|
madeinthailand
Forum Admin
 149 Posts |
Posted - Jun 01 2008 : 04:03:38
|
เรื่องจริงถูกเขียนโดย นบณัฐพงศ์ (ธีรวุฒ คือชื่อเดิม) 1 กันยายน 2550 ตอนแรกผู้เขียนไม่แน่ใจว่าจะเขียนบทความนี้ดีไหม เพราะพิจารณาว่าบทความนี้ผู้เขียนอาจหมิ่นเหม่ต่อบุคคลอื่น และอาจทำให้ความน่าเชื่อถือของผู้เขียนน้อยลงหรือไม่น่าเชื่อถือเลย เรื่องราวของผู้เขียนในบทความนี้เคยบอกเล่าแก่บุคคลที่อยู่ในธนาคารไทยพาณิชย์ SCB หมดแล้ว แต่บุคคลเหล่านั้นยังไม่รับผิดชอบผู้เขียน ทำให้ผู้เขียนรู้สึกรังเกียจเดียดฉันท์ประเทศไทยมาก ถึงอย่างไรผู้เขียนยังไม่หนีไปไหน ผมจึงขอเขียนเรื่องราวทั้งหมดให้ผู้อื่นได้รับทราบและผู้เขียนไม่มีวันให้อภัยบุคคลเหล่านั้นได้ -------------------------------------------------------------------------------- ตอนที่ 9 เรื่องสารจากพระเจ้า (ควรอ่านตั้งแต่ตอนที่ 1)
ในตอนที่คิดเรื่องข้อกำหนด ผมคิดหนักเรื่องคำเพราะรู้ว่าคนพวกนั้นเป็นอย่างไร ผมไม่อยากคิดมากจึงเขียนแบบไม่ละเอียดเช่นคำว่าแกล้ง บางคนอาจตีความว่าพวกเขาไม่ได้แกล้งเพียงแค่ทดสอบ พิสูจน์ อยากคุยด้วยหรืออื่นๆ สำหรับผมขอตีความว่าแกล้งหมด หรือคำว่าอาคมใครอยากเรียกว่าไสยศาสตร์ มนต์ดำ คัมภีร์พระเวทจะเรียกว่าอะไรก็เรียกไปเถอะ ความหมายของผมคืออะไรย่อมรู้อยู่แก่ใจ ส่วนใครที่สารภาพกับผมแล้วขโมยรูปที่หลังหรือขัดขวางไม่ให้ผมประชาสัมพันธ์ก็ตามใจพวกท่าน
อีกอย่างผมไม่ได้บอกว่าถ้าเป็นคนไทยให้เขียนภาษาไทย หากพวกที่เก่งเรื่องคำ พวกเขาอาจจะเอาภาษาอื่นมาให้ผมก็ได้ ผมขอบอกว่าผมไม่ปัญญาอ่อนด้วย ผมไม่คิดว่าจะมีคนส่งให้ผมหรอก แถมบางทีอาจจะโดนด่าว่าบ้าก็ได้ สำหรับผมไม่เป็นไร ผมรู้ว่าคนพวกนี้ไม่กลัวเรื่องบุญและบาปถึงทำในสิ่งที่คนทั่วไปไม่ทำกัน ส่วนใครไม่เชื่อและไม่ส่งก็ไม่เป็นไร หากผมมีโอกาสทำได้ผมจะทำตามที่ได้ประกาศไว้
ขออธิบายนิดหนึ่ง คำว่าช่วงทำงานธนาคารไทยพาณิชย์ ผมหมายถึงผมอยู่บนโลกในที่ใดที่หนึ่งในช่วงที่ผมทำงานธานคารไทยพาณิชย์นะครับ
ขอยกตัวอย่างเช่นบรู๊ซ วิลลิส(Bruce Willis) ผมเคยเจอที่ห้างหนึ่งในช่วงที่ผมทำงานธนาคารไทยพาณิชย์ ผมไม่แน่ใจว่าเป็นตัวจริงหรือไม่ ผมยังไม่อยากเชื่อเลยว่าจะทุ่มทุนสร้างได้ขนาดนี้ เพราะผมจำได้ว่าผมนินทาบรู๊ซ วิลลิส ว่าไม่หล่อและดูเรื่อง ดาย ฮาร์ด(Die Hard)แล้วเบื่อ อันนั้นถือว่าเป็นช่วงที่ผมทำงานธนาคารไทยพาณิชย์
