talk2me
talk2me
Home | Profile | Register | Active Topics | Active Polls | Members | Private Messages | Search | FAQ
Username:
Password:
Save Password
Forgot your Password?





 All Forums
 โอ้ย......เรื่องเครียดจ้า
 หลังม่านประวัติศาสตร์
 ตอนที่ 6 เรื่องประชาธิปไตย
 New Topic  Reply to Topic
 Printer Friendly
Author Previous Topic Topic Next Topic  

madeinthailand
Forum Admin


149 Posts

Posted - Jun 01 2008 :  04:01:17  Show Profile  Visit madeinthailand's Homepage Send madeinthailand a Private Message  Reply with Quote
เรื่องจริงถูกเขียนโดย นบณัฐพงศ์ (ธีรวุฒ คือชื่อเดิม)

4 กรกฏาคม 2550

ตอนแรกผู้เขียนไม่แน่ใจว่าจะเขียนบทความนี้ดีไหม เพราะพิจารณาว่าบทความนี้ผู้เขียนอาจหมิ่นเหม่ต่อบุคคลอื่น และอาจทำให้ความน่าเชื่อถือของผู้เขียนน้อยลงหรือไม่น่าเชื่อถือเลย เรื่องราวของผู้เขียนในบทความนี้เคยบอกเล่าแก่บุคคลที่อยู่ในธนาคารไทยพาณิชย์ SCB หมดแล้ว แต่บุคคลเหล่านั้นยังไม่รับผิดชอบผู้เขียน ทำให้ผู้เขียนรู้สึกรังเกียจเดียดฉันท์ประเทศไทยมาก ถึงอย่างไรผู้เขียนยังไม่หนีไปไหน ผมจึงขอเขียนเรื่องราวทั้งหมดให้ผู้อื่นได้รับทราบและผู้เขียนไม่มีวันให้อภัยบุคคลเหล่านั้นได้
--------------------------------------------------------------------------------
ตอนที่ 6 เรื่องประชาธิปไตย (ควรอ่านตั้งแต่ตอนที่ 1)

ผมไม่แน่ใจครับว่าจะเขียนแบบไหนดีถ้าเอาเรื่องผมอย่างเดียวมันไม่น่าสนใจ จะให้เอาคนนู่นคนนี้เข้ามาปนมันก็ผิดวัตถุประสงค์กลายเป็นว่าประเด็นที่วางไว้เปลี่ยนไป บางทีอยากเขียนลำดับจากเหตุการณ์สมัยก่อนแล้วค่อยมาหาปัจจุบันแต่บางอย่างมันเขียนไม่ได้ ต้องโดดไปโดดมา บางทีผู้อ่านอาจจะสับสนเพราะในบางครั้งผมจำเวลาไม่ได้เหมือนกัน

"แต่จำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้แน่นอน"

ครั้งที่แล้วผมเอ่ยถึงเรื่องดารา ไหนๆก็เขียนถึงดาราแล้วจึงเขียนถึงเรื่องดาราอีกครั้ง ผมเคยเอ่ยถึงลำดับชั้นของสังคม แน่นอนสังคมดาราเป็นสังคมที่อยู่สูงกว่าชาวบ้านทั่วไป
ทำไมผมรู้?

"เพราะว่าผมโดนคนที่รู้จักบางคน(ตอนมหาวิทยาลัย)เคยใส่ความคิดว่าดาราจะมีสิทธิพิเศษคือสามารถหลีกเลี่ยงกฏหมายได้ ถ้าหากทำผิดกฏหมายและไม่ชั้นต่ำเหมือนพวกชาวบ้านทั่วไป(ไพร่)ถ้าเป็นลำดับให้เห็นภาพเช่น

นักการเมือง
-ดารา______
--ชาวบ้านทั่วไป_

ผมไม่รู้ว่าลำดับขั้นจริงๆที่พวกชั้นสูงวางเป็นอย่างไร ผมไม่เห็นอยากเป็นดาราเพราะไม่ชอบเป็นจุดเด่น ไม่ชอบทำอะไรมีแต่คนมอง รู้สึกอึดอัดและเป็นสิทธิส่วนบุคคลของผมเองที่จะเลือกทำอาชีพอะไรก็ได้โดยไม่ผิดกฏหมาย

ผมมั่นใจมากขึ้นว่าพวกชั้นสูงมันเอาชาวบ้านมาเล่นเป็นเครื่องมือสนุกเช่น
ตอนมหาวิทยาลัยประมาณปี 3 ผมเล่นเน็ตได้เจอคนหนึ่งชื่ออ๋อง พอดีนัดเจอที่ม.กรุงเทพผมว่าไม่เสียหายอะไรเพราะผมเรียนม.กรุงเทพอยู่แล้ว

