
เด็กที่เจอ : "นายเกิด วัน เดือนอะไร" ผู้เขียน : "วัน xx เดือน xx" (พูดตามบทที่ผู้ใหญ่แนะนำ) เด็กที่เจอ : "นายเป็นคนแบบนี้เหรอ"
รู้สึกเจ้าชายโมโหที่ผมโกหกตั้งแต่เด็กแต่เด็กอย่างผมไม่รู้เรื่อง เจ้าชายโมโหจนบอกความลับอย่างหนึ่งกับผม เด็กที่เจอ : "ผมกับสิงคโปร์เราแกล้งทะเลากัน คุณรู้ความลับคุณต้องอยู่กับผม"
ผมบายเบี่ยงเพราะบอกว่าผมอยู่กับแม่อยู่กับครอบครัว ซึ่งตอนนั้นผมอยู่พี่สาวแม่ เจ้าชายคงชอบผู้เขียนมากหรืออยากจะเอาผมเป็นของเล่นราคาแพงก็ได้ เจ้าชายโทรศัพท์คุยกับใครไม่รู้ต่อหน้าผม คุยเรื่องราคาซื้อขายผมจำราคาได้เป็นจำนวนล้านบาทแต่จำตัวเลขไม่ได้ เจ้าชายโมโหเด็กขี้โกหกอย่างผมเพราะคนพวกนั้นถูกสอนให้จับผิด(อยู่แต่สังคมที่ไม่ไว้ใจใคร)
เด็กที่เจอ : "นายเป็นทาสผมแล้วผมจะทำอะไรนายก็ได้" ผู้เขียน : "ทาสไม่มีแล้วเลิกตั้งแต่ร.5แล้ว" เด็กที่เจอ : "นายเนี้ยเด็กเนอะ เรามีพันธสัญญากับประเทศไทย"
ผมย้อนกลับไปว่าพันธสัญญาอะไรกับประเทศไทย น่าสนใจมาก ผมวิเคราะห์เข้าใจว่าประเทศไทยคงมีข้อตกลงอะไรบางอย่างที่ให้พวกประเทศอื่นทำอะไรกับประชาชนในประเทศไทยอะไรก็ได้ เพื่อแลกกับความเป็นไทที่คอยกรอกใส่หูใส่ประชาชน
บทเรียนนี้จึงสอนให้รู้ว่าอย่าประมาท เจ้าชายคิดว่าผมเด็กเลยกล้าพูดเรื่องซื้อขายต่อหน้าผมด้วยความโมโห ส่วนประเทศชาติหมาอย่างประเทศไทยทำตัวสกปรก ใครอยากได้ใครในประเทศนี้ก็ซื้อขายกันตามสบาย ผมอยากให้ผู้อ่านคิดนะครับเจ้าชายจะโทรหาใครเป็นพ่อแม่ผู้เขียนได้ไง ผมคิดหลายตลบต้องเป็นราชวงศ์ไทยเท่านั้น
เด็กประมาณป.3 ปกป้องตัวเองไม่ได้และเด็กป.5 ป.6 ก็ยังปกป้องตัวเองไม่ได้เช่นกัน องครักษ์หรือผู้ติดตามไม่ว่าคนไทยหรือไม่ ต่างไม่กล้าที่จะห้ามในสิ่งที่ควรจะทำ แต่กลับกลัวโดนฆ่าเลยยืนมองเจ้าชายประเทศต่างๆรังแกเด็กที่ไม่มีอาวุธอะไรเลย
ผมอยากไปจากประเทศชาติหมาอย่างประเทศไทยนี้เสียที แต่ถ้าจะไปต้องไปอย่างสบายเพราะผมจะไม่ทำงานอีกแล้วเพราะกลัวพวกหน้าซื่อใจคด เดี๋ยวมันจัดฉากทำเป็นบังเอิญเจอหรือไม่พยายามบีบบังคับทางอ้อมให้ไปอยู่กับคนพวกนั้น (นี้ล่ะครับมันไม่ได้ซื้อขายตรงๆ มันเล่นซื้อขายอ้อมๆแล้วสร้างสถาณการณ์ให้คุณเดินไปอยู่กับพวกที่ซื้อคุณ)
ผมไม่อยากเป็นทาสใครทั้งนั้นไม่ว่ากษัตริย์ ผู้นำตามประเทศต่างๆหรือแม้แต่ชะตากรรม
ผมจำได้ครูใหญ่โรงเรียนเยาวลักษณ์เคยบอกว่า "โรงเรียนเราโชคดีที่มีเจ้าชายมาหาถึงสองคน"
แต่สำหรับผมโชคดีกว่าเพราะในวัยประถมเจอเจ้าชาย 4 คน จะบอกว่าผมมีบุญหรือเปล่า ผมคิดว่าเป็นเวรกรรมมากกว่าที่เจอคนพวกนั้น เด็กที่ถูกเอาแต่ใจอยากได้อะไรก็ต้องได้ อีกอย่างถ้าศึกษาเรื่องประวัติศาสตร์จะรู้ได้ทันทีเลยว่าเพื่อนในสมัยฮ่องเต้ถูกฆ่าหมดเพราะต้องการรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของฮ่องเต้ ถ้าเพื่อนที่โตมาด้วยกันจะมองเจ้าชายเป็นคนธรรมดาและไม่เกรงใจกัน ฉะนั้นต้องฆ่าเพื่อความขลังและศักดิ์สิทธิ์
อยากให้คิดนะครับเด็กที่โดนกระทำว่ายังไงต้องโดนฆ่าเพื่อปิดความลับจะโดนกระทำถึงขนาดไหน?
