|
madeinthailand
Forum Admin
 149 Posts |
Posted - Jun 01 2008 : 04:00:46
|
เรื่องจริงถูกเขียนโดย นบณัฐพงศ์ (ธีรวุฒ คือชื่อเดิม) 15 มิถุนายน 2550 ตอนแรกผู้เขียนไม่แน่ใจว่าจะเขียนบทความนี้ดีไหม เพราะพิจารณาว่าบทความนี้ผู้เขียนอาจหมิ่นเหม่ต่อบุคคลอื่น และอาจทำให้ความน่าเชื่อถือของผู้เขียนน้อยลงหรือไม่น่าเชื่อถือเลย เรื่องราวของผู้เขียนในบทความนี้เคยบอกเล่าแก่บุคคลที่อยู่ในธนาคารไทยพาณิชย์ SCB หมดแล้ว แต่บุคคลเหล่านั้นยังไม่รับผิดชอบผู้เขียน ทำให้ผู้เขียนรู้สึกรังเกียจเดียดฉันท์ประเทศไทยมาก ถึงอย่างไรผู้เขียนยังไม่หนีไปไหน ผมจึงขอเขียนเรื่องราวทั้งหมดให้ผู้อื่นได้รับทราบและผู้เขียนไม่มีวันให้อภัยบุคคลเหล่านั้นได้ ---------------------------------------------------------------------- ตอนที่ 5 เรื่องต้องศักดิ์สิทธิ์ (ควรอ่านตั้งแต่ตอนที่ 1) การเป็นกษัตริย์นั้นต้องดำรงไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ ฉะนั้นกษัตริย์พูดเล่นไม่ได้ เจ้าชายเจ้าหญิงหรือพวกขุนนางจะถูกสอนให้เป็นคนที่มีความน่าเชื่อถือ ต้องดูดี นั่งตัวตรง พูดจาซี้ซั้วไม่ได้ ตัวผมเองก็เช่นกันเพราะพูดไว้ตั้งแต่แรกว่า"อยากเป็นกษัตริย์" ทำไมเด็กอย่างผมถึงได้เกี่ยวข้องกับคนชั้นสูง ทั้งๆที่ผมเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา เหตุผลเดียวง่ายมาก ถ้าผู้อ่านอ่านติดปีกการเมืองเรื่องชาวบ้าน เกิดอะไรกับสังคมอเมริกัน ตอนพงศ์พันธุ์สังคม ผมสรุปเรื่องการมองคนเป็นลำดับชั้น ผมไม่ได้จินตนาการเขียนขึ้นมาเอาเอง สมัยเรียนประถม เคยดูนิทานเรื่องต้นไม้ใหญ่โดนลมพายุ แล้วถูกพายุพัดจนต้นไม้โค่นตายไป ซึ่งไม่เหมือนต้นหญ้าที่ไหวตามลมแต่ยังอยู่ได้ ผู้ใหญ่สอนให้เด็กอย่างผมรู้จักมีชีวิตรอด สมัยเรียนมัธยม ผมโดนใส่ความคิดเรื่องลำดับชั้นของมนุษย์ อาจารย์สอนว่าถ้าคนใหญ่รังแกเรา เราโต้ตอบไม่ได้ ต้องระบายกับผู้ที่เล็กกว่าเราหรือลูกน้องเรา สมัยเรียนมหาวิทยาลัย อาจารย์คนหนึ่งสอนว่าคนเราแข็งเกินไปไม่ได้ ต้องรู้จักเป็นต้นหญ้าที่ไหวไปตามกระแสลม ไม่งั้นเราอยู่ไม่ได้ อันนี้ต้องขอโทษจริงๆผมเป็นคนดื้อ อาจารย์ที่สอนนั้นเป็นคนน่ารัก ตอนนี้โตขึ้นมาผมรู้แล้วว่าอาจารย์คงโดนอิทธิพลบีบให้พูดให้สอนผู้เขียนแบบนั้น แต่ผมไม่กลัวอิทธิพลเพราะผมรู้ว่าชีวิตหลังความตายมีจริงแน่นอน ผมไม่โกรธอาจารย์และเข้าใจจริงๆว่าผู้ที่โดนอิทธิพลบีบนั้นเป็นอย่างไร