(อ๋องนำบัตรประชาชนออกมาให้ผมดู ผมเห็นนามสกุลมาลีนนท์)

ผู้เขียน : "นายเป็นอะไรกับช่องสามว่ะ"
อ๋อง : "นายเป็นคนแรกที่บอกว่ารู้จักนามสกุลเดียวกับช่องสาม" (ปกติอยู่แต่สังคมตอแหล)
ผู้เขียน : "มาลีนนท์ออกจะดัง แล้วนายเป็นอะไรกับช่องสามหรือเปล่า"
อ๋อง : "เปล่าหรอก เราแค่นามสกุลเหมือนกันแต่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไร"
ผู้เขียน : "ค่อยยังชั่วนึกว่าใช่ ถ้าใช่จะขอหุ้นส้กร้อย สองร้อยหุ้น" (พูดเล่น)
อ๋อง : "ถ้าใช่จะไม่คบเหรอ"
ผู้เขียน : "เราไม่ชอบยุ่งกะคนดังเวลาเดินไปไหนมาไหนมีแต่คนมองเราไม่ชอบ"
อ๋อง : "คิดเหมือนกันเลย นายว่ามาลีนนท์เนี้ยถ้าใครไม่รู้ต้องแกล้งไม่รู้จักเหรอ"
ผู้เขียน : "เราว่านะ มาลีนนท์ออกจะดังใครๆก็ต้องรู้จักไง อย่างคุณประวิท.....ย์"

(ผมคุยไปเรื่อยไม่มีอะไรหรอกครับแล้วอ๋องมันพูดอย่างหนึ่ง)
อ๋อง : "นายจำเด็กคนที่เคยทะเลาะกันได้ปะ ที่ร้องไห้จนสลบ"
ผู้เขียน : "จำได้" (เพราะร้องไห้จนสลบมีคนเดียว)
อ๋อง : "เออๆๆๆ"

(ผมเองไม่ได้สงสัยอะไรเพราะตอนนั้นยังซื่อครับ ไม่รู้ว่าพวกนี้มันเก็บข้อมูลตั้งแต่เด็ก)
อ๋อง : "เราต้องแก้แค้นเดี๋ยวนายก็ตายแล้ว"
ผู้เขียน : "อะไรว่ะ เรางง"
อ๋อง : "นายว่าช่องสามควรทำอะไรต่อดี"
ผู้เขียน : "ทำไมช่องสามไม่จัดประกวดแล้วล่ะ"



ผมคิดเล่นสนุกๆว่าน่าจะจัดประกวดแบบประมาณผู้หญิงสมัยใหม่แข็งแกร่ง 555+ ประหนึ่งผู้หญิงวันนี้ต้องอดทนแกร่งเหมือนทหาร อ๋องถามอีกวันเกิดช่องสามจัดอย่างไรดี ผมคุยเรื่อยๆว่าวันเกิดช่องสามน่าจะจัดแบบแฟนซี ผมเป็นคนคุยสนุกครับ เรื่องประกวดนางงามผมพูดเล่นแน่ใครจะไปจัดให้ผู้หญิงมาเตะต๋อย แต่แฟนซีพูดจริงแน่นอน ผมว่าดาราน่าสนุกออกที่ได้แต่งตัวประกวดกัน น่าจะมีเงินรางวัลด้วย

ถ้าจะให้คิดใหม่ผมกลัวผู้อ่านไม่เชื่อ ผมคิดคอนเซปต์ได้อีกว่าจัดแบบว่าตุ๊กตาบาร์บี้ก็ได้ จัดเวทีเหมือนเราตัดขวางบ้านแล้วข้างในมีห้องนั่งเล่น ห้องรับแขก ห้องอ่านหนังสือ ห้องอาบน้ำ โดยนำคนจริงทำท่าต่างๆเช่นแต่งตัวอยู่ในบ้าน โดยผู้ประกวดเน้นสีชมพูให้เข้าคอนเซพท์(concept)ตุ๊กตา

ปรากฏว่าผมกับอ๋องเลิกคุยกันเพราะว่าอ๋องพูดดูถูกว่าพวกกู้เรียนพวกคนจน ผมโมโหครับเพราะผมกู้เรียน ผมจึงบอกไปว่าผมเองก็กู้เรียน ผมเข้าใจว่าไอ้อ๋องมันคงสืบประวัติผผมอยู่แล้วจึงทำเป็นหลอกด่า ผมเคยเจออีกทีตอนอยู่สีลมแต่ผมไม่ได้ทักทายเพราะรู้สึกรังเกียจเรื่องหลอกด่าผม

