|
madeinthailand
Forum Admin
 149 Posts |
Posted - Jun 28 2008 : 02:51:50
|
28/06/2551
บทนำ http://madeinthailand.forumco.com/topic~TOPIC_ID~79.asp หรือ http://www.geocities.com/scb100yr


ในช่วงที่ผมทำงานธนาคารไทยพาณิชย์ SCB เพื่อนส่งอีเมลและรูปด้านบนมาให้ดู (ความจริงมีมากกว่านี้ ผมขอยกตัวอย่างอันเดียวพอ) ตอนที่ดูไม่ได้คิดอะไร แต่เมื่อใดที่เราพักกลางวันกัน เพื่อนจะนั่งคุยกับผมถึงไอเดียของคนที่ส่งรูปมาให้ดู เพื่อนถามผมว่าคิดอย่างไรกับไอเดียนี้ ผมบอกว่าไอเดียดี ตัวผมไม่ได้สงสัยหรือติดใจอะไร หลังจากลาออกจาก SCB ผมต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลบ้านสมเด็จ (รักษาคนบ้า) จนกระทั่งออกมาหางานทำด้านอื่นซึ่งปัจจุบันผมไม่สามารถทำงานได้ ผมก็อยู่ไปแบบปกติ ออกมาข้างนอกบ้าง ช่วยงานที่บ้านเล็กๆน้อยๆบ้าง กลางคืนก็เล่นเกมหรือดูทีวีบ้าง
มีช่วงหนึ่ง ผมได้ดูรายการสุริวิภาที่เชิญ คุณเมตตา สุดสวาท กรรมการผู้จัดการบริษัท พร็อพพาแกนดิสท์ Propaganda (www.propagandaonline.com) ตอนที่ดู ผมคิดว่าบังเอิญเธอมีนามสกุลเหมือนเพื่อนผมคนหนึ่ง เพื่อนคนนี้เป็นเพื่อนในสมัยเรียนมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เราทำงานกลุ่มเดียวกัน ผมจึงจำชื่อและนามสกุลของเธอได้
ตัวผมเองไม่ได้สงสัยอะไร ตอนที่ดูรายการสุริวิภา รู้แค่ว่าเธอสละกิเลสเพื่อมีชีวิตอย่างเรียบง่ายสมถะและรู้ว่าเธอทำงานด้านออกแบบ ผมเองดูนิดหน่อยเพราะไม่ชอบการนำเสนอของรายการนี้ (ความคิดเห็นส่วนบุคคลนะครับ)
จนกระทั่ง ผมเริ่มสงสัยเกี่ยวกับนามสกุลของเธอ จึงลองเข้าเวบของคุณเมตตา ปรากฏว่าไอเดียที่นำออกมาขาย เคยเป็นไอเดียที่ผมเคยพูดคุยกับเพื่อนของผม ตอนนั้นเพื่อนคนหนึ่งชอบคุยเรื่องไอเดียกับผม ส่วนผมชอบคุยเรื่องศิลปะอยู่แล้ว
ผมจำได้ว่าเคยเสนอไอเดียเรื่องที่ปิดจุกน้ำกับเพื่อนผู้ชายคนหนึ่งตอนที่เราเข้าห้องน้ำกัน ปรากฏว่าคนมีคุณธรรมใช้มุขเดิมคือเอาผลิตภัณฑ์จุกน้ำมาให้ดูแล้วบอกว่ามีคนทำไปแล้ว ตอนนั้นยังไม่มีคลื่นวงกลมรอบตัวจุกเหมือนในรูป ผมยังจำได้และนำเสนอว่าน่าจะมีคลื่นน้ำรอบมือ
และมาถึงช่วงทำงานที่ SCB ผมและเพื่อนที่ทำงานที่นี่ เราคุยเรื่องนี้อีกครั้ง เพื่อนถามผมคิดอย่างไรกับไอเดียนี้ ตอนนั้นผมพูดประมาณว่าไอเดียนี้ดีและเคยคุยกับเพื่อนอีกคนสมัยเรียนม.กรุงเทพแต่มีคนทำไปแล้ว