อันนี้ต่างหากที่ผมถือว่าเป็นความโชคดี (ผมจำไม่ได้ว่าอยู่ ป.อะไร) ผู้ใหญ่ : "คนเราเหาะได้ไม่เชื่อลองกระโดดตึกดูสิ เห็นดูรายการทางทีวี"(เกี่ยวกับยอดมนุษย์) ผู้เขียน : "คนเราเหาะได้ที่ไหนกัน" ผู้ใหญ่ : "เหาะได้จริงๆ ไม่เชื่อลองกระโดดจากตึกดู" ผู้เขียน : "มีคนกระโดดตึกลงมาตายแล้ว ข่าวก็มีลง" (ผมจำไม่ได้ว่าทีวีหรือหนังสือพิมพ์)
ผมโดดเขย่าจากผู้ใหญ่ให้กระโดนตึกแต่เด็กอย่างผมรอดมาได้เพราะความรู้ที่ได้อ่านหนังสือพิมพ์หรือทีวี อันนี้ล่ะครับที่ผมเรียกว่า "โชคดี"
* ผมวิเคราะห์แล้วว่าทำไมผู้ใหญ่ถึงให้ผมกระโดดตึกอาจจะเป็นเพราะว่าผมดูการ์ตูน ผมโดนพวกเจ้าชายมันแอบติดตามดูพฤติกรรมก็เลยอยากแสดงให้เจ้าชายดูว่า คนที่บ้าการ์ตูนจนทำให้แยกโลกจริงกับโลกแฟนตาซีไม่ออกเป็นอย่างไร พวกเจ้าชายเห็นผมดูการ์ตูนเลยอยากดูมั้ง พวกองครักษ์คงอยากให้ผมเป็นตัวอย่างว่าพวกที่ดูการ์ตูนมันมีชีวิตเป็นอย่างไร ขอบอกว่าสุดยอดมากกกกกกกก*
ตอนต่อไปผมยังโดนเจ้าชายเขย่าให้คิดเป็นผู้วิเศษ คนศักดิ์สิทธิ์และใส่ความคิดบางอย่างให้เช่น เด็กที่เจอ : "นายเป็นเจ้าชาย" ผู้ใหญ่ : "มึงต้องเป็นบ้าแน่" (พวกนี้ก็หัวเราะกัน) อยากให้อ่านนะครับ
------------------------------------------------------------------------------- ถ้าคุณชอบบทความนี้ ช่วยอ่านบทความในเวปนี้ด้วยครับ มีลิงค์บทความให้อ่านอีกมากมาย http://scbbadth.tripod.com หรือ ้http://www.geocities.com/scb100yr หรือ http://board.dmisc.com/talktome และ <http://my.dek-d.com/madeinthailand เหมือนกันหมดครับ> -------------------------------------------------------------------------------- ตอนนี้ผมว่างงาน ผมทำงานหรือใช้ชีวิตทำงานแบบปกติไม่ได้เพราะธนาคารไทยพาณิชย์ ผมเลยคิดว่าอยากเขียนบทความ เรื่องสั้น นิยาย นิทาน หากผู้ใดอ่านแล้วชื่นชอบแล้วอยากซื้อ เหมือนเราซื้อหนังสือ แต่เปลี่ยนจากหนังสือเป็นเว็บแทน ยินดีรับเงินจากผู้อ่านตามนี้ครับ หรือใครอยากอ่านเฉยๆไม่อยากให้เงิน ผมก็ยินดีเพราะของฟรีมีในโลกครับ ขอให้อ่านก็พอ
ขอยืนยันอีกครั้งว่านี้ไม่ใช่การบริจาคหรือขอเงินแต่เป็นการใช้สมองของผู้เขียนขายบทความทางเว็บเท่านั้น
แก้ไขเลขที่บัญชีใหม่ ธนาคาร ไทยธนาคาร สาขา ย่อยจักรวรรดิ เลขที่บัญชี 068-2-04705-4 ชื่อไทย นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์ ชื่ออังกฤษ MR.NOBNUTPONG SURIYAROJ
ผมจะไม่ฆ่าตัวตายและชีวิตผมไม่ชอบแช่งใคร เพราะมีคนเคยสอนว่าไม่ดี แต่วันนี้ผมขอสาปแช่งว่า ผู้ใดที่กระทำให้ นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์ เป็นผู้ที่ลำบากกายหรือลำบากใจอย่างปัจจุบันนี้ ในทางตรงหรือทางอ้อม หรือ เบื้องหน้าหรือเบื้องหลัง โดยมีเจตนาหรือไม่มีเจตนาแต่รู้ตัวก็ตาม โดยไม่รับผิดชอบหรือวางเฉยและไม่บอกกล่าวให้นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์ได้รับทราบตลอดไป ผมขอให้ผู้นั้นทั้งตระกูลพินาศและขอให้ธนาคารไทยพาณิชย์พินาศด้วยเช่นกัน
* ผมเปิดให้แสดงความคิดเห็นได้ครับ แต่อย่าลงรูปนะครับเพราะจะทำให้การดึงข้อมูลช้าได้
|
|