talk2me
talk2me
Home | Profile | Register | Active Topics | Active Polls | Members | Private Messages | Search | FAQ
Username:
Password:
Save Password
Forgot your Password?





 All Forums
 CANUC
 ใครจะเชื่อ?
 CANUC No.๖
 New Topic  Reply to Topic
 Printer Friendly
Author Previous Topic Topic Next Topic  

madeinthailand
Forum Admin


149 Posts

Posted - Jul 20 2008 :  06:46:37  Show Profile  Visit madeinthailand's Homepage Send madeinthailand a Private Message  Reply with Quote

20/07/2551

CANUC No.6

บทนำ http://madeinthailand.forumco.com/topic~TOPIC_ID~79.asp หรือ http://www.geocities.com/scb100yr

ผมเคยเอาเรื่องที่ผมโดนธ.ไทยพาณิชย์ SCB ที่กระทำกับผมปรึกษาศาลแรงงานกลางและสภาทนายความ ซึ่งทนายที่ปรึกษาด้วยแนะนำว่าเรื่องสิทธิมนุษยชนของประเทศไทยทำตามกฏบัตรสหประชาชาติ ผมตีความว่ากฏหมายว่าด้วยเรื่องสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยยังคงไม่มีมั้ง คำว่าไม่มีอาจหมายถึงมีไว้อวดชาวโลกเท่านั้นก็ได้ ผมฟังแล้วงงเพราะไม่รู้ภาษากฎหมายและต้องให้ศาลหรือผู้รู้จริงตีความก่อน เวลาผมปรึกษาก็มีคนแนะนำให้ยื่นเรื่องที่รัฐสภา บางท่านแนะนำให้ปรึกษาประกันสังคม สรุปคืนโยนไปโยนมาจนผมรู้สึกว่าเราพึ่งพาไม่ได้

ผมจึงตัดสินใจโพสข้อความโจมตีธนาคารไทยพาณิชย์ SCB ในอินเตอร์เน็ต(เริ่ม 2549) และบางครั้งก็แจกใบปลิว จนวันหนึ่งผมเจอร้านขายของเก่าแถวราชดำเนิน ผมได้แวะเดินดูของเก่าและได้เจอเจ้าของร้านขายของเก่าท่านหนึ่ง ท่านผู้นี้ดูมีอายุมาก เราก็คุยกันเรื่อยเปื่อย ใครที่ชอบให้ผมเล่าเกี่ยวกับธนาคารไทยพาณิชย์ SCB ผมจะชอบมาก ผมยินดีเล่าซ้ำได้ไม่เบื่อ เจ้าของร้านก็ชวนคุยไปเรื่อยและก็พูดถึงร้านที่เธออยู่ เธอบอกว่า"ที่ที่เธออยู่เป็นที่หลวง หากหลวงทวงคืนเธอก็ยินดีที่จะคืน" ตัวผมฟังท่านเล่าก็รู้สึกว่าคงรักหลวงมาก และคุณยายรักมากจนกระทั่งโจมตีคุณทักษิณว่า "ราชดำเนินตรงนี้ในตอนแรกจะทำเป็นห้างร้านค้าขายของแฟชั่นเสื้อผ้าให้ฝรั่งซื้อของจนมีการไล่ที่ โชคดีที่ในหลวงทรงห้ามไว้เพราะห่วงประชาชนที่อาศัยอยู่แถวนี้" ผมฟังก็รู้สึกแปลกใจอาจเป็นเพราะท่านอายุมากจึงชอบเล่าเรื่องเก่าก็ได้ ผมฟังไปฟังมาเหมือนเรื่องที่คุณยายเล่าเป็นเรื่องพึ่งเกิดจนผมอดถามไม่ได้ว่า "เรื่องนี้เกิดมานานแล้วเป็นเรื่องที่ทักษิณเข้ารับตำแหน่งนายกในช่วงแรก" ผู้มีอายุฟังแล้วทำหน้าตกใจแล้วพูดประมาณเหมือนพึ่งเกิด ตัวผมก็เล่าตามที่จำได้ว่า "เรื่องนี้เคยมีคนจะทำแต่โดนทวงติงเรื่องมีคนอยากอนุรักษ์ให้เป็นโบราณสถานมากกว่าซึ่งไม่เหมาะจะทำเป็นห้างสรรพสินค้า" ผมยังยืนยันว่า "เรื่องนี้เป็นเรื่องนานมากแล้วเป็นเรื่องที่ทักษิณเข้ารับตำแหน่งนายกในสมัยแรกด้วยซ้ำ"

