|
madeinthailand
Forum Admin
 149 Posts |
Posted - Jun 01 2008 : 04:07:13
|
เรื่องจริงถูกเขียนโดย นบณัฐพงศ์ (ธีรวุฒ คือชื่อเดิม)
17 ตุลาคม 2550
ตอนแรกผู้เขียนไม่แน่ใจว่าจะเขียนบทความนี้ดีไหม เพราะพิจารณาว่าบทความนี้ผู้เขียนอาจหมิ่นเหม่ต่อบุคคลอื่น และอาจทำให้ความน่าเชื่อถือของผู้เขียนน้อยลงหรือไม่น่าเชื่อถือเลย เรื่องราวของผู้เขียนในบทความนี้เคยบอกเล่าแก่บุคคลที่อยู่ในธนาคารไทยพาณิชย์ SCB หมดแล้ว แต่บุคคลเหล่านั้นยังไม่รับผิดชอบผู้เขียน ทำให้ผู้เขียนรู้สึกรังเกียจเดียดฉันท์ประเทศไทยมาก ถึงอย่างไรผู้เขียนยังไม่หนีไปไหน ผมจึงขอเขียนเรื่องราวทั้งหมดให้ผู้อื่นได้รับทราบและผู้เขียนไม่มีวันให้อภัยบุคคลเหล่านั้นได้ -------------------------------------------------------------------------------- ตอนที่ 12 เรื่องขี้สงสัย (ควรอ่านตั้งแต่ตอนที่ 1)
การเรียนหนังสือของผมในสมัยประถม เวลาผมนึกแล้วรู้สึกขำตัวเองเสมอ คุณครูเวลาสอนมักเปิดโอกาสให้เด็กถามในสิ่งที่ตนเองสงสัย สำหรับผมคิดว่าผมคงเป็นตัวแสบโดยไม่ได้ตั้งใจ เพราะผมชอบถามในสิ่งที่ครูตอบไม่ได้ "ทำไมฝนตกแล้วเมฆต้องเป็นสีดำด้วยครับ?" "แบงค์ก็เป็นกระดาษแล้วทำไมไม่ผลิตแบงค์แจกให้ใช้ล่ะ?" ยิ่งเรียน เด็กอย่างผมยิ่งสนุกต่อคำถามที่คุณครูตอบไม่ได้และชอบขัดแย้งครูเหมือนจับผิดโดยไม่ได้ตั้งใจ คุณครู : "นักเรียนรู้แล้วใช่ไหม ความร้อนทำลายวิตามินได้" นักเรียน : "ครับ/ค่ะ" (นักเรียนในห้องตอบพร้อมกัน) คุณครู : "ไหนใครรู้บ้าง เราทานอาหารอะไรทำให้ร่างกายได้รับวิตามิน" ผมเป็นเด็กนักเรียนในห้องที่ชอบยกมือ ผู้เขียน : "แกงส้มครับ" คุณครู : "ดีมาก แกงส้มมีผักเยอะ เวลาทานเราจะได้วิตามินในผักเยอะมาก" ผู้เขียน : "ครูครับๆ แกงส้มจะมีวิตามินได้ไง เมื่อกี้ครูบอกว่าความร้อนทำลายวิตามินได้" คุณครู : (ครูที่รักของกระปมเงียบ ตอบไม่ได้) ผมขอโทษคุณครูด้วยเพราะผมนึกขึ้นได้ตอนนั้นพอดี ยังมีเหตุการทำนองนี้อีก เหตุที่ผมจำได้เพราะผมมักจะเก็บสิ่งที่สงสัยไว้ในใจเสมอ คุณครู : "นักเรียนเราสังเกตุได้ ก่อนฝนตกอากาศมักอบอ้าวเสมอ" นักเรียน : "ครับ/ค่ะ" คุณครู : "นักเรียนมีใครรู้บ้างว่าฝนตกเกิดขึ้นได้ไง" นักเรียน : (เงียบทั้งห้อง) คุณครู : "ฝนตกเพราะน้ำระเหยขึ้นเป็นก้อนเมฆ เมื่อโดนความเย็นทำให้เมฆกลั่นตัวเป็นหยดน้ำ แล้วเป็นฝนตกลงมา" ผู้เขียน : "ครูครับๆ" ผมยกมือสงสัยตามแบบฉบับของกระปม คุณครู : "มีอะไร" ผู้เขียน : "ไหนครูบอกว่าก่อนฝนตกอากาศอบอ้าว เมื่ออากาศอบอ้าวจะมีอากาศเย็นให้ฝนตกได้ไง คุณครู : (ครูที่รักของกระปมเงียบตอบไม่ได้) คุณครู : "นักเรียนวันนี้เราจะเรียนเรื่องมด มดจะไม่มีการเกิดจากพ่อและแม่ มดจะเกิดขึ้นจากนางพญามดเท่านั้น" (คุณครูพยายามอธิบายว่ามดเกิดจากเพศแม่อย่างเดียวและมดแต่ล่ะตัวไม่มีการผสมพันธ์เพื่อขยายพันธุ์) ผู้เขียน : "ครูครับๆ" ผมยกมือสงสัยตามแบบฉบับของกระปม คุณครู : "มีอะไร" ผู้เขียน : "ครูบอกว่ามดเกิดจากนางพญามดเท่านั้น แล้วนางพญามดเกิดจากอะไรครับ" คุณครู : (ครูที่รักของกระปมเงียบตอบไม่ได้) ครูที่สอนเป็นครูผู้ชาย สอนผมตอนป.4 ถ้าผมจำไม่ผิดเป็นครูที่พึ่งเข้าใหม่ ช่วงที่ผมเรียนตอนปลายประถมมักมีครูเข้ามาใหม่เสมอ ผมขี้สงสัยและสงสัยจนกระทั่งครูต้องสอนแบบนกแก้วนกขุนทองคือเขียนบนกระดานดำแล้วให้นักเรียนจดตามเอาไปท่อง อ้าว...เล่นสอนแบบนี้เด็กอย่างกระปมไม่มีเวลาสงสัยเพราะต้องรีบจด จด จดอย่างเดียว นอกจากชอบถามแล้ว ผมชอบอ่านและชอบผจญภัยแถวบ้านด้วย ผมอ่านป้ายโฆษณา อ่านหนังสือพิมพ์ ที่สำคัญผมชอบเอาไปถามครู "ครูครับ ละม่อมเป็นใครครับ ทำไมชอบจับผู้ร้ายได้ตลอด" (ผมอ่านหนังสือพิมพ์จับผู้ร้ายได้โดยละม่อม) "ครูครับ เซ็งบ้านคืออะไร ทำไมบ้านนี้อยู่แล้วต้องเซ็ง ถ้าอยู่แล้วเซ็งทำไมต้องบอกให้คนอื่นรู้ด้วย" (ผมอ่านคำว่าเซ้งเป็นเซ็ง) ครูครับ ครูครับ ผมถามครู ครูได้แต่มองหน้าผมแล้วหัวเราะแต่ไม่รู้จักอธิบาย ครูคนนี้เป็นทหารเป็นครูตลกนักเรียนชอบเพราะชอบเล่าเรื่องขำขันให้นักเรียนฟัง แต่ไม่ยอมอธิบายในสิ่งที่เด็กอย่างผู้เขียนสงสัย ผมจึงเติบโตมาอย่างมีเรื่องน่าสงสัยเต็มสมอง เรื่องพญามดผมหายสงสัยเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาเพราะผมโชคดีที่ปัจจุบันมีอินเตอร์เน็ตและมีทีวีที่เปิดกว้างมากขึ้น ทำให้หาคำตอบได้ง่ายขึ้น อย่างที่ผู้อ่านรู้คือผมเจอเจ้าชายเกาหลีตอนป.5และเจอเจ้าชายมาเลเซียตอนป.6 ในช่วงป.6 เป็นช่วงที่ต้องเตรียมตัวขึ้นม.1 ผมเป็นเด็กที่ไม่ค่อยชอบอ่านหนังสือเพราะไม่มีใครกระตุ้นความอยากรู้ให้ถูกต้อง แม้กระนั้นผมได้เรียนพิเศษที่วัดเลียบซึ่งอยู่ตรงข้ามโรงเรียนสวนกุหลาบ สมัยเด็กผมไม่รู้ว่าโรงเรียนไหนดังไม่ดัง โรงเรียนไหนดีไม่ดี ผมเรียนพิเศษแบบงั้นๆ คิดว่าเรียนทีไหนก็ได้เหมือนกันหมด