เรากลับมาต่อครับ เจ้าชายหรือเจ้าหญิงโดนสังคมคาดหวังไว้มาก พวกเขาเหล่านั้นโดนกดดันเพราะจะทำอะไรถูกจับตามองตลอด ไม่ว่าจากสื่อมวลชน ประชาชน จนสุดท้ายพวกเขาเครียดต้องหาทางระบายกับคนที่คิดว่าไม่มีคุณค่าอะไร อย่างเช่นพวกผู้ร้ายฆ่าคนตาย พวกยากจนที่อาศัยอยู่ตามข้างถนน หรือเด็กปากดีอย่างผม
เด็กปากดีอย่างผมจึงเป็นลำดับสุดท้ายที่พวกเขาจะระบายความเก็บกด แน่นอนคนที่พวกเขาแกล้งต้องแกล้งคนเลว คนไม่ดี พวกเขาคอยหาเรื่องผมเช่นเด็กที่เจอ(ผู้เขียนวิเคราะห์ว่าเป็นเจ้าชายมาเลเซีย)
เด็กที่เจอ : "นายลองพูดเสี่ยโอ" ผู้เขียน : "เสี่ยโอ"
ผมเคยพูดคำนี้ตอนป.6 เพราะเจ้าชายมาเลเซียอยากฆ่าผมเพราะไม่ตามใจเจ้าชาย เจ้าชายเลยหาทางฆ่าผมโดยไม่ลงมือด้วยตัวเองแต่ยืมดาบคนอื่นฆ่าแทน ด้วยการอัดเทปคอยหาเรื่องผม ผู้อ่านคงสงสัยว่าแค่คำว่าเสี่ยโอต้องเก็บมาคิดมากถึงขนาดคอยหาเรื่องผมตั้งแต่เด็กถึงโตด้วยหรือ ผมเป็นคนความจำดีเพราะความจำที่เกิดจากภาพหรือการกระทำจะจำได้ดีกว่าการอ่านหนังสือ
แท้จริงผมลืมเรื่องพวกนี้ไปหมดแล้วแต่ตอนทำงานธนาคารไทยพาณิชย์ SCB ผมโดนคนที่นั้นคอยถามเรื่องต่างๆของผม พยายามขุดคุ้ยเรื่องไร้สาระให้เป็นเรื่องขึ้นมาให้ได้ ผมไม่อยากเชื่อเลยว่าพวกขุนนางบางคนมันถูกสอนมาให้เป็นคนแบบนี้หรือ ผมไม่อยากเชื่อเลยจริงๆ ขอยกตัวอย่างเล็กๆน้อยๆขณะอยู่ธนาคารไทยพาณิชย์ SCB ผมนั่งรอรถไมโครบัสที่มักจอดที่ SCB เพื่อขึ้นรถไฟฟ้า ได้มีชายคนหนึ่งได้เดินมานั่งข้างๆผมตอนนั้นเป็นช่วงประมาณ 1 ทุ่มมั้งเพราะฟ้ามืดแล้ว แดน ดีทูบี : "ผมแดน ดีทูบี" (คุณอ่านไม่ผิดหรอก เขาบอกว่าเขาเป็นแดน D2B จริงๆ) ผู้เขียน : "เออ นายก็เหมือนแดนดีทูบีนะ" (ผมไม่ได้คิดว่าเป็นตัวจริงหรอกเพราะตัวจริงจะมานั่งคอยรถไมโครบัสเพื่อขึ้นรถไฟฟ้าทำไม) แดน ดีทูบี : "ผมแดน ดีทูบีจริงๆเดี๋ยวผมจะให้ลายเซนต์" ผู้เขียน : "นายจะเป็นแดนสองไม่มีใครว่านะ แต่เล่นปลอมให้ลายเซนต์เนี้ยมันเกินไป" แดน ดีทูบี : "ผมแดนจริงๆ คุณว่าแดนร้องเพลงไม่เพราะเหรอ" ผู้เขียน : "ผมว่าดีทูบีร้องเพลงไม่เพราะ" ...สักพักแดนโทรศัพท์หาใครไม่ทราบ...
