|
madeinthailand
Forum Admin
 149 Posts |
Posted - Jun 01 2008 : 04:10:24
|
เรื่องจริงถูกเขียนโดย นบณัฐพงศ์ (ธีรวุฒ คือชื่อเดิม)
21 ตุลาคม 2550
ตอนแรกผู้เขียนไม่แน่ใจว่าจะเขียนบทความนี้ดีไหม เพราะพิจารณาว่าบทความนี้ผู้เขียนอาจหมิ่นเหม่ต่อบุคคลอื่น และอาจทำให้ความน่าเชื่อถือของผู้เขียนน้อยลงหรือไม่น่าเชื่อถือเลย เรื่องราวของผู้เขียนในบทความนี้เคยบอกเล่าแก่บุคคลที่อยู่ในธนาคารไทยพาณิชย์ SCB หมดแล้ว แต่บุคคลเหล่านั้นยังไม่รับผิดชอบผู้เขียน ทำให้ผู้เขียนรู้สึกรังเกียจเดียดฉันท์ประเทศไทยมาก ถึงอย่างไรผู้เขียนยังไม่หนีไปไหน ผมจึงขอเขียนเรื่องราวทั้งหมดให้ผู้อื่นได้รับทราบและผู้เขียนไม่มีวันให้อภัยบุคคลเหล่านั้นได้ -------------------------------------------------------------------------------- ตอนที่ 13 เรื่องยังสงสัย (ควรอ่านตั้งแต่ตอนที่ 1)
ความสงสัยของผมยังไม่เคยหมด สิ่งใดยังไม่ได้คำตอบผมชอบเก็บไว้ในใจเสมอ (ไม่ได้เก็บกดนะ) ผมเริ่มโตขึ้นเหมือนการเรียนหนังสือที่ซับซ้อนมากขึ้นและเป็นไปตามวัย ช่วงนี้ผมย้ายที่เรียนเปรียบได้กับบ้านหลังสองหลังใหม่ บ้านหลังนี้ไม่เหมือนบ้านหลังเดิมที่มีการขายขนมให้เด็กนักเรียนได้ทานระหว่างเรียนหนังสือ ว้า.....ทำไมบ้านหลังใหม่จึงไม่มีขนมขายเวลาเรียนนะ แถมเวลาเรียนต้องเดินหาห้องอีก อาจารย์ที่ปรึกษาของผมมีสองคนคนหนึ่งก็ดุมาก อีกคนก็ใจดีสุดโต่ง ทำไมช่างแต่งกันราวฟ้ากับดินแบบนี้ อาจารย์ดุชอบสอนให้นักเรียนจับผิด ผมไม่ชอบการเรียนหนังสือแบบนี้เลย เวลาสอนมักให้ห้องสะอาดเสมอห้ามมีเศษขยะแม้แต่เศษกระดาษชิ้นเล็กๆต้องไม่มี หากมีแม้แต่ขี้เล็บ ครูจะจับตีทำโทษฐานเรื่องเล็กน้อยก็ไม่ได้ อาจารย์คนนี้ชอบบอกกับนักเรียนอย่างพวกผมเสมอว่าลูกศิษย์ของแกมีตั้งแต่นักโทษถึงนายกรัฐมนตรี ไม่รู้แกโม้หรือเรื่องจริง แต่สิ่งที่ต้องชมอาจารย์คนนี้คือ ตัวแกเองสนใจเด็กวัดเป็นพิเศษเพราะถือว่านักเรียนยังไม่มีผู้ปกครองดูแล แกขู่ว่าหากเด็กวัดคนไหนไม่มาเรียนหนังสือ อาจารย์จะบุกถล่มเอ้ยหาที่กุฏิและจับตี เด็กวัดคนไหนฟังแล้วต้องรู้สึกกลัวแน่นอน ผมคิดว่าทำไมโหดจัง สิ่งที่อาจารย์พูดเป็นเรื่องจริงรึ ที่มีลูกศิษย์ได้ดีเพราะการตีนักเรียน เรื่องนี้ผมเห็นกับตามีลูกศิษย์คนหนึ่งเอาพวงมาลัยมาไหว้แก ตอนที่อาจารย์กำลังสอนหนังสือในห้องผมพอดี โห.....เรื่องจริงนะเนี้ย ตอนนี้ผมมองย้อนกลับไป ผมไม่เชื่อว่าเรื่องเอาพวงมาลัยมาไหว้เป็นเรื่องจริง เป็นการจัดฉากแน่นอนและเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับนักเรียน สิ่งที่สงสัยคือเด็กนักเรียนอย่างพวกผมมีราคาที่อาจารย์ต้องลงทุนถึงขนาดนี้เหรอ อาจารย์ชอบให้นักเรียนจับผิดกันเอง หากจับได้จะตีนักเรียนที่ทำผิดโดยให้คะแนนนักเรียนที่จับผิดได้ แถมเวลาสอนหนังสือให้นักเรียนสาบานว่าวิชาที่แกสอนที่เป็นเคล็ดลับจะไม่เผยแพร่ออกไป ไอ้กระผมอยู่ในสังคมของการสร้างความน่าเชื่อถือเรื่องผีสาง เทวดา มองย้อนกลับไปเคล็ดลับวิชาที่อาจารย์สอนไม่เห็นจะดีหรือเป็นเคล็ดลับตรงไหน ผมมองว่าเป็นเรื่องที่ใครๆก็รู้ได้ ไม่เป็นไรครับ อาจารย์คงเป็นคนหัวโบราณเพราะอายุแกมากแล้ว เรื่องแบบนี้ไม่ทำให้เราตาย แต่มีสิ่งหนึ่งที่พูดแล้วรู้สึกขำคือตัวผมเองเป็นกุนซือ (พูดง่ายๆขี้โกง) ผมให้เด็กหัวโจกเตี๊ยมคนในห้องว่าเวลาอาจารย์ให้จับผิด พวกเรารวมหัวกันไม่บอกความผิดปัญญาอ่อนให้อาจารย์รู้ เมื่ออาจารย์ไม่รู้ก็ไม่มีใครโดนตี โห.....ได้ผลเพราะผลออกมาอาจารย์ชมใหญ่ทุกคนเป็นเด็กดีไม่มีใครโดนตีเลย ไอ้ผมยิ้มในใจ เพื่อนในห้องชมหัวโจกกัน ส่วนผมเองภูมิใจกับความสำเร็จที่คอยชักใยอยู่เบื้องหลังได้ อย่างว่าทุกศึกย่อมมีไส้ศึก สิ่งที่ตามมาคืออาจารย์รู้ทัน ตอนหลังอาจารย์ตรวจสมุดของนักเรียนด้วยตัวเองแล้วเห็นข้อผิดพลาดในสมุดนั้น อ่า...โดนตีกันถ้วนหน้า นึกถึงการเรียนแบบนี้ผมเกลียดที่สุด ผมไม่ทราบว่าลูกศิษย์ของอาจารย์มีกี่คน ผมแค่ทราบว่าการสอนแบบนี้ผมขอต่อต้าน ผมไม่เชื่อว่าการสอนแบบนี้ทำให้นักเรียนเติบโตมาเป็นคนดีได้ ผมเชื่ออย่างเดียวนักเรียนที่ถูกสอนแบบนี้ อนาคตเป็นคนชอบเอาตัวรอดโดยไม่คำนึงถึงผู้อื่นแน่นอน สำหรับอาจารย์ดุอย่าคิดว่าผมไม่กล้าถามนะครับ ผมกล้าถามและไม่ค่อยสนใจด้วยว่าใครจะว่าผมหรือมองค้อนอย่างไร (เพราะซื่อ) อีกวิชาที่ผมชอบถามคือภาษาอังกฤษ ที่ถามเพราะมันน่าสงสัยจริงๆ
ทำไมต้องอ่านเปีย(pia)? อาจารย์ตอบไม่รู้มันอ่านของมันแบบนี้ก็ต้องเป็นแบบนี้
อาจารย์ผู้นี้ข้อดีคือเป็นคนขยันและอยากให้นักเรียนเก่ง ในตอนนั้นผมรู้สึกว่าอาจารย์ไม่ค่อยชอบผม สงสัยผมถามแล้วอาจารย์ตอบไม่ได้มั้ง แต่สิ่งที่ผมเห็นคือตัวอาจารย์ยอมสละเวลาให้นักเรียนบางคนที่เรียนภาษาอังกฤษตอนป.5 ตามหลักสูตรของกระทรวงสมัยนั้น ทำให้นักเรียนบางคนพื้นฐานไม่แน่นพอจนอาจารย์ต้องนัดนักเรียนมาเรียนตอนเจ็ดโมงเช้าก่อนเข้าเรียน อันนี้ล่ะที่ผมเรียนอาจารย์ ผู้ที่เสียสละอย่างแท้จริง ผมถามอีกเรื่องวิชาภาษาอังกฤษแต่คนล่ะคนกับที่เอ่ยไปตอนแรก ทำไมต้อง once again ทำไมไม่อ่าน one again? อาจารย์ตอบไม่รู้เหมือนกันเพราะมันมาแบบนี้เลยอ่านแบบนี้ (สงสัยภาษาอังกฤษเราต้องไปเรียนกับประเทศที่พูดภาษาอังกฤษถึงได้ผล) ผมนอกจากชอบถามเกือบทุกวิชาแล้ว ผมชอบเถียงและไม่เชื่อตำราที่หนังสือเขียนไว้ อย่างเช่นเรื่องการวิวัฒนาการ ผมเคยเถียงอาจารย์ว่าหากเรื่องวิวัฒนาการเป็นเรื่องจริง ทำไมเราไม่เห็นโครงกระดูกของสัตว์ที่กำลังวิวัฒนาการเช่นโครงกระดูกของสัตว์ระหว่างแมมมอส --> ช้าง (เราเจอโครงกระดูกไดโนเสาร์)
ทำไมยีราฟถึงคอยาว ในหน้งสือบอกว่าเมื่อก่อนคอมันสั้น มันต้องกินอาหารที่อยู่สูงจนคอยาวขึ้นเรื่อยๆ (เรื่องนี้มีคนเถียงผมและยกตัวอย่างเรื่องกะเหรี่ยงคอยาวแต่ผมเถียงกลับว่าหากมันทำให้ยาวได้ถึงขนาดนั้นแสดงว่าเราต้องเจอโครงกระดูกที่ยีราฟกำลังคอยาว และลูกกะเหรี่ยงคอยาวต้องเกิดมาคอยาวทันทีเหมือนยีราฟสิครับ)
ทำไมไดโนเสาร์สูญหายไปเพราะมีดวงเคราะห์ชนโลกจนมันสูญพันธุ์ แล้วทำไมสัตว์พันธุ์อื่นถึงอยู่ได้เช่นลิงในสมัยก่อนแล้วถึงมาเป็นมนุษย์) หากสิ่งมีชีวิตตายหมดแล้วสิ่งมีชีวิตพันธุ์ใหม่เกิดขึ้นได้อย่างไร อีกเรื่องผมไม่เชื่อเรื่องดาวเคราะห์ชนโลกเพราะมีคนคอยสอนผมว่าหากเปรียบโลกเหมือนเรือในมหาสมุทร ดาวเคราะห์ที่พุ่งชนโลกเหมือนกับเราเอาก้อนหินปาลงไปในมหาสมุทร ลองคิดดูว่าโอกาสที่โดนเรือมีกี่เปอร์เซนต์ ไอ้เรื่องแบบนี้ผมไม่ค่อยรู้หรอก แต่ผมเชื่อคนที่สอนผมเพราะมันเป็นเรื่องยากที่มีโอกาสเกิด แต่ทรษฎีนี้ผมเคยเถียงอาจารย์ว่าไม่เชื่อ แต่คงต้องเชื่อเพราะมีข่าวในสมัย พ.ศ.2537 เรื่องดาวหางชนดาวพฤหัส เรื่องนี้ผมจับเพื่อนผมที่ขี้โม้ได้ เพื่อนมันโม้ว่ามันเอากล้องส่องทางไกลดูแล้วเห็นระเบิด ตอนนั้นผมเชื่อมันเพราะเรียนเก่ง ตอนนี้ผมพึ่งมาจับได้เพราะผมเปิดเวบดูบอกว่าไม่สามารถเห็นจากบนโลกได้ (ไม่ได้ตั้งใจจับผิด) ผมงงกับข่าวมากผมจำได้ว่าสมัยนั้นผมเองติดตามเหมือนกันและจำได้ว่าในข่าวไม่ได้ลงว่าเป็นดาวหางโดนดาวพฤหัสดึงดูดแล้วแตกออกเป็น 20 ชิ้นพุ่งชนดาวพฤหัส ข่าวในสมัยนั้นลงว่ามีดาวเคราะห์มากกว่าหนึ่งก้อนชนดาวพฤหัส สมัยนั้นสงสัยแต่ไม่รู้จะถามใคร หากชนจริงทำไมนักดาราศาสตร์ถึงไม่รู้ข่าวล่วงหน้าเพราะการคำนวณการเดินทางของดาวเคราะห์คำนวณล่วงหน้าได้ และตอนนั้นที่สงสัยคือหากดาวเคราะห์ชนแล้วทำไมถึงชนมากถึงขนาดนั้น ช่างเหอะ เรื่องมันไกลตัวสงสัยมากไม่ได้ทำให้รวยขึ้น (ฮ่า) อย่าคิดว่าผมเอาแต่ถามฝ่ายเดียวนะครับ มีคนแปลกหน้าชอบถามผมเรื่องแปลกๆ คนแปลกหน้า : "น้องหากสมมุติมีคนหนึ่งทำชื่อเสียงให้กับประเทศแต่ชอบฉุดลูกสาวชาวบ้านควรตกนรกไหม" (ผู้ถามผมเอ่ยชื่อซึ่งเป็นบุคคลในอดีต ผมขอปิดนามไว้) ผู้เขียน : (สมัยนั้นรู้สึกผมอยู่ช่วงม.ต้น-ม.ปลาย) "ต้องตกนรก" คนแปลกหน้า : "พูดสิ xxx ตกนรก" ผู้เขียน : "xxx ตกนรก" ผมไม่ทราบว่าคนแปลกหน้าเป็นใคร ทำไมถามอะไรแปลกๆ โตมาผมยังไม่สนใจเรื่องตกนรกหรือไม่ ผมสนใจว่าการถามแบบนี้บอกไม่ได้ทั้งหมดเพราะเราเอาเหตุการณ์ช่วงหนึ่งมาตัดสินไม่ได้ เราต้องดูเหตุการณ์โดยรวมทั้งหมด หากผมย้อนกลับไปได้ ผมจะถามคนแปลกหน้าว่าผู้ที่ฉุดลูกสาวชาวบ้าน เหตุใดถึงฉุด อะไรทำให้เขาทำ ต้องดูเหตุการณ์ทั้งหมดไม่ว่าอดีต ปัจจุบันและอนาคต ยังไม่หมด ผมดูรูปพระองค์หนึ่งซึ่งตอนนั้นยังไม่ค่อยดังอยู่ๆมีคนเข้ามาคุยกับผม คนแปลกหน้า : "เชื่อไหม พระองค์นี้ตกนรก" ผู้เขียน : "ไม่เชื่อ" (พระจะตกนรกได้ไง) คนแปลกหน้า : "เขาไม่ได้อยากให้คนเชื่อศาสนาแต่เขาอยากให้คนบริจาคเงินเข้าวัดมากๆ" ผู้เขียน : "แล้วพี่รู้ได้ไง" คนแปลกหน้า : "ผมอ่านหมดแล้ว พูดสิ xxx ตกนรก" ผู้เขียน : (ผมไม่ได้พูดเพราะตัวเองกลัวบาปเนื่องจากไปพูดว่าพระตกนรก) ตัวอย่างเล็กน้อยที่ผมยกขี้นมา พระวัดนี้ไม่ใช่วัดที่ผมเคยเขียนถึงและปัจจุบันพระองค์นี้ยังมีชีวิตอยู่ คนแปลกหน้ายังบอกผมอีกมีพระในอดีตที่ดังๆตกนรก ตอนนั้นผมไม่เชื่อคิดว่าคนแปลกหน้าพูดเล่นมากกว่า พระผู้ถือศีลจะตกนรกได้อย่างไรกัน ------------------------------------------------------ ถ้าคุณชอบบทความนี้ ช่วยอ่านบทความในเวปนี้ด้วยครับ มีลิงค์บทความให้อ่านอีกมากมาย http://scbbadth.tripod.com หรือ http://www.geocities.com/scb100yr หรือ http://board.dmisc.com/talktome และ http://my.dek-d.com/madeinthailand เหมือนกันหมดครับ ------------------------------------------------------ ตอนนี้ผมว่างงาน ผมทำงานหรือใช้ชีวิตทำงานแบบปกติไม่ได้เพราะธนาคารไทยพาณิชย์ ผมเลยคิดว่าอยากเขียนบทความ เรื่องสั้น นิยาย นิทาน หากผู้ใดอ่านแล้วชื่นชอบแล้วอยากซื้อ เหมือนเราซื้อหนังสือ แต่เปลี่ยนจากหนังสือเป็นเว็บแทน ยินดีรับเงินจากผู้อ่านตามนี้ครับ หรือใครอยากอ่านเฉยๆไม่อยากให้เงิน ผมก็ยินดีเพราะของฟรีมีในโลกครับ ขอให้อ่านก็พอ
ขอยืนยันอีกครั้งว่านี้ไม่ใช่การบริจาคหรือขอเงินแต่เป็นการใช้สมองของผู้เขียนขายบทความทางเว็บเท่านั้น
แก้ไขเลขที่บัญชีใหม่ ธนาคาร ไทยธนาคาร สาขา ย่อยจักรวรรดิ เลขที่บัญชี 068-2-04705-4 ชื่อไทย นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์ ชื่ออังกฤษ MR.NOBNUTPONG SURIYAROJ
ผมจะไม่ฆ่าตัวตายและชีวิตผมไม่ชอบแช่งใคร เพราะมีคนเคยสอนว่าไม่ดี แต่วันนี้ผมขอสาปแช่งว่า ผู้ใดที่กระทำให้ นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์ เป็นผู้ที่ลำบากกายหรือลำบากใจอย่างปัจจุบันนี้ ในทางตรงหรือทางอ้อม หรือ เบื้องหน้าหรือเบื้องหลัง โดยมีเจตนาหรือไม่มีเจตนาแต่รู้ตัวก็ตาม โดยไม่รับผิดชอบหรือวางเฉยและไม่บอกกล่าวให้นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์ได้รับทราบตลอดไป ผมขอให้ผู้นั้นทั้งตระกูลพินาศและขอให้ธนาคารไทยพาณิชย์พินาศด้วยเช่นกัน
* ผมเปิดให้แสดงความคิดเห็นได้ครับ แต่อย่าลงรูปนะครับเพราะจะทำให้การดึงข้อมูลช้าได้
|
|