เวลาผมเรียนพิเศษต้องขึ้นรถเมล์ไปเรียนขากลับแวะหาพ่อที่อยู่แถวนั้นพอดี โรงเรียนพิเศษนี้จะมีการกำหนดความถนัดของแต่ล่ะคนเช่นถ้าผมเก่งวิชาเอ อาจจะได้อยู่ห้องต้นๆ ถ้าผมอ่อนวิชาไหนจะอยู่ห้องท้ายๆ ไอ้ผมมันไม่ค่อยฉลาดทำให้อยู่ห้องท้ายๆเกือบทุกวิชา (ฮ่า) ผมว่าการเรียนหนังสือแบบนี้ดีเหมือนกันเพราะคุณครูจะได้ปรับการสอนให้เข้ากับนักเรียนได้ โรงเรียนนี้มักจะวัดผลนักเรียนเป็นระยะและในที่สุดเมื่อการวัดผลออกมาโรงเรียนแห่งนี้ส่งไปษณียบัตรมาที่บ้านผมว่า "นักเรียนอย่างผมไม่ค่อยอ่านหนังสือ ควรเข้าเรียนโรงเรียนที่มีคนเข้าน้อยเช่นโรงเรียนอิสลาม" โอ้....แม่เจ้า สมัยเด็กไม่ได้คิดอะไรเพราะยังเด็ก โตมาย้อนกลับไปโรงเรียนพิเศษมันเขียนด่านักเรียนแบบนี้ได้ไง ผมโชคดีที่ไม่ได้บ้าจี้เข้าโรงเรียนอิสลาม เพราะมีคนแปลกหน้าแนะนำผม "อย่าไปโรงเรียนอิสลามเลย เดี๋ยวคุณโดนแกล้ง" ไม่ใช่ว่าผมเชื่อคนแปลกแล้วจึงเข้าโรงเรียนวัดบวรนิเวศ ผมเข้าโรงเรียนแถวบางลำพูเพราะผมต้องย้ายบ้านมาอยู่แถวพาหุรัด โรงเรียนวัดบวรนิเวศอยู่ใกล้บ้านของผมพอดี ผมไม่รู้ว่าทำไมคนที่เตือนผมถึงไม่ให้เข้าโรงเรียนอิสลาม แล้วรู้ได้อย่างไรว่าผมจะโดนแกล้ง มีใครวางแผนทำร้ายอยู่หรือไม่ ผมตอบไม่ได้ (รู้แต่ว่าเจ้าชายมาเลเซียนับถืออิสลาม) เวลาผมเรียนพิเศษผมต้องขึ้นรถเมล์ไปเรียน ตอนที่ผมขึ้นรถเมล์ได้เจอปากกาอยู่ด้ามหนึ่ง ปากกาด้ามนี้ถือว่าราคาแพงมากกว่าปากกาทั่วไป ปากกาทั่วไปโดยปกติราคาในช่วงนั้นรู้สึกจะ 2-3 บาทมั้ง ปากกายี่ห้อนี้เขียนลื่น หมึกไม่เลอะมือเวลาเขียนแต่มีราคาแพงกว่าปกติ หากจำไม่ผิดราคา 7 บาท ผมเจอปากการาคาแพงอยู่บนรถเมล์และมีปลอกปากกาคนล่ะสีกับด้าม "บังเอิญจัง โชคดีที่เจอปากการาคาแพง มีใครที่ไหนไม่รู้ทำตกอยู่" แล้วมันบังเอิญมากมีนักเรียนอยู่คนล่ะห้องกับผม ทำปากกาที่มีลักษณะแบบเดียวกับผมหายไป มันเป็นความตั้งใจที่ผมเอาปากกาที่เจอเอาไปใช้ในโรงเรียน ผมบอกทุกคนว่าผมเก็บปากกาได้ แม้ว่าปลอกปากกาจะเหมือนกันก็ตาม ในตอนท้ายเพื่อนที่ทำปากกาหายบอกกับผมว่าเจอปากกาที่ทำหายแล้ว เด็กอย่างผมก็เข้าใจ เออ เออ เออ เพราะไมได้คิดอะไร ด้วยความไม่คิดอะไรของตนเองจึงไม่เหมือนกับที่คนอื่นคิด ปัจจุบันผมเป็นคนชอบร้อนตัว สมัยเด็กมองไม่ออกเพราะยังเด็ก สมัยนี้มองย้อนกลับไปแล้วไม่มีใครเชื่อเด็กอย่างผมแน่นอน เด็กอย่างผมมองเกมสกปรกที่ผู้ใหญ่ยัดเยียดบาปมาให้ไม่ออก ตอนนี้มองออกแล้ว