ส่วนที่ไม่ได้อยู่ในกติกาเช่นนายอัษฎาวุธ เหลืองสุนทร ที่มาเจอผมแถวบ้านหลังจากที่ผมลาออกจากทำงานธนาคารไทยพาณิชย์แล้ว อัษฏาวุธพูดกับผมประมาณว่าเคยว่าเขาว่าผอมเกินไป อันนี้ไม่ได้อยู่ในกติกาเพราะไม่ได้อยู่ในช่วงที่ผมทำงานธนาคารไทยพาณิชย์ หากดาราผู้นั้นมีน้ำใจกับผมบ้างและคิดว่าตนไม่ควรยุ่งกับผม อยากจะแสดงน้ำใจด้วยการสารภาพ ผมยินดีมากครับ
อีกคนหนึ่งที่ผมไม่อยากเชื่อเลย ตอนนั้นผมไม่รู้จักว่าใคร ผมดูรายการทีวีช่องหนึ่งซึ่งผมจำได้คือท่านฑูตประเทศจีนประจำประเทศไทย ตอนนั้นผมขายของที่บ้านอยู่ ท่านเข้ามาคุยกับผม ผมนี้ล่ะที่ชมท่านเองว่าเป็นคนจีนที่พูดไทยชัดมาก ช่วงที่พูดคุยผมไม่รู้ว่าเป็นท่านฑูต การเป็นฑูตนั้นถือว่าเป็นตัวแทนประเทศทั้งประเทศ ผมไม่รู้ว่าทำไมท่านถึงมาคุยกับผม หากเป็นการเล่นสนุกเหมือนในหนังประมาณว่าแอบเป็นชาวบ้านมาคุยเพื่อให้ตกใจเมื่อรู้ทีหลังว่าเป็นคนใหญ่คนโต ผมขอบอกว่าทุเรศมาก ทุเรศที่สุด เป็นผู้ใหญ่ไม่รู้จักโตเล่นจนชีวิตผมพัง หากท่านมีน้ำใจช่วยบอกผมหน่อยว่ามาคุยกับผมเพราะอะไรหรือเป็นเรื่องบังเอิญ (ทำเป็นเล่นสนุกในขณะที่บางคนแอบหัวเราะจับกระบือให้ชนกันได้)
คนหนึ่งที่ผมอยากได้ ผมไม่รู้ว่าช่วงที่ผมทำงานธนาคารไทยพาณิชย์ท่านแกล้งผมด้วยหรือไม่ บุคคลนั้นคือพลตรี จำลอง ศรีเมือง ผมคิดว่าผมจำไม่ผิดหรอกครับ แต่ผมยังไม่อยากเชื่อว่าบุคคลที่เป็นผู้นำทัพเพื่อประชาธิปไตยจะรังแกเด็กป.3 ได้ จากประสบการณ์ผมเหตุการณ์หนึ่งเหตุการณ์หรือรูปภาพหนึ่งภาพไม่สามารถแสดงตัวตนของบุคคลนั้นได้อย่างแท้จริง หากเป็นพลตรีจำลอง ศรีเมืองจริงช่วยแสดงความเป็นลูกผู้ชายให้ผมเห็นหน่อยได้มั้ยครับ
เขียนๆไปมันเหมือนผมโม้หรือแต่งเรื่องเพื่ออยากดัง ผมไม่อยากดังและไม่อยากมีชื่อเสียง ผมรำคาญหากมีใครเดินตามหรือมาขอลายเซนต์เพราะผมชอบอยู่แบบส่วนตัวมากกว่า สิ่งหนึ่งที่ดาราหรือบุคคลสาธารณะต้องรับทราบคือเมื่อพวกคุณออกมาให้คนภายนอกรู้จัก พวกคุณต้องเจอกับสิ่งเหล่านั้นอยู่แล้ว จริงไหมครับ สำหรับผมผมขอยืนยันว่าผมชอบอยู่แบบส่วนตัวและเงียบๆมากกว่า
พูดถึงเรื่องโม้ ผมนึกถึงเรื่องโมเสส สมัยเด็กผมเคยสงสัยมากว่าโมเสสเอาสารจากพระเจ้ามาจากไหน ผมคิดว่าผู้อ่านคงสงสัยเหมือนผม
เคยมีคนคุยวิเคราะห์เรื่องแบบนี้กับผม บางคนว่าได้รับสารจากรอบข้างโดยพระเจ้าเป็นผู้กระทำ บางคนว่าอาจเป็นความฝันโดยพระเจ้าเข้าฝันโมเสส ผมเคยบอกแล้วใช่ไหมว่าความฝันของปลอมทำได้
"เฮ้ย....อาจารย์เรียกนายให้ไปห้องพักครู" เพื่อนผมเรียกผม
ผู้เขียน : "เหรอ"