เพื่อนของผมที่มีนามสกุลเดียวกันร้อนตัว เธอร่วมมือกันและอยากรู้ว่าผมยังจำได้หรือไม่ ไม่อย่างงั้นจะส่งอีเมลและหลอกถามผมอีกหรือ? โดยช่วงที่ทำงาน SCB พวกเขายังปิดเรื่องนามสกุลเพื่อนผมอีก
สิ่งที่ผมเสียใจ ผมไม่ได้เสียใจมากเรื่องขโมยความคิดแต่ที่ผมเสียใจคือ
ตอนอยู่มหาวิทยาลัยประมาณปีสองถึงปีสี่ เพื่อนผมที่นามสกุลเดียวกับคุณเมตตาชอบคุยไอเดียกับผม คุยจนผมบอกเธอว่าผมอยากรู้จัง อยากลองทำตัวตุ๊กตายางแบบที่ขายในห้างว่าทำอย่างไร จะหล่อบล็อกอย่างไร ผมอยากรู้
ช่วงนั้นผมคิดว่าอยากหาที่เรียนภาคค่ำเกี่ยวกับการออกแบบด้านผลิตภัณฑ์ อาจเรียนเพาะช่างเพราะอยู่แถวบ้าน ผมชอบจินตนาการและอยากทำให้มันเป็นจริง
เพื่อนผม : "เพาะช่างไม่มีภาคค่ำ" ผมเอง : "รู้ได้ไง" เพื่อนผม : "รู้สิ เพาะช่างไม่มีภาคค่ำ" ผมเอง : "ขอบใจนะ ที่หาข้อมูลมาให้ งั้นเรียนที่ไหนดี อยากเรียนเล่นๆ ใช้เวลาว่างมานั่งทำ" เพื่อนผม : "เรียนเล่นๆ อย่าไปเรียนเลย" (ทำหน้าไม่พอใจ) ผมเอง : "แกเป็นอะไร ทำไมต้องจริงจังด้วย เราแค่อยากลองเรียนดูว่าเป็นอย่างไร" เพื่อนผม : "เอาโปรแกรมให้ดีก่อนเหอะ" ผมเอง : "เออๆๆๆ พูดถูก เขียนโปรแกรมยังไม่ค่อยดีเลย"
เพื่อนผมทำหน้าไม่พอใจจนผมงงว่ากูพูดอะไรผิดว่ะ ตอนนั้นยังคิดอีก(มองโลกในแง่ดี) เพื่อนคงหวังดีอยากให้เราจับอะไรก็จับให้ดีสักอย่าง ไม่ควรจับปลาสองมือ ผมจึงเลิกคิดเรื่องเรียนการออกแบบผลิตภัณฑ์ จนปัจจุบันผมเข้าใจเธอแล้ว
ตอนนี้ผมเข้าใจแล้ว ผมเข้าใจว่าเพื่อนผมคนนี้เธอแกล้งจน ทำเป็นขึ้นรถเมล์ ทำเป็นไม่มีเงิน ความจริงเธอกำลังเล่นละครให้ผมดู ทั้งๆที่ผมของจริง ผมต้องกู้เรียนตอนปีสองเพราะที่บ้านเริ่มมีปัญหาด้านการเงิน ผมต้องซีรอกซ์ตำราเรียนเพราะไม่มีปัญญาซื้อหนังสือต่างประเทศในราคาแพงได้ ตอนนั้นเธอเหมือนคนอื่นที่คอยทำลายผมอย่างไม่รู้ตัว
สิ่งที่น่าเกลียดที่สุดเพื่อนชอบคุยเรื่องไอเดีย ด้านการออกแบบชอบถามความคิดเห็น เวลาถามเสร็จมักจะพาไปดูผลิตภัณฑ์ว่า "มีคนทำไปแล้ว" ผมเห็นมีคนทำไปแล้วก็ไม่อยากไปซ้ำ(ไม่เอา) บางครั้งเพื่อนพาเข้าร้าน Loft ให้วิจารณ์สินค้าในร้าน ผมก็วิจารณ์ตามความคิดเห็นส่วนตัว บางครั้งวิจารณ์ของตกแต่งบ้าน (เพื่อนผมคนล่ะคน)