ผมเองไม่แน่ใจว่าคุณยายเป็นใคร แต่ที่แน่ใจคือผู้สูงอายุท่านนี้ได้รับข้อมูลที่ถูกบิดเบือนแน่นอน จากสิ่งที่เล่าทำให้ผมต้องขอบคุณโลกปัจจุบันคือ "โลกอินเตอร์เน็ต" หากไม่มีอินเตอร์เน็ต (Internet)แล้วผมคงไม่ทราบว่าตัวเองก็โดนบิดเบือนเหมือนกัน ปกตินิสัยผมเป็นคนง่ายๆสบายๆและไม่ค่อยถือตัว ผมชอบมีคนไม่รู้จักมาเข้ามาคุยด้วย ตัวผมก็ยินดีแลกเปลี่ยนทัศนคติกัน แต่ไม่ชอบการใช้วิธีสกปรกเพื่อฉกฉวยโอกาสของคนอื่น เอาเป็นว่าผมเคยคุยกะใครสักคนเกี่ยวกับหนังเรื่องเดอะ ฟิฟท์ อีลีเมนท์ (The Fifth Element ) เคยมีคนถามเรื่องยานพาหนะลอยได้ ผมก็ใส่ไอเดียว่าทำก๋วยเตี๋ยวเรือเหาะดิ เท่ดี ปรากฏว่ามันไปปรากฏในหนังเรื่องนี้ อาจเป็นเรื่องบังเอิญก็ได้ แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่บังเอิญแน่นอน มันมีช่วงที่นักร้องที่ต้องร้องเพลงโชว์โอเปร่า ตอนผมดูกับเพื่อนตอนนั้นผมฟังแล้วไม่เพราะเลย เพื่อนผมก็ถามว่าฟังแล้วเพราะไหม ผมตอบว่า"ไม่เพราะ" แต่เพื่อนที่เหลือบอก "เพราะ" ตอนนี้ผมบังเอิญได้ดูเรื่องนี้อีกครั้ง ผลปรากฏว่าเพลงโอเปร่าที่ผมเคยฟังในโรงหนังกับทีวีของเรื่องนี้คนล่ะเสียงเลย งงว่ะ ยังมีอีกนะครับ มีไอเดียเล็กๆน้อยๆที่เพื่อนมาถามผมแล้วมันปรากฎในหนังฝรั่ง ตัวผมไม่ได้สงสัยหรือติดใจเพราะเป็นหนังต่างประเทศไง บางครั้งผมเห็นในหนังแต่ไม่มีในซีดี อาจเป็นเพราะเวลาลงซีดีแล้วโดนตัด แต่ฉากที่โดนตัดกลับเป็นฉากที่ผมเคยแสดงไอเดียกับเพื่อนไป แล้วผมจะเล่ารายละเอียดอีกครั้งครับ

อีกอันที่ผมโดนบิดเบือนแน่นอน เคยมีเพื่อนถามไอเดียเรื่องเปิดปิดมหกรรมกีฬาแต่ผมก็แสดงความคิดเหมือนเราคุยสนุกกับเพื่อนเรา ผลปรากฎว่าทีวีบ้านผมมันมีตรงเลยเช่นผมแนะนำว่าอยากให้เคนนีจีเป่าแซกเพลง Auld lang syne (ทำนองเพลงสามัคคีชุมนุม) แล้วอยากให้คนทุกศาสนามาร้องเพลงร่วมกันโดยตอนแรกให้มีดอกบัวค่อยๆบานแล้วมีเด็กอยู่ข้างในนั้น ทีวีบ้านผมโผล่มาแบบนี้เลย มันตัดต่อเคนนีจีแล้วตัดต่อนักร้องประสานเสียง ตัดไปตัดมาจนผมดูว่ามันแปลกๆ และตอนอยู่ธ.ไทยพาณิชย์ SCB พวกเขาก็ถามว่าเรื่องนี้ผมก็บอกว่าคงบังเอิญมากกว่า (ตอนถามพวกมันคงแอบหัวเราะกัน) แต่พวกเขาอยากรู้ความหมายที่ผมทำแบบนี้ ผมตอบว่า "ดอกบัวเป็นตัวแทนสัญลักษณ์ของความสะอาดที่ผ่านพ้นการเอาชนะใจตนเอง คนทุกคนที่มาที่นี่ ทุกคนต่างอยากได้ชัยชนะกันทั้งนั้น ในความเป็นจริงแล้วนักแข่งขันทุกคนเป็นผู้ชนะ ชนะใจตนที่ไม่ใช้กลโกงในการแข่งขัน ชนะใจตนที่ไม่ใช้สารกระตุ้นใดๆ ฉะนั้นผู้ที่ยืนที่นี่จึงเป็นผู้ชนะแล้ว"