....ผ่านไปสักพัก.... เพื่อนผู้เขียน : "ไปหาอาจารย์มายัง" ผู้เขียน : "ไปแล้ว ไม่เห็นมีคนอยู่ในห้องเลย" เพื่อนผู้เขียน : "อาจารย์บอกให้รอในห้องก่อน" ผู้เขียน : "อืม"
ผมเดินเข้าไปในห้องพักครู ในตอนนั้นไม่มีใครอยู่ในห้องผมจึงรออาจารย์ตามที่เพื่อนผมบอก สักพักอยู่ๆไฟในห้องดับหมด ผมนึกว่าไฟดับทั้งโรงเรียน สิ่งที่ผมเห็นข้างหน้าผมมืดหมด มืดจนมองไม่เห็นข้างหน้าทั้งๆที่ไฟดับตอนกลางวัน สิ่งที่ผมเห็นคือผมเห็นป้ายชื่อศาสนาและมีข้อความคำสอนอย่างล่ะป้ายโดยมีชื่อศาสนาต่างๆมากเป็นร้อย ผมอ่านผ่านๆไปมาผมจำไม่ค่อยได้ บางป้ายมีชื่อศาสนามากกว่าสามพยางค์ซึ่งปัจจุบันผมอ่านหนังสือศาสนาเปรียบเทียบก็ไม่มี (ไม่คุ้น) ตอนที่ดูผ่านๆนั้นผมสะดุดป้ายหนึ่งเขียนว่า
"ท่านจงช่วยตัวเองก่อนแล้วพระเจ้าจะช่วยท่าน"
เป็นป้ายที่ผมอ่านแล้วติดตาจำได้ ผมเห็นทางข้างหน้ามืดมากรู้สึกกลัวไม่กล้าเดินเข้าไป จึงหันหลังเพื่อเดินออกจากห้อง
เพื่อนผู้เขียน : "เฮัย....นายเป็นไรว่ะ บ้าเปล่า" ผู้เขียน : ?? เพื่อนผู้เขียน : "นายเป็นอะไร" ผู้เขียน : "อะไร เราออกจากห้องพักครูมาไง" เพื่อนผู้เขียน : "นายต้องเป็นบ้าแน่ๆ" ผู้เขียน : (ผมรู้สึกงงในสิ่งที่เพื่อนผมพูด) "ตะกี้เราเข้าไปในห้อง ท่านจงช่วยตัวเองก่อนแล้วพระเจ้าจะช่วยท่าน" เพื่อนผู้เขียน : "มึงล้อเลียนพระเจ้า" (หรือล้อเลียนศาสนาคริสต์ผมจำไม่ค่อยได้) ผู้เขียน : "ในห้องมีป้ายอยู่นายเดินไปดูสิ" เพื่นอผู้เขียน : "มึงต้องเป็นบ้าแน่ๆ"
ผมไม่รู้จริงๆว่าภายนอกเพื่อนผู้เขียนเห็นผู้เขียนเป็นอย่างไร เพื่อนผมพยายามให้ผมถอนคำพูดและกล่าวหาว่าผมล้อเลียน แต่ผมไม่ได้โกหกจึงไม่จำเป็นต้องเชื่อเพื่อน ในตอนนั้นผมยังยืนยันว่า "ท่านจงช่วยตัวเองก่อนแล้วพระเจ้าจะช่วยท่าน"
ถ้าผู้อ่านติดตามตั้งแต่ต้นจะรู้เลยว่าผมชอบโดนสองครั้งเสมอ
สักพักหนึ่งผมได้เข้าไปในห้องพักครูเพราะมีเพื่อนบอกว่าอาจารย์เรียกผมอีกครั้ง ผมเข้าไปในห้องเจออาจารย์นั่งอยู่มีแผ่นป้ายอันหนึ่งเขียนตามที่บอกไว้ สงสัยมีคนไปฟ้องอาจารย์แล้วอาจารย์คงกลัวว่าพวกที่นับถือคริสต์ในโรงเรียนจะแกล้งผมเพราะผมไปล้อเลียนศาสนาของพวกเขา อาจารย์เลยทำป้ายขึ้นมาให้เหมือนที่ผมเล่าไป
ฟังจากตรงนี้บางคนอาจคิดว่าผมเอาพุทธ(ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน)เข้าไปปนกับคริสต์เพื่อให้คนนับถือศาสนาพุทธ หรือเอาคริสต์(เชื่อในพระเจ้า)ไปปนกับพุทธเพื่อให้คนนับถือศาสนาคริสต์ ผมขอบอกว่าผมไม่ได้เผยแพร่ศาสนาใดศาสนาหนึ่ง ผมพูดในสิ่งที่ผมเห็น ส่วนเป็นการแกล้งเป็นเรื่องแต่งหรือผมได้รับสารจากพระเจ้านั้น ผู้อ่านต้องพิจารณาเอาเอง
