|
madeinthailand
Forum Admin
 149 Posts |
Posted - Jul 27 2008 : 07:11:11
|
พอมีคนในเวบบอร์ดให้อธิบายรูป ผมจึงเขียนเรื่องย่อไว้ แล้วว่างๆจะเขียนเรื่องเต็ม
ไม่อยากรู้ตอนจบ ไม่ควรอ่าน
จงบรรยายภาพที่คุณเห็น

ชื่อเรื่อง : ไออุ่นสายลมปะทะขุนเขาเย็นชา
"มิคารุซัง รอฉันด้วย รอด้วย แฮก แฮก แฮก" สาวน้อยวิ่งตามอย่างไม่ลดละ
สายตาที่เยือกเย็นหันตามเสียงอันคุ้นเคย มิจัง! หญิงสาวที่เคยอยู่เคียงข้างตนตลอดมา 'ที่ที่ข้ายืนอยู่ มิใช่ที่ที่เจ้ายืน' หนุ่มทรนงยืนถอนหายใจ
สาวน้อยวิ่งตามกระชั้นชิดไม่กลัวว่ากระโปรงพีชจะเลอะเศษดินอย่างไร แสงจรัสสาดส่องมาตรงชายผู้มีร่างกำยำ ฟากฟ้าเต็มไปด้วยเหล่าบรรดาเทวดาตัวน้อยหลายสิบองค์บรรเลงเพลงอย่างไพเราะ ดอกไม้หลากสีร่วงหล่นจากแดนสุขาวดี บันไดแดนสงบทอดตรงมายังหน้าเทวดาผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยได้ลิ้มรสชาติความเป็นมนุษย์มาก่อน "หน้าที่ข้าหมดแล้วมิจัง ข้าต้องไปแล้ว"
มิจังได้ยินประโยคนั้นทำให้เธอรู้สึกผิดหวังจนลืมตัวเอ่ยออกมา "ตัวข้าล่ะ แล้วตัวข้าทำอย่างไร" ความรักความผูกพันของมนุษย์ผู้ซึ่งไม่อาจละทิ้งกิเลสและเก็บความรู้สึกไว้ตลอดไปไม่ได้
ทหารแห่งสวรรค์สวมชุดทองอร่ามแสงสาดส่องกระทบชุดเกราะทำให้ประกายทองเจิดจ้า หากแต่แสงอันใดยังมิอาจกลบแสงรัศมีจากน้ำตาของหญิงสาวผู้ซึ่งอาวรณ์กับชายผู้ที่ตนรักได้ มิคารุมองหน้ามิจังและเงยหน้ามองเบื้องบนอีกครั้ง ตนเองรู้สึกสับสนด้วยเช่นกัน ความรู้สึกเหมือนไม่รักแต่มิอาจลืมเรื่องราวของเราที่เคยร่วมสร้างไว้ได้
ห้วงแห่งความทรงจำทอดยาวดังลูกโซ่ ถูกดำเนินมาถึงห่วงข้อสุดท้าย ชายหนุ่มสบัดผมไปมาด้วยความท้อใจ ตนระลึกได้ดีว่าหน้าที่ของตนถูกส่งมายังโลกมนุษย์เพราะอะไร ความประมาทในหน้าที่ทำให้ซาตานเข้ามาขโมยคฑาแห่งสายลม และด้วยเหตุนี้ เทพเจ้าจึงสาปเทวดาอย่างตนลงมายังโลกมนุษย์เพื่อนำคฑาคืนสู่สวรรด์ชั้นดาวดึงส์ให้ได้
หากไม่ได้รับความช่วยเหลือจากมิจัง ผู้ที่คอยหาอาหารช่วยเหลือและยืนอยู่เคียงข้างในยามที่ตนเป็นเพียงปุถุชนธรรมดา ไม่มีเวทมนตร์ใดๆคอยช่วยเหลือเหมือนครั้งอยู่บนสรวงสวรรค์ และในบัดนี้ ตนทำหน้าที่เสร็จทหารผู้มีเกีรยติจะล่ะทิ้งผู้ที่เคยช่วยเหลือไว้ได้อย่างไร ความรู้สึกไม่อยากจากไปไหน ความรู้สึกอยากกอดผู้อยู่ตรงหน้าคืออะไร ความรู้สึกเหล่านี้ทหารกล้าไม่เคยสัมผัสมาก่อน