เชื่อผมไหมครับ ผมพึ่งรู้ว่าสิ่งที่ดูไปมันไม่มี (http://www.youtube.com/watch?v=rLk7CwkhukI) ผมดูยูทูบแล้วมันคล้ายกันแต่มันไม่ใช่สิ่งที่ผมเคยเห็น มานั่งคิดแล้วอาจจะไม่เหมาะสมที่จะทำเรื่องคนทุกศาสนามาร้องเพลงแล้วเอาดอกบัวแสดงเป็นพุทธ ซึ่งเสมือนการข่มศาสนาอื่นก็ได้ ยังมีเรื่องที่พวกเขาร้อนตัวอีก ตอนนี้ผมค้นแล้วเป็นกีฬาซีเกมส์นี้เอง มีคนเคยถามเรื่องเรือส่งแขกครับ อันนี้ผมจะข้ามไปก่อนและขอบอกไว้ก่อนเลย "ผมไม่ตลก"

ตอนผมลาออกจาก SCB ผมต้องทนไปทำงานด้วยมารยาทว่าควรลาออกก่อนออกจากงานประมาณหนึ่งเดือน ช่วงท้ายที่ผมกำลังจะออกผมนั่งเม้าท์กับเพื่อนจนเลยเวลา แต่หัวหน้าก็บอกผมว่าไม่มีงานให้ทำก็พักไปเหอะ ตัวผมโดนเขย่าทางด้านจิตประสาทแต่ผมสู้ด้วยการทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ผมโดนจนตัวเองนอนสะดุ้งตื่นในเวลากลางคืน โดนจนตัวเองนอนไม่หลับสามวันสามคืนก็มี เรื่องเปิดตัวปิดตัวมหกรรมกีฬายังไม่จบนะครับ

เพื่อนให้สมมติอีก "หากจีนได้เป็นเจ้าภาพมหกรรมกีฬาโอลิมปิค นายอยากเห็นอะไร" ตัวผมก็บอกว่าเบื่อแล้วนะมุขเก่า "ผมเบื่อมุขทีเอาพัดมาต่อเป็นรูปคลื่นวงกลมหรือเป็นรูปคลื่นทะเล ผมเห็นตั้งแต่เด็กแล้วง่ะ"

เพื่อน : "มันเป็นเอกลักษณ์ที่แสดงถึงความเป็นจีน"
ผมเอง : "ทำไมเราไม่พัฒนาต่อเช่นหลังจากทำเป็นคลื่นทะเลหรือวงกลมแล้ว ผมว่าจะเอาพัดมาต่อเป็นรูปดอกไม้บาน"

ถึงตอนนี้ผมพวกเขาเริ่มสนใจไอเดียผม ผมก็แนะนำว่าทำเป็นดอกไม้เล่นแสงสีได้หรือไม่ โดยใช้ไฟเรืองแสง แบบว่าเราเอาพัดมาต่อเป็นรูปกิ่งไม้ โดยมีดอกไม้ค่อยๆบานออก ผมก็แนะนำว่าถ้าอยากให้มีแสงก็ใช้วิธีกดปุ่มให้ไฟมันเรืองแสงก็ได้ (เอามาจากไฟช็อตยุงที่กดปุ่มแล้วไฟเดิน) ผมคิดประมาณว่าดอกไม้ค่อยๆบานจากข้างในไปข้างนอก น่าจะสวยดี