แดน ดีทูบี : "ถ้าร้องไม่เพราะต้องทำยังไง" ผู้เขียน : "คุณยังต้องเรียนร้องเพลง ไปเรียนกับอาจารย์หลายๆคนเพราะแต่ละคนจะมีทริกไม่เหมือนกัน แล้วนำมาประยุกต์ให้เป็นตัวเราที่ดีที่สุด"
(ผมไม่ทราบแดน ดีทูบี คงโดนใครเป่าหูว่ามีคนด่าว่าร้องเพลงไม่เพราะอย่างเช่นผมไง เพราะตอนอยู่ธนาคารไทยพาณิชย์ผู้เขียนจำไม่ได้ว่าผมพูดหรือเปล่าว่าดีทูบีร้องเพลงไม่เพราะ แต่เข้าใจว่าธนาคารไทยพาณิชย์มันคงหาลูกค้าด้วยการพยายามเอาใจพวกคนมีเงิน ดารา นักการเมือง คนมีชื่อเสียงโดยให้กระทืบคนที่พวกมันคิดว่าไม่มีราคา มันเป็นพวกเก็บกด มักจะหลอนกลัวคนนู่นคนนี้ติว่าไม่ดีอย่างนู่นอย่างนี้ ผมขอบอกว่าถ้ากลัวมากกรุณาอย่ามาเป็นดารา ส่วนผมมีสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็น ผมยังยืนยันว่าดีทูบีร้องเพลงไม่เพราะ ยิ่งได้ประสบพบกับนิสัยที่ไม่ค่อยมีคนเห็นแล้วยิ่งมั่นใจว่าสันดานไม่ดี) แดน ดีทูบี : "นายว่าผมหล่อไหม" ผู้เขียน : "ผมว่าไม่หล่อแต่นายก็คล้ายแดนดีทูบีนะ" (ไอ้สันดานเลวมันคงโมโหมั้งว่าผมไม่ชมมันสักอย่าง ไม่ว่าหน้าตาหรือการร้องเพลง)
แดน ดีทูบี : "เดี๋ยวนายก็ตายแล้ว" ผู้เขียน : "แล้วทำไมผมต้องตาย" แดน ดีทูบี : "นายเป็นโรคร้าย" ผู้เขียน : ?? (งง ไม่เข้าใจแต่ไม่ได้สนใจอะไร สักพักรถไมโครบัสก็มาผมก็ขึ้นรถไป)
(ผมอาจจะโดนตัวปลอมมาหลอกก็ได้ แต่ถึงเป็นตัวปลอมก็เข้าใจว่าพวกธนาคารไทยพาณิชย์ SCB มันคงเล่นสนุก ผมเชื่อว่าคนที่ผมพูดคุยด้วยคือตัวจริง) คนพวกนี้มักคิดว่าตัวเองวิเศษ ผมเข้าใจว่าคงประมาณว่าถ้ามีดาราแอบเซอร์ไพส์แล้วผมต้องทำท่าดีใจ หรือประมาณเป็นปลื้มที่ชาตินี้เกิดมาได้พบดาราสันดานเลว ดาราบางคนทำตัวนิสัยให้ดูดี สร้างภาพว่าตัวเองใจดี มีเมตตา แต่จริงๆแล้วพวกเขาเก็บกดเพราะต้องแสดงเป็นคนดีตลอดเวลา จึงพยายามหาทางระบายกับคนที่คิดว่าทำอะไรก็ได้เช่นคนระดับล่าง คนที่ไม่มีฐานอำนาจใดๆที่จะโฆษณาความชั่วของตัวเองได้ ผมไม่เชื่อว่าผมจะโดนคนเดียว และไม่อยากให้สังคมไปคาดหวังคนพวกนั้นเป็นเทวดา พวกเขาจะทำอะไรมันก็เรื่องของพวกเขา จะกินข้าวข้างถนนมันก็เรื่องของพวกเขา ไม่งั้นพวกเขาเก็บกดต้องไประบายกับผู้อื่น