หลังจากนั้นไม่กี่ปี เพื่อนผมคนหนึ่งที่เรียนคณะเดียวกับผมได้ชวนผมไปดูการประกวดมิสไทยแลนด์เวิร์ด (Miss Thailand World) เพราะเพื่อนคนนี้ทำงานที่ช่อง3
โชคดีที่ไม่ได้ไปเพราะไม่มีชุดใส่ ถ้าไปไม่รู้จะโดนอะไรบ้าง

เรื่องนั้นผมไม่ค่อยใส่ใจหรอกครับ แต่สิ่งที่สนใจคือ
นายจำได้ไหม? เคยทะเลาะเด็กคนหนึ่งที่ร้องไห้จนสลบ

ผมจำได้สมัยประถม
เฮียที่เป็นลูกของพี่สาวแม่ผมเคยพาผมไปบ้านคนหนึ่ง โดยเฮียผมชอบบอกว่าบ้านราคา 12 ล้านบาท(จำได้เพราะเน้นบ่อยมาก) มีสระว่ายน้ำตอนเด็กๆผมได้เล่นบ้านหลังนั้น และได้รู้จักลูกชายของบ้านหลังนั้น

บังเอิญตกเย็นเราเล่นปาหมอนกับเด็กคนนั้น แต่ว่าเด็กคนนั้นเล่นรุนแรงกับผมก่อน ผมจึงใส่กลับปรากฎว่าเราทะเลาะกันครับจนผู้ใหญ่เข้ามาห้าม สิ่งที่ไม่คาดคิดได้เกิดขึ้นคือ
เด็กคนนั้นร้องไห้จนสลบ
เฮียของผมจึงพาผมกลับบ้านไป

ตอนนี้โตมาถึงได้รู้ว่าเด็กคนนั้นคืออ๋อง ลูกชายช่องสามนั้นเอง มาถึงคราวนี้ผมไม่อยากคิดเลยว่าจริงๆแล้วผมโดนอะไร ไม่อยากคิดจริงๆเพราะยังรับไม่ได้ แต่ไม่ว่าอย่างไรความจริงย่อมเป็นความจริง ผมย้อนกลับไปผมดูออกว่าอ๋องมันแกล้งสลบ ผมดูออกแต่ในสมัยเด็กผมดูไม่ออกครับ
คนบางคนเล่นละครเก่งตั้งแต่เด็กแล้ว


....สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม....


อย่าคิดว่าจบนะครับเพราะอ๋องเปิดความลับอย่างหนึ่งให้รู้
อ๋อง : "นายไม่เป็นดาราเหรอ"
ผู้เขียน : "ไม่เห็นอยากเป็นเลย"
อ๋อง : "นายเป็นนักข่าวสิ"
ผู้เขียน : "ทำไมเราต้องเป็นนักข่าว" (ผมเรียนคณะวิทยาการคอมพิวเตอร์ ถ้าอยากเป็นนักข่าวหรือดาราจะมาเรียนคณะนี้ทำไมว่ะ)
อ๋อง : "เรามีการพนัน"
ผู้เขียน : ??
อ๋อง : "เป็นนักข่าวสิดี"
ผู้เขียน : "ต้องทำอย่างไรบ้างล่ะ"(ผมเป็นคนคุยสนุกไปเรื่อยๆ ไม่ได้ซีเรียส(serious เซียร์เรียส)ว่าไอ้นี้เป็นใครหรือผมจะได้เป็นนักข่าวจริงๆ)
อ๋อง : "นายต้องนอนกับพ่อกูก่อน"
ผู้เขียน : "เฮ้ย พูดจริงพูดเล่น"
อ๋อง : "พูดจริงจะทำงานต้องนอนกับพ่อกู"
ผู้เขียน : "ถ้าเป็นดาราเคยได้ยินว่าต้องนอนกับพวกแมวมอง แต่เรื่องอยากเป็นนักข่าวแล้วต้องเสร็จเจ้าของไม่เคยได้ยิน"
อ๋อง : "นี้คือโลกแห่งความเป็นจริง นายต้องผ่านพ่อเราก่อน"
ผู้เขียน : "ไม่เอาอ่ะ แก่ก็แก่ใครจะไปนอนด้วยว่ะ"