เพื่อนถามอีกนึกถึงจีนนึกถึงอะไร ผมก็ตอบไปว่านึกถึงมังกรจีน ผมเคยอ่านหนังสือว่ามังกรจีนเป็นการผสมของสัตว์หลายชนิด ตัวผมจำได้ไม่หมดว่ามีสัตว์อะไรบ้าง
เพื่อน : "นายประทับใจงานโชว์มังกรจีนอะไร"
ผมเอง : "ที่ชอบจริงๆก็งานประกวดมิสยูนิเวอร์สที่เอาคนถือร่มทำเป็นมังกรเคลื่อนไหว กูชอบว่ะ"
เพื่อน : "ไม่ชอบมังกรโชว์ของนครสวรรค์เหรอ"
ผมเอง : "ประทับใจอันนั้นมากกว่า"

เหมือนเพื่อนผมจะเอามุขนี้ไปใช้ด้วยนะ เห็นมันบอกแต่ผมว่า "ก๊อบ" ไม่รู้งานแสดงจะทำเป็นมังกรเคลื่อนไหวบนอัฒจรรย์หรือเปล่า เราพูดถึงวัฒนธรรมจีนด้วย เนื่องจากผมเป็นคนจีนก็พอรู้บ้าง พูดถึงจีนก็ต้องนึกถึงตะเกียบ มารยาทบนโต๊ะอาหารจีนถือว่าหากคีบอาหารให้ผู้อื่นในขณะที่ตะเกียบยังไม่ถูกใช้ถือว่าเป็นมารยาทที่งดงามครับ เราพูดถึงโต๊ะจีนด้วยตัวผมไม่ทราบว่าชาวจีนเป็นผู้คิดค้นโต๊ะหมุนหรือเปล่า เราพูดถึงรองเท้าเกี๊ยะที่เวลาใส่แล้วมันกระทบพื้นดังเกี๊ยะๆ

- พวกเขาถามผมอีกว่าชอบอะไรจีนบ้าง
ผมตอบว่า ผมชอบตัวอักษรจีนเช่นคำว่า "คน" อักษรจีนจะดัดแปลงจากธรรมชาติมาเป็นตัวอักษร ผมก็เสนอว่าน่าจะทำเป็นรูปทิวทัศน์แบบสวยงาม แล้วรูปทิวทัศน์เหล่านั้นค่อยๆ เปลี่ยนเป็นตัวอักษรจีนเช่นคำว่า ภูเขา เมฆ นาข้าว อะไรประมาณนี้

- พวกเขาถามอีกว่าผมชอบอะไร
ผมตอบว่า ผมชอบภาพวาดขาวดำของจีน หากทำการแสดงโอลิมปิก ผมอยากเห็นภาพม้าขาวดำที่คนจีนวาดมันสวยดี หากเอามาใช้ในการแสดง ผมอยากเห็นม้าเคลื่อนไหวได้ด้วย บางครั้งเราก็พูดถึงภาพทิวทัศน์ขาวดำซึ่งเพื่อนผมเสนอว่าควรทำเป็นนกเคลื่อนไหวในภาพทิวทัศน์ดีไหม ผมตอบว่า "ก๊อบมูแลงรูจง่ะ" น่าจะเนียนประมาณลมพัดแล้วใบไม้ไหวหรือทำหมอกเหมือนภาพวาดจีนก็น่าจะสวยเนอะ (ไอ้จินตการใครๆก็จินได้แต่เรื่องทำจริงไม่รู้ว่ายากหรือไม่) เรื่องภาพขาวดำผมโดยเขย่าด้วยครับ ช่วง 2546 ไปดูข่าวในพระราชสำนักที่มีพระเทพแสดงถือภาพขาวดำ เรื่องที่ผมคุยกับเพื่อนอยู่ในช่วงนั้น

- พวกเขาถามอีกว่าผมชอบอะไร
ผมตอบว่า ผมอยากเห็นการแปลงอักษรภาพเคลื่อนไหวได้ เคยมีคนถามไอเดียผมเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้นานแล้ว ผมเคยเสนอว่าเหมือนเราทำภาพเคลื่อนไหว วิธีทำเช่นเราอาจใช้แผ่นภาพทำเป็นแปดด้านแล้วให้คนหมุนภาพไปเรื่อยๆ เวลาคนดูภายนอกน่าจะเหมือนภาพเคลื่อนไหวได้และผมเสนอว่าน่าจะมีภาพที่เรืองแสงได้ด้วยก็ดี