อันนี้คือตัวอย่างเล็กๆน้อยๆของประเทศนี้ หากใครอยากมีงานทำ อยากอยู่อย่างคนมีเงินต้องคอยฟังคำสั่งของผู้มีอำนาจ ผมรู้ว่าพวกเขาต้องเชือดไก่ให้ลิงดูว่าคนปากดีอย่างผมจะลงเอยแบบไหน ส่วนลูกน้องหรือดาราต้องคอยเอาใจนาย พวกเจ้าชายหรือเจ้าหญิงจึงไม่รู้ว่าจริงๆแล้วเรื่องที่ทำนั้นถูกต้องหรือไม่ ผมว่าสนุกดีหากพวกเขาไม่ฆ่าผม ผมขอเขียนบทความบทนี้ไปเรื่อยๆ สิ่งหนึ่งที่ผมมักโดนแกล้งคือพวกเขาไม่ให้ผมเป็นคนพูดเล่นเหมือนพวกเขา หากพูดเล่นเมื่อไร พวกเขาจะเอาสิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้นมาจริงๆให้ได้เช่น สมัยเรียนหนังสือประถม ผมแกล้งหยอกล้อเพื่อน เพื่อนผมชอบหยอกผมว่าเป็นผู้หญิงแต่ผมไม่ชอบ ผมจึงไม่ชอบคำว่าตุ๊ดซี่ บางครั้งผมก็แหย่กลับบ้าง ถ้าหากคำเหล่านี้พูดผ่านไปเลยมันก็คงดีแต่มันไม่ดีแน่ถ้าหากมีคนคอยเขย่าผม สมัยเรียนมัธยม เพื่อนผมคนหนึ่งถามผู้เขียนว่าเคยพูดประโยคนี้ไหม คำว่า"ไม่ชอบตุ๊ดซี่" ผมบอกว่าจำได้ สมัยเรียนมหาวิทยาลัย เพื่อนผมคนหนึ่งคอยถามผู้เขียนว่าเคยพูดประโยคนี้ไหม คำว่า"ไม่ชอบตุ๊ดซี่" ผมบอกว่าจำได้ แต่เพื่อนผมไม่เชื่อ ผมจึงบอกว่ายังจำได้เลยว่าแหย่คำนี้กับเพื่อนคนไหน เพื่อนผมถามชื่อเพื่อนที่ผมชอบแหย่ชอบแซว เมื่อผมชื่อเพื่อนออกมา ปรากฏว่าเพื่อนผมกล่าวหาว่าผมอ่านใจคนได้ ผมยังงงว่าเพื่อนมหาวิทยาลัยของผมเป็นอะไรไป สมัยทำงานธนาคารไทยพาณิชย์ เพื่อนผมคอยถามเรื่องนี้อีกแล้ว คำว่า"ไม่ชอบตุ๊ดซี่" ผมเป็นคนจำได้ว่าคุยอะไรกับใครบ้าง จึงชักสงสัยแล้วว่าทำไมมีแต่คนคอยย้ำเรื่องตุ๊ดซี่ๆๆ พวกเขาถามผมว่าเคยได้ยินข่าวเรื่องคนผิวดำถูกฆ่าตายหรือไม่ ผมตอบว่าจำได้เคยอ่านข่าวไทยรัฐ(ปัจจุบันเลิกอ่านไปแล้ว) จำได้มีข่าวหนึ่งที่ชาวอัฟริกันถูกฆ่าตาย แต่จำได้ว่าลงข่าวเล็กๆเอง ตัวผมไม่ได้สนใจสักเท่าไร ปัญหาคือพวกเขาจะเขย่าให้ผมเชื่อว่าถ้าผมพูดไม่ชอบใคร คนเหล่านั้นต้องตาย ผมไม่แน่ใจว่าพวกเขาเอาเรื่องบังเอิญมาเขย่าให้ผมคิดว่าคำพูดของผมศักดิ์สิทธิ์หรือไม่ หรือประเทศชาติหมามันเอาเรื่องที่พูดเล่นไปทำให้เกิดจริงๆ ผมไม่เชื่อว่าประเทศชาติหมาชาติเดียวจะมีความสามารถทำให้ชนเผ่าฮูตูฆ่าชนเผ่าตุ๊ดซี่ตายนับล้านศพในประเทศรวันดาได้ ต้องมีประเทศชาติหมามหาอำนาจอีกตัวเข้ารวมผสมด้วยแน่นอน ผมไม่รู้ว่าเป็นบังเอิญหรือมีคนคอยยุแหย่เพื่อให้พี่น้องทะเลาะกันหรือไม่ หากเป็นเรื่องบังเอิญก็แล้วไป หากเป็นเรื่องที่ถูกยุแหย่เพื่อความสนุกโดยเห็นชีวิตผู้อื่นไร้ค่า