ปัจจุบันคุณเมตตา สุดสวาท เขียนหนังสือเรื่องสุขจนต้องระบาย เรื่องแบบนี้ผมคิดว่าเธอต้องสร้างภาพแน่นอน หากเป็นคนดีจริงควรรับผิดชอบตั้งแต่ผมเล่าช่วงทำงานธนาคารไทยพาณิชย์ SCB นานแล้ว จะทำเป็นเงียบเฉยแล้วหาทางปิดปากผมหรือ
ผมโดนคือผมโดนกดดันอย่างหนักตอนทำงาน SCB จนกระทั่งผมทนไม่ไหวจะคิดฆ่าตัวตาย หลักฐานของผมที่มีคือใบเสร็จกู้เรียนของธนาคารกรุงไทย พอดีแม่ผมขายบ้านให้เงินมาจ่ายค่ากู้เรียน ช่วงแรกผมคิดจะเอามาลงทุนต่อยอดเงินออกไปอีก ด้วยความอยากฆ่าตัวตายผมจึงจ่ายเงินกู้ทั้งหมด ผมไม่ชอบติดเงินใคร
สิ่งที่เสียใจคือผมมองคนไม่ออกและไม่คิดว่ามืออาชีพจะทำได้ขนาดนี้ ผมคงเสียใจมากกว่านี้ หากช่วงที่ผมเรียนมหาวิทยาลัยกรุงเทพแล้วโรงเรียนเพาะช่างมีเรียนภาคค่ำ ผมต้องเสียใจมากกว่านี้แน่ **************************************************** ผมขอวิเคราะห์ในแง่ส่วนตัวนะครับ
ทำไมคุณเมตตา สุดสวาทถึงกล้าเปิดเผยต่อสาธารณะชน ไม่กลัวผมสงสัยเรื่องนามสกุลหรือ(ทั้งที่เคยเล่าเรื่องนี้ตอนทำงาน SCB) ผมว่าเธอกำลังเบี่ยงเบนให้ผมสนใจร้านเธอ โดยไม่ให้สนใจร้าน Loft ผมไม่รู้ว่าร้าน Loft มีญาติหรือตัวเธอมีหุ้นส่วนหรือไม่ เพราะของบางชิ้นมีเพื่อนผมพาไปร้าน Loft เพื่อวิจารณ์สินค้าในร้าน (บางชิ้นมีไอเดียที่ผมเคยพูดไปแต่มุขเดิมคือมีคนทำไปแล้ว)
บางทีพาไปเดินจัตุจักรเกี่ยวกับสินค้าออกแบบ ตกแต่งบ้าน ตอนเดินเพื่อนบอกว่านักศึกษาจากศิลปากรออกแแบบทำขายเอง ผมยังชมว่าเก่ง ทำได้มาตรฐานเดียวกับร้าน Loft แต่ผมคิดว่าแท้จริงแล้วเพื่อนจัดฉากมากกว่า
คุณเมตตา สุดสวาท เขียนหนังสือ สุข จนต้องระบาย ผมเชื่อว่าเธอมีความสุขจริง เพราะเธอยืนบนความทุกข์ของผู้อื่นนั้นเอง
* เรื่องนี้อย่าคิดว่าราชวงศ์ไม่ชอบผมจึงหาทางแกล้งคนเดียวนะครับ ความจริงแล้วเป็นนิสัยของพวกเขา ช่วงทำงานธนาคารไทยพาณิชย์ผมไม่ได้โดนแกล้งคนเดียว *
* ตอนแรกผมเขียนไว้ที่เวบเด็กดี (www.dek-d.com) คิดไว้ว่าคุณเมตตา สุดสวาทน่าจะส่งอีเมลมาเพื่อขอพบและคุยกับผมเพื่อทำความเข้าใจให้ถูกต้อง ปรากฏว่าผมรอแล้วรออีกไม่มีคำตอบใดๆเลย ใครก็ได้ส่งบทความนี้ให้ถึงตัวเธอด้วย *
ตั้งใจเขียนโดย นบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์
|
|