- พวกเขาถามอีกว่าผมชอบหรืออยากเห็นอะไร
ผมตอบว่าหากคิดถึงจีนก็ต้องพวกกลอง กลองเป็นเอกลักษณ์ของจีนเลยก็ว่าได้ (เรื่องตีกลองผมเคยติดของเก่าจีนว่าดูแข็งเกินไป) ตอนนั้นหากจำไม่ผิด ผมเสนอไอเดียว่าน่าจะให้อีกคนตีกลองอีกคนก็น่าจะสนุก พวกเขาบอกถือว่าเสียมารยาทหากตีกลองของผู้อื่น ผมก็เออๆๆๆไม่เอาก็ได้ ผมจึงเสนอใหม่ตีกลองสามร้อยหกสิบองศาก็น่าจะสนุก เหมือนเราตีมั่วสะเปะสะปะแต่ความจริงแล้วฟังออกมาเป็นจังหวะ จะให้ดีทำกลองใหญ่แล้วยืนบนกลองน่าจะสนุก (ไม่รู้ทำได้จริงหรือไม่เพราะผมได้แค่จิน)

มีอีกเท่าที่จำได้ เรื่องที่แสดงความเป็นจีนคืองานดีไซน์กรอบ กรอบขอบของจีนถือว่าเป็นเอกลักษณ์ ผมก็อยากเสนอว่าเวลาเราดูหนังสมัยก่อนจะทำขอบไฟกระพริบใช่ไหมครับ น่าจะปรับเป็นขอบจีนเหมือนของใหม่ผสมของเก่าแล้วทำดวงไฟกระพริบวิ่งได้ ประมาณบอกเรื่องราวหรือบอกชื่อหนังที่กำลังแสดงหรือจะไปปรับเป็นป้ายชื่อประเทศก็ถือว่าไม่ก๊อปหรือขโมยหรอก ของแบบนี้เบสิคใครๆก็คิดได้ ยังมีอีกนะ ผมเคยวิจารณ์เรื่องโคมไฟและดอกไม้ไฟว่าจีนแพ้ญี่ปุ่นแล้ว แต่ผมขี้เกียจเขียนครับ ของแบบนี้จะว่าลอกเลียนความคิดกันไม่ได้เพราะเป็นสิ่งที่ใครๆก็คิดได้เช่นเดียวกัน ผมแค่เอาคำพูดที่เคยพูดมาลองเขียนดูเท่านั้น

คนพวกนั้นพยายามติในสิ่งที่ผมคิดว่าไม่ดีเพื่อให้ผมไม่เอาในสิ่งที่คิด หากคุณอ่านคัมภีร์มหาโกง ตอนเสียงสวรรค์แล้ว คุณจะรู้เหตุได้ว่าเวลาเราเตือนคนทำงานที่นโยบายไม่ดี ทำไมพวกเขาถึงไม่ฟังพวกคุณ เหตุเพราะพวกเขากลัวคุณฉกเอาสิ่งที่พวกเขาคิดไปทำ ผู้ใหญ่บ้านเมืองนี้มันทำงานแบบนี้เอง ปัจจุบันผมเห็นหนังสือพิมพ์แสดงตัวอย่างเปิดปิดกีฬาโอลิมปิด เห็นเด็กใส่ชุดที่มีดวงไฟแล้วเหมือนแมลงเลยแต่มุขนี้ผมไม่ได้คิดแน่นอน ถึงจะเอาความคิดผมไปใช้แบบเหมือนกันเด่ะก็เหอะ คนอย่างผมจะไปทำอะไรได้ล่ะ

ตั้งใจเขียนโดย นบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์
  Previous Topic Topic Next Topic  
 New Topic  Reply to Topic
 Printer Friendly
Jump To:
talk2me © 2000-05 ForumCo.com Go To Top Of Page
This page was generated in 0.14 seconds. Snitz Forums 2000
RSS Feed 1 RSS Feed 2
Powered by ForumCo 2000-2008
TOS - AUP - URA
ForumCo Free Blogs and Galleries
Signup for a free forum or Go Banner Free