ผมของสาปแข่งให้พวกมันตกนรกไม่ได้ผุดได้เกิดและขอให้ชีวิตพวกมันอย่ามีความสุขตลอดไปเทอญ มันมีหลายเรื่องมากที่บังเอิญเกิดขึ้นเพราะผมพูดนู่นพูดนี้ มีคนคอยเขย่าผมและพยายามให้สิ่งที่ผมพูดเกิดขึ้นมาตลอด ผู้เขียนไม่ขอเล่าเพราะเล่าไปมันเป็นเรื่องที่เชื่อยาก แต่ที่แน่ๆกษัตริย์เวลาพูดอะไรต้องทำให้เกิดขึ้นจริงขึ้นมา พวกเขาถูกสร้างให้เป็นคนที่พูดอะไรต้องศักดิ์สิทธิ์เหมือนอย่างผมที่คอยโดนเขย่าตลอดเวลา ------------------------------------------------------------------------------- ถ้าคุณชอบบทความนี้ ช่วยอ่านบทความในเวปนี้ด้วยครับ มีลิงค์บทความให้อ่านอีกมากมาย http://scbbadth.tripod.com หรือ ้http://www.geocities.com/scb100yr หรือ http://board.dmisc.com/talktome และ http://my.dek-d.com/madeinthailand เหมือนกันหมดครับ -------------------------------------------------------------------------------- ตอนนี้ผมว่างงาน ผมทำงานหรือใช้ชีวิตทำงานแบบปกติไม่ได้เพราะธนาคารไทยพาณิชย์ ผมเลยคิดว่าอยากเขียนบทความ เรื่องสั้น นิยาย นิทาน หากผู้ใดอ่านแล้วชื่นชอบแล้วอยากซื้อ เหมือนเราซื้อหนังสือ แต่เปลี่ยนจากหนังสือเป็นเว็บแทน ยินดีรับเงินจากผู้อ่านตามนี้ครับ หรือใครอยากอ่านเฉยๆไม่อยากให้เงิน ผมก็ยินดีเพราะของฟรีมีในโลกครับ ขอให้อ่านก็พอ ขอยืนยันอีกครั้งว่านี้ไม่ใช่การบริจาคหรือขอเงินแต่เป็นการใช้สมองของผู้เขียนขายบทความทางเว็บเท่านั้น แก้ไขเลขที่บัญชีใหม่ ธนาคาร ไทยธนาคาร สาขา ย่อยจักรวรรดิ เลขที่บัญชี 068-2-04705-4 ชื่อไทย นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์ ชื่ออังกฤษ MR.NOBNUTPONG SURIYAROJ ผมจะไม่ฆ่าตัวตายและชีวิตผมไม่ชอบแช่งใคร เพราะมีคนเคยสอนว่าไม่ดี แต่วันนี้ผมขอสาปแช่งว่า ผู้ใดที่กระทำให้ นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์ เป็นผู้ที่ลำบากกายหรือลำบากใจอย่างปัจจุบันนี้ ในทางตรงหรือทางอ้อม หรือ เบื้องหน้าหรือเบื้องหลัง โดยมีเจตนาหรือไม่มีเจตนาแต่รู้ตัวก็ตาม โดยไม่รับผิดชอบหรือวางเฉยและไม่บอกกล่าวให้นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์ได้รับทราบตลอดไป ผมขอให้ผู้นั้นทั้งตระกูลพินาศและขอให้ธนาคารไทยพาณิชย์พินาศด้วยเช่นกัน * ผมเปิดให้แสดงความคิดเห็นได้ครับ แต่อย่าลงรูปนะครับเพราะจะทำให้การดึงข้อมูลช้าได้
|
|