(ผมไม่ขอเขียนมาก ไม่อยากวิเคราะห์ด้วยว่ามันเอาผมมาพนันอะไร ตอนนั้นคิดว่าคนที่ผมพูดด้วยคือพูดเล่นแต่ตอนนี้มาคิดแล้วว่าพูดจริง)

ผมบอกไว้ตั้งแต่ตอนที่ 1 ใช่ไหมครับว่าอย่าสงสารผมเพราะผู้อ่านบางคนอาจจะเกลียดผมก็ได้ ตอนนี้นักข่าวบางคนมาอ่านคงเริ่มเกลียดผู้เขียนบ้างแล้ว แต่อย่าพึ่งเกลียดมากนักเพราะถ้าอ่านต่อไปคุณอาจจะเกลียดผมมากขึ้น

....สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรมจริงๆ....



ผมเจอเรื่องแบบนี้บ่อยจึงเข้าใจว่าประชาธิปไตยของประเทศไทยคือมันจะบังคับไม่ให้คุณพูดมาก หากพูดต้องชมแต่สิ่งดีๆ ผมโดนแกล้งว่าถ้าพูดถึงใครไม่ดีมันจะจัดฉากให้คนนั้นมาเจอผม แน่นอนบุคคลในข่าวที่ส่วนใหญ่โดนนินทาคือ
ดารา

ผมเคยลองจดชื่อดาราที่เคยพบแบบบังเอิญ(ตามท้องถนนหรือห้าง) ปรากฏว่าได้มากกว่า 60 ชื่อ ถ้ารวมดาราที่เจอตอนดูคอนเสิร์ตด้วยได้มากกว่า 100 ชื่อ ตอนอยู่ธ.ไทยพาณิชย์ SCB พวกมันบังคับให้ผมว่าดาราให้ได้ ดาราบางคนผมไม่ได้คิดอะไร บางคนผมชมว่าน่ารักกว่าในทีวี บางคนดูแย่กว่าในทีวี เมื่อใดที่ผมชมพวกมันจะพยายามพูดในแง่ลบให้ผมติดาราคนนั้นให้ได้ แล้วทำทีว่าดารามาเที่ยวที่ธนาคารบังเอิญมาเจอผม เหมือนเวลาเรานินทาใครแล้วประมาณว่าคนที่โดนนินทามันแอบอยู่ข้างหลังคุณ


พวกนี้มันเก็บกดจากข้างนอกไม่รู้ระบายกับใครมันเลยมาระบายกับผม ผมว่าสนุกดี บอกแล้วถ้าไม่ฆ่าผม ผมเขียนบทความนี้ไปเรื่อยๆแน่ ผมขอยืนยันครับผมมีสิทธิแสดงความคิดเห็น หากความคิดเห็นของผมไปกระทบให้ใครเสียหาย
กฏหมายเปิดให้ผู้เสียหายฟ้องร้องได้ครับ

ผมไม่รู้จุดประสงค์ธนาคารไทยพาณิชย์ SCB ว่ามันเล่นอะไร อยากให้ผมชมแต่สิ่งดีๆหรือไม่ แต่นี้คือประชาธิปไตยของจริง เวลาคุณเห็นในจอทีวีว่าชมคนนู่นคนนี้ว่าดี ผมไม่เชื่อเลยเพราะรู้แล้วว่าคนที่ชมกลัวโดนเอาคืนมากกว่า ถ้าหากไปด่าพวกมัน ไอ้ที่สัมภาษณ์ว่าประเทศเราดีมีความสุขมันเป็นเพียงการแสดงหลอกผู้ชมเท่านั้นเอง


แล้วประชาธิปไตยจริงๆที่ผมพบคืออะไร?
ผมจำได้ในสมัยเด็กมีช่วงหนึ่งที่นักข่าวสัมภาษณ์บุคคลทั่วไปว่าประชาธิปไตยคืออะไร
ปรากฎว่ามีพี่คนหนึ่งตอบว่า "โอ้ย...ประชาธิปไตยมันก็เรื่องของคนรวยเท่านั้น"

เรื่องนี้สมัยที่ผมเรียนชั้นมัธยมต้นโรงเรียนวัดบวรนิเวศ อาจารย์เคยเอาเรื่องนี้มาสอนแล้วพูดว่า"คนที่ถูกสัมภาษณ์ไม่เข้าใจประชาธิปไตยจริงๆ"

ปัจจุบันผมรู้แล้วว่าคนที่ถูกสัมภาษณ์พูดจริง โลกแห่งความเป็นจริงคือคนรวยมีอภิสิทธิ์