มิคารุแบมือออกมา เพียงชั่วครู่คฑาแว่บเข้ามาในมือ สิ่งที่ตนถืออยู่เป็นจุดเริ่มต้นเรื่องราวทั้งหมด หากตนไม่หลับในหน้าที่และไม่ได้พบมิจัง เรื่องราวทั้งหมดคงไม่เกิดขึ้น "ข้าขอบใจเจ้ามาก"
ผู้ถือศักดิ์ศรีจากเบื้องบนคงพูดได้เพียงเท่านี้ เทวดาไม่อาจอยู่ร่วมกับมนุษย์ได้ แต่ยังไม่สิ้นประโยค
"ข้าเพียงอยากพบเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย ทำไมจากไปโดยไม่บอกลาสักคำ" เธอพูดด้วยน้ำเสียงน้อยใจในตัวทหาร
มิคารุก้มหน้าด้วยความอาย ไม่กล้าบอกว่า ถึงตนมีความกล้าหาญต่อกรซาตานได้เพียงใดแต่มิอาจจักกล้าต่อกรหัวใจตน เพื่อเพียงเอ่ยคำลาหญิงร่างบางผู้นี้ได้และหากตนทำเช่นนั้นแล้วก็กลัวจะไม่สามารถห้ามหัวใจที่คอยเรียกร้องให้สัมผัสนาง กอดนาง จนไม่กล้าปล่อยมือให้ห่างนางอันหวงแหนได้อย่างไร "เรื่องทั้งหมดคงทำไม่สำเร็จ หากเจ้าไม่ช่วยข้า ต้องขอบใจเจ้าจริงๆ"
"เจ้าใจร้ายกับข้ามาก แม้บัดนี้ยังไม่เอ่ยคำลา" นางหันหลังให้มิคารุพร้อมเดินจากไปอย่างช้าๆ เธอหวังว่าคงมีเสียงเรียกตนเป็นครั้งสุดท้าย
[พรึบ พรึบ] ในที่สุดไม่มีเสียงใดตอบมานอกจากเสียงอะไรสักอย่าง ความสงสัยในเสียงนั้นทำให้เธอเป็นฝ่ายหันไปมองชายหนุ่มแทน ความเป็นหญิงสาวไม่อาจเอ่ยเอื้อนขอความรักจากผู้เป็นชายก่อนได้ ทำได้เพียงทอดสายตาอาวรณ์ในความรักและหวังว่าชายคนนั้นตอบกลับมา
บัดนี้เสียงพรึบกลับเป็นเสียงสยายปีกของทหาร พลังเวทฟื้นขึ้นมาแล้ว เทวดามองมายังมนุษย์ สายตาอันอ่อนโยนของนางไม่อาจละลายความเย็นชาเทวดาหนุ่มได้ มิคารุไม่เอ่ยคำลา ไม่มองหน้ามิจังได้แต่ก้มหน้า บินขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว
ท้ายสุดสายตาของมิจังเป็นดวงตาคู่สุดท้ายที่ได้แต่คอยเฝ้ามองชายอันเป็นที่รักจากไปอย่างไม่ละสายตา ใจร้าย ใจร้ายอย่างที่สุด
หญิงร่างบางทรุดตัวลงบนก่อหญ้า บัดนี้ไม่มีเสียงเพลงใดให้ขับขาน ดอกไม้ปลิวไสวจางหายเสมือนความทรงจำถูกลืมเลือน มองรอบตัวไม่มีเงาใครอยู่สักคน ไม่มีเลย เธอร้องไห้อย่างไม่อายใคร ผิดด้วยรึที่หลงรักเทวดา ความรักที่มีต่อชายอันเป็นที่รักจะแปรผันตามกาลเวลาได้อย่างไร ตอนนี้ความมั่นคงในตัวนางถูกแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้นแทน มิจังรู้สึกเกลียดผู้ที่เธอเคยหวังดีแต่ไม่ได้รับสิ่งตอบแทน มิจังลุกขึ้นมา หยดน้ำแห่งดวงตาไม่อาจชโลมหัวใจอันแห้งแล้งได้ มิจังบอกกับตัวเองว่าความรักสำหรับเธอไม่มีจริง