มองออกว่าแม้แต่เด็กป.6 ผู้ใหญ่มันยังกล้ายัดเยียดสิ่งสกปรกมาให้ ผมไม่อยากเชื่อเลยจริงๆ สิ่งที่เคยสงสัยสำหรับผมยังไม่เคยหมด เด็กอย่างผมดูหนังจีนเคยเอาไปถามครูว่าลมพัดเทียนจึงไหวแล้วทำไมเจ้าแม่กวนอิมจึงตอบว่าจิตใจเราหวั่นไหว เหตุฉะไหนท่านจึงตอบแบบนี้ เท่าที่ผมเห็นลมพัดมาทำให้เทียนไหวมิใช่เหรอ อีกอย่างนักพรตชาวจีนชอบพูดเสมอว่ามีคือไม่มี ไม่มีคือมี ผมงงมาก มีก็คือมีสิ ไม่มีก็คือไม่มี จะมาบอกว่าไม่มีคือมีได้อย่างไร คุณเคยสงสัยเหมือนที่ผมเคยสงสัยรึเปล่า? ------------------------------------------------------ ถ้าคุณชอบบทความนี้ ช่วยอ่านบทความในเวปนี้ด้วยครับ มีลิงค์บทความให้อ่านอีกมากมาย http://scbbadth.tripod.com หรือ http://www.geocities.com/scb100yr หรือ http://board.dmisc.com/talktome และ http://my.dek-d.com/madeinthailand เหมือนกันหมดครับ ------------------------------------------------------ ตอนนี้ผมว่างงาน ผมทำงานหรือใช้ชีวิตทำงานแบบปกติไม่ได้เพราะธนาคารไทยพาณิชย์ ผมเลยคิดว่าอยากเขียนบทความ เรื่องสั้น นิยาย นิทาน หากผู้ใดอ่านแล้วชื่นชอบแล้วอยากซื้อ เหมือนเราซื้อหนังสือ แต่เปลี่ยนจากหนังสือเป็นเว็บแทน ยินดีรับเงินจากผู้อ่านตามนี้ครับ หรือใครอยากอ่านเฉยๆไม่อยากให้เงิน ผมก็ยินดีเพราะของฟรีมีในโลกครับ ขอให้อ่านก็พอ
ขอยืนยันอีกครั้งว่านี้ไม่ใช่การบริจาคหรือขอเงินแต่เป็นการใช้สมองของผู้เขียนขายบทความทางเว็บเท่านั้น
แก้ไขเลขที่บัญชีใหม่ ธนาคาร ไทยธนาคาร สาขา ย่อยจักรวรรดิ เลขที่บัญชี 068-2-04705-4 ชื่อไทย นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์ ชื่ออังกฤษ MR.NOBNUTPONG SURIYAROJ
ผมจะไม่ฆ่าตัวตายและชีวิตผมไม่ชอบแช่งใคร เพราะมีคนเคยสอนว่าไม่ดี แต่วันนี้ผมขอสาปแช่งว่า ผู้ใดที่กระทำให้ นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์ เป็นผู้ที่ลำบากกายหรือลำบากใจอย่างปัจจุบันนี้ ในทางตรงหรือทางอ้อม หรือ เบื้องหน้าหรือเบื้องหลัง โดยมีเจตนาหรือไม่มีเจตนาแต่รู้ตัวก็ตาม โดยไม่รับผิดชอบหรือวางเฉยและไม่บอกกล่าวให้นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์ได้รับทราบตลอดไป ผมขอให้ผู้นั้นทั้งตระกูลพินาศและขอให้ธนาคารไทยพาณิชย์พินาศด้วยเช่นกัน
* ผมเปิดให้แสดงความคิดเห็นได้ครับ แต่อย่าลงรูปนะครับเพราะจะทำให้การดึงข้อมูลช้าได้
|
|