สิ่งหนึ่งผมอยากจะบอกผู้อ่านว่าโปรดพิจารณาว่าสิ่งใดคือสิ่งดีงาม ผมไม่ได้เชื่อปาฏิหารย์ ผมเชื่อในสิ่งดีงาม สมมุติมีเทพเจ้าองค์หนึ่งแสดงปาฏิหารย์ให้คุณเห็นแล้วมอบปืนวิเศษให้คุณ เทพเจ้าบอกว่าปืนนี้ยิงใครก็ได้เพื่อความสนุก ไม่บาป
แล้วคุณต้องเชื่อเทพเจ้าที่ทำความเดือดร้อนให้ผู้อื่นด้วยอย่างนั้นหรือ
มีหลายคนกล่าวหาว่าผมโกหก บิดเบือนและล้อเลียนศาสนา สำหรับผมนั้นผมไม่สนใจ ผมเชื่อมั่นในสิ่งดีงามและยืนยันในสิ่งที่ตนเองได้สัมผัส ผมจึงขอยืนยันว่า
"ท่านจงช่วยตัวเองก่อนแล้วพระเจ้าจะช่วยท่าน" ----------------------------------------- ถ้าคุณชอบบทความนี้ ช่วยอ่านบทความในเวปนี้ด้วยครับ มีลิงค์บทความให้อ่านอีกมากมาย http://scbbadth.tripod.com หรือ http://www.geocities.com/scb100yr หรือ http://board.dmisc.com/talktome และ http://my.dek-d.com/madeinthailand เหมือนกันหมดครับ ------------------------------------------------------ ตอนนี้ผมว่างงาน ผมทำงานหรือใช้ชีวิตทำงานแบบปกติไม่ได้เพราะธนาคารไทยพาณิชย์ ผมเลยคิดว่าอยากเขียนบทความ เรื่องสั้น นิยาย นิทาน หากผู้ใดอ่านแล้วชื่นชอบแล้วอยากซื้อ เหมือนเราซื้อหนังสือ แต่เปลี่ยนจากหนังสือเป็นเว็บแทน ยินดีรับเงินจากผู้อ่านตามนี้ครับ หรือใครอยากอ่านเฉยๆไม่อยากให้เงิน ผมก็ยินดีเพราะของฟรีมีในโลกครับ ขอให้อ่านก็พอ ขอยืนยันอีกครั้งว่านี้ไม่ใช่การบริจาคหรือขอเงินแต่เป็นการใช้สมองของผู้เขียนขายบทความทางเว็บเท่านั้น แก้ไขเลขที่บัญชีใหม่ ธนาคาร ไทยธนาคาร สาขา ย่อยจักรวรรดิ เลขที่บัญชี 068-2-04705-4 ชื่อไทย นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์ ชื่ออังกฤษ MR.NOBNUTPONG SURIYAROJ ผมจะไม่ฆ่าตัวตายและชีวิตผมไม่ชอบแช่งใคร เพราะมีคนเคยสอนว่าไม่ดี แต่วันนี้ผมขอสาปแช่งว่า ผู้ใดที่กระทำให้ นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์ เป็นผู้ที่ลำบากกายหรือลำบากใจอย่างปัจจุบันนี้ ในทางตรงหรือทางอ้อม หรือ เบื้องหน้าหรือเบื้องหลัง โดยมีเจตนาหรือไม่มีเจตนาแต่รู้ตัวก็ตาม โดยไม่รับผิดชอบหรือวางเฉยและไม่บอกกล่าวให้นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์ได้รับทราบตลอดไป ผมขอให้ผู้นั้นทั้งตระกูลพินาศและขอให้ธนาคารไทยพาณิชย์พินาศด้วยเช่นกัน * ผมเปิดให้แสดงความคิดเห็นได้ครับ แต่อย่าลงรูปนะครับเพราะจะทำให้การดึงข้อมูลช้าได้
|
|