ช่วงนั้นมิคารุกลับขึ้นสู่สรวงสวรรค์ เสียงมิจังสะท้อนถึงตน เทวดาสัมผัสความรู้สึกถึงความผูกพันและความโกรธจากผู้ที่เคยช่วยเหลือตน ไม่ว่ามีเหตุผลใดก็ตาม เทวดาไม่อาจอยู่ร่วมมนุษย์ได้ มิคารุหันกลับมายังพื้นโลกอีกครั้ง โบกสบัดปีกไปมาอย่างรุงแรง การทำแบบนี้ยิ่งทำให้บินสู่สวรรค์เร็วมากขึ้น รึ ทหารผู้นี้เห็นเธอเสียใจ จึงรีบตัดใจไปให้เร็วมากขึ้นอย่างนั้นรึ "ข้าขอโทษด้วยมิจัง"
หัวใจที่แห้งผากยังไม่อาจทำให้ลืมชามหนุ่มได้ อย่างน้อยการเผชิญอุปสรรค์ทำให้หัวใจดวงน้อยมีความเข้มแข็งซ่อนในจิตใจบ้าง เธอบอกกับตนเองจะไม่มีความรักให้ผู้ใดอีก มิจังลุกขึ้นเช็ดน้ำตาสบัดเขาที่เลอะเปรอะเปื้อนด้วยรอยดิน เดินลงเขาด้วยความโกรธแค้นจากผู้ที่เธอไม่เคยลืมเลือน ผู้ที่ไม่เคยสนใจเธอ ไม่มีสิ่งแทนใจ ไม่มีคำเอ่ยลา ใจร้ายมาก ใจร้ายอย่างที่สุด
ป่าเขาดูเวิ้งว้างไม่ต่างอะไรกับหัวใจเธอ ในขณะที่กำลังเดินอยู่นั้น เธอพร่ำกับตัวเองว่า'จำไว้ให้ดีที่แห่งนี้เป็นที่ให้ฉันเจ็บ ฉันจะไม่มาเหยียบที่แห่งนี้อีกแล้ว' ช่วงนั้นสายลมพัดผ่านเธอไป "อะไร" ความตกใจห้วงวินาทีนั้น มิจังสัมผัสได้ถึงความอบอุ่น ไออุ่นอันแสนอบอุ่นจากผู้ที่ตนคุ้นเคย ผู้ที่ตนเคยได้รับจากคนเย็นชา บัดนี้สาวน้อยรู้ความหมายของสายลมนี้แล้ว
ความโกรธแค้นค่อยๆมลายหายไป แม้วันนี้ไม่มีใครอยู่เคียงข้าง แต่คิดว่า....หากวันใดวันหนึ่งที่เธอคิดถึงใครสักคน เธอจะมาเยือนเขาลูกนี้ มาเพื่อ? . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . มาเพื่อสัมผัสสายลมแสนอบอุ่นจากขุนเขาอันแข็งแกร่งแห่งนี้เอง..... . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .
.......10 ปีผ่านไป......
หญิงนางหนึ่งยืนอยู่บนเขาลูกหนึ่ง ผู้คนอาศัยในบริเวณนั้นมาขึ้นเรื่อยๆ เรื่องราวของเธอเป็นที่โจทจันว่ามีหญิงสาวประหลาดคนหนึ่งชอบมายืนบนเขาลูกนี้เกือบทุกวัน
'สิบปีแล้วสินะที่ฉันมาเยือนเขาลูกนี้ กาลเวลาทำให้ผู้คนหลงลืมเรื่องราวของฉันหมดแล้ว แต่นั้นไม่ทำให้ฉันลืมเลือนเรื่องเธอได้ บัดนี้ที่ที่ฉันยืนอยู่ตรงนี้ หวังว่าสายลมที่เคยโอบกอด คงมีสักสายมาพร้อมไออุ่นเหมือนครั้งที่ฉันเคยได้สัมผัสมา คงมีสักครั้ง........แล้วฉันจะรอ' มิจังยืนอยู่บนชะง่อนมือทั้งสองกอดสายลมที่ผ่านตัวเธอ หญิงสาวหลับตาด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มอย่างมีความสุข
|
|