เหตุการณ์ต่างๆที่พบทำให้อดคิดถึงเรื่องพ่อของผมไม่ได้ สมัยเรียนม.ต้นพ่อผมเข้าโรงพยาบาลเพราะเส้นเลือดในสมองแตก พ่อผมรักษาตัวที่โรงพยาบาลและเป็นเจ้าชายนิทราในสมัยผมเรียนชั้นม.ปลาย ผมโตขึ้นมาวิเคราะห์ว่าเป็นไปไม่ได้เลยพ่อผมหกล้มในห้องน้ำเพราะห้องน้ำเล็กมาก หากย้อนกลับไปอีกอดคิดไม่ได้ว่าพ่อผมโดนวางยาหรือโดนบีบให้เครียดจนพ่อผมเป็นแบบนี้หรือไม่

ปล.เรื่องการคุยกับคนนู่นคนนี้ ผมเล่าหมดไม่ละเอียดครับ ถ้าอยากฟังเรื่องทั้งหมดจริงๆไปขอธนาคารไทยพาณิชย์ SCB ได้เพราะเรื่องพวกนี้ผมเล่าแบบละเอียด ขณะอยู่ในธนาคารไทยพาณิชย์ SCB แล้ว



---------------------------------------------------------------------------------
ถ้าคุณชอบบทความนี้ ช่วยอ่านบทความในเวปนี้ด้วยครับ มีลิงค์บทความให้อ่านอีกมากมาย http://scbbadth.tripod.com หรือ http://www.geocities.com/scb100yr หรือ http://board.dmisc.com/talktome และ http://my.dek-d.com/madeinthailand เหมือนกันหมดครับ
--------------------------------------------------------------------------------
ตอนนี้ผมว่างงาน ผมทำงานหรือใช้ชีวิตทำงานแบบปกติไม่ได้เพราะธนาคารไทยพาณิชย์ ผมเลยคิดว่าอยากเขียนบทความ เรื่องสั้น นิยาย นิทาน หากผู้ใดอ่านแล้วชื่นชอบแล้วอยากซื้อ เหมือนเราซื้อหนังสือ แต่เปลี่ยนจากหนังสือเป็นเว็บแทน ยินดีรับเงินจากผู้อ่านตามนี้ครับ หรือใครอยากอ่านเฉยๆไม่อยากให้เงิน ผมก็ยินดีเพราะของฟรีมีในโลกครับ ขอให้อ่านก็พอ
ขอยืนยันอีกครั้งว่านี้ไม่ใช่การบริจาคหรือขอเงินแต่เป็นการใช้สมองของผู้เขียนขายบทความทางเว็บเท่านั้น
แก้ไขเลขที่บัญชีใหม่
ธนาคาร ไทยธนาคาร
สาขา ย่อยจักรวรรดิ
เลขที่บัญชี 068-2-04705-4
ชื่อไทย นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์
ชื่ออังกฤษ MR.NOBNUTPONG SURIYAROJ
ผมจะไม่ฆ่าตัวตายและชีวิตผมไม่ชอบแช่งใคร เพราะมีคนเคยสอนว่าไม่ดี แต่วันนี้ผมขอสาปแช่งว่า ผู้ใดที่กระทำให้ นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์ เป็นผู้ที่ลำบากกายหรือลำบากใจอย่างปัจจุบันนี้ ในทางตรงหรือทางอ้อม หรือ เบื้องหน้าหรือเบื้องหลัง โดยมีเจตนาหรือไม่มีเจตนาแต่รู้ตัวก็ตาม โดยไม่รับผิดชอบหรือวางเฉยและไม่บอกกล่าวให้นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์ได้รับทราบตลอดไป ผมขอให้ผู้นั้นทั้งตระกูลพินาศและขอให้ธนาคารไทยพาณิชย์พินาศด้วยเช่นกัน
* ผมเปิดให้แสดงความคิดเห็นได้ครับ แต่อย่าลงรูปนะครับเพราะจะทำให้การดึงข้อมูลช้าได้
  Previous Topic Topic Next Topic  
 New Topic  Reply to Topic
 Printer Friendly
Jump To:
talk2me © 2000-05 ForumCo.com Go To Top Of Page
This page was generated in 0.2 seconds. Snitz Forums 2000
RSS Feed 1 RSS Feed 2
Powered by ForumCo 2000-2008
TOS - AUP - URA
ForumCo Free Blogs and Galleries
Signup for a free